ตอนที่ 206

ไม่เพียงแต่มีความสามารถก่อสร้างเท่านั้น แต่เป็นคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลอีกด้วย

ในบรรดาคนร่ำรวยที่มีชื่อเสียงทั้งหลาย มีหลายคนที่มาจากบ้านนอกหรือชนบท ในยุคนี้มันเต็มไปด้วยโอกาสมากมาย พวกเขาได้เริ่มต้นธุรกิจที่พวกเขาถนัด

ไม่นานธุรกิจของพวกเขาก็กลายเป็นความภาคภูมิใจในท้องถิ่นและก้าวสู่ระดับประเทศ

ต้าชุนและเหลาลี่ก็เป็นคนที่มีทั้งความสามารถและวิสัยทัศน์ ซูข่านกำลังคิดถึงโอกาสที่กำลังจะมอบให้ทั้งสองคน

บางทีพวกเขาอาจทำให้ซูข่านประหลาดใจอีกครั้งก็ได้

"ทำได้ดีมาก"

ซูข่านชื่นชมทั้งสองคน

"ขอบคุณสำหรับคำชมครับพี่สาม"

ต้าชุนและเหลาหลี่รีบพูดขอบคุณอย่างรวดเร็ว สายตาของพวกเขาดูมีความสุขมากที่ได้รับคำชม

"ฉันคิดว่างานแนวนี้น่าจะเหมาะสมกับพวกนายนะ อนาคตมันสามารถไปได้ไกลมาก"

"ฉันจะให้เงินพวกนาย 200,000 หยวน พวกนายเอาเงินนี้ไปตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่พวกนายเชี่ยวชาญซะ"

"อะไรนะ"

หลังซูข่านพูดจบ ต้าชุนก็อุทานออกมา เขาตกตะลึงกับคำพูดของซูข่าน

พระเจ้า!!!

ทำไมพี่สามให้เงินมาเยอะขนาดนี้เพื่อไปตั้งบริษัท?

เจ้าของโรงงานในเผิงเฉิงบางคนยังมีเงินไม่ถึง 200,000 เลย

แล้วตอนนี้พี่สามได้ให้เงินที่ขนาดซื้อโรงงานได้มาให้กับพวกเขาแล้ว

เหลาหลี่ก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่ด้วยความตกใจ เขาหันหน้าไปมองที่ต้าชุน แต่ต้าชุนก็ตกใจไม่น้อยไปกว่าเขาเลย

เงินที่ลู่กั๋วเฉียงได้ให้พวกคนงานของเขาสูงถึง 5,000 แล้วนะ แต่พี่สามได้ให้เยอะกว่าลู่กั๋วเฉียงอีก

บริษัทที่มีเงินขนาดนี้ อาจจะอยู่สูงสุดในเผิงเฉิงเลยก็ได้

"สุดยอดดดด"

ซงหมิงเจียงแอบดีใจอย่างลับๆ เขารู้สึกมีความสุขที่เห็นต้าชุนกับเหลาหลี่จะได้โอกาสจากพี่สาม

"สมแล้วที่เป็นคนที่เรารับใช้"

ไทเกอร์ได้คิดคำนี้ขึ้นมาในใจ เขายกย่องซูข่านในการกระทำดังกล่าวมากๆ ช่างเป็นคนที่ใจกว้างจริงๆ

เขาไม่คิดว่าจะหาเงิน 200,000 แบบนี้ได้จากการทำนาที่บ้านเกิด ต่อให้ทำทั้งชีวิตหรือขายที่ดินก็ยังไม่ได้ ที่บ้านของต้าชุนและเหลาหลี่จะต้องภูมิใจในตัวพวกเขา

"ยืนนิ่งอยู่ทำไมกันเล่า"

ลู่กั๋วเฉียงยืนขึ้นและเดินไปด้านหลังทั้งสองคน จากนั้นก็เอามือมากอดไหล่ทั้งต้าชุนและเหลาลี่ พวกเขาได้เดินทางมาที่เผิงเฉิงด้วยกันตั้งแต่ที่แรก ตอนนี้ก็เหมือนกับเป็นพี่น้องกันอีกคนแล้ว

ลู่กั๋วเฉียงเอามือตบที่ไหล่ของทั้งสองคนพร้อมทั้งมองหน้าเพื่อเตือน โอกาสดีๆแบบนี้หากไม่รีบคว้าไว้ระวังพี่สามจะเปลี่ยนใจเอาคืน

ต้าชุนและเหลาหลี่ต่างตื่นเต้นทั้งสองคน หลังจากที่โดนตบไหล่แล้วพวกเขาก็มองไปที่ซูข่านด้วยสายตาที่ซาบซึ้งอย่างสุดหัวใจ

"ขอบคุณครับพี่สาม"

ต้าชุนพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว

"ชื่อบริษัทขึ้นอยู่กับพวกนายเลย แต่ฉันมีเรื่องที่จะต้องกำชับพวกนายนิดหน่อย"

"พี่สามโปรดบอกพวกเราเถอะครับ"

เหลาหลี่รีบพูดขึ้นมาอย่างเร็ว

สายตาของทุกคนในห้องต่างมองไปที่ซูข่านด้วยความอยากรู้อยากเห็น พี่สามต้องการจะกำชับเรื่องอะไร

"เรื่องง่ายๆ"

ซูข่านพูดเบาๆ

"ไม่ว่าโครงการอะไรหรืองานที่จะได้มาในอนาคต ห้ามเปลี่ยนแปลงการจ่ายค่าแรงคนงานเด็ดขาด ให้จ่ายค่าแรงเป็นรายปีเหมือนเดิม ถึงมันจะยากไปหน่อยแต่ก็ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้"

"อึ้ก"

ต้าชุนและเหลาหลี่ต่างรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

ซูข่านมองดูที่สองคนที่ทำหน้าประหลาดใจ ไม่แปลกหรอกที่พวกเขาจะไม่รู้เรื่อง

ในอนาคตพวกแรงงานเหล่านี้ต้องทุกข์ทนทรมานขนาดไหนรู้ไหม?

พวกผู้รับเหมาจำนวนมากส่วนใหญแล้ว ยังไม่สามารถรับเงินจากโครงการได้เมื่องานยังไม่เสร็จ แล้วผู้รับเหมาต่างก็รับงานซ้อนต่อไปเรื่อยๆ

พวกคนงานต้องทำงานสายตัวแทบขาดกว่าจะได้เงินมา แถมผู้รับเหมาก็จ่ายเงินค่าแรงล่าช้าไปอีก บางคนอาจจ่ายล่าช้าไปเป็นปีๆเลยก็มี

สภาพคล่องของพวกผู้รับเหมานี่มันเป็นอะไรที่ดูไม่ได้เลยสักนิดเดียว จะว่าเห็นแก่ตัวก็ว่าใช่

ใช้แรงงานคนแล้วจ่ายเงินให้เขาล่าช้าไป 1 ปี คนงานเหล่านั้นจะรู้สึกกันยังไง? แน่นอนมันต้องเกิดความเครียดสะสมในไซต์งานอยู่แล้ว สุดท้ายผู้รับเหมาที่ทิ้งงานเพราะไม่มีคนทำงานให้ก็มีอยู่ทั่ว

ซูข่านก็อยากที่จะเปลี่ยนสถานการณ์นี้ แต่ตัวเขาเองก็ไม่ได้อำนาจมากมายอะไรขนาดนั้น เพราะฉะนั้นแล้วบริษัทที่กำลังจะเปิดเพื่อรับเหมาก่อสร้างในไม่ช้า

อย่างน้อยเขาก็จ่ายเงินล่วงหน้าให้คนงาน 1 ปี ถึงไม่ได้มีโบนัสให้เพิ่มเติมก็เถอะ พวกคนงานเหล่านั้นก็จะมีกำลังใจมาทำงานให้กับบริษัทของซูข่านแล้ว

สวัสดิการเดียวที่คนงานเหล่านี้ต้องการก็คือวันหยุดในช่วงตรุษจีน พวกเขาต้องการจะกลับไปอยู่กับครอบครัวบ้างในบางครั้ง

บางคนต้องทำงานก่อสร้างไม่ได้กลับไปเจอหน้าครอบครับ 2-3 ปีก็มีมาแล้ว ซึ่งนั่นก็เกิดจากการที่ผู้รับเหมาไม่รับผิดชอบจ่ายเงินให้ตรงเวลานั่นแหละ

ลองคิดดูสิทำงานเป็นเวลาหนึ่งปีโดยไม่ได้รับค่าจ้าง วันตรุษจีนก็ไม่ได้กลับไปหาครอบครัวอีก นี่คือความทุกข์ทรมานที่จะเกิดขึ้นกับเหล่าคนงานที่ได้ผู้รับเหมาไม่มีความรับผิดชอบ

ในช่วงนั้นรัฐบาลได้ยื่นมือเข้ามาช่วยอยู่ แต่คนงานส่วนใหญ่ก็เป็นคนต่างด้าว การจ่ายเงินให้กับคนที่ไม่ใช่คนจีนก็ไม่ใช่เรื่องสักเท่าไหร่

ซูข่านไม่อยากให้เรื่องแบบนี้มาเกิดขึ้นกับบริษัทของเขา ซูข่านเลยต้องวางกฎเกณฑ์ข้อบังคับพวกนี้ก่อนเปิดบริษัท หลายคนอาจะไม่เข้าใจสิ่งที่ซูข่านกำลังทำ

แต่เชื่อเถอะ การที่ซูข่านทำแบบนี้ มันทำให้เหล่าคนงานได้มีกำลังใจในการมาทำงาน พวกเขามีชีวิตที่ลำบากกว่าคนทั่วไปเยอะ

ซูข่านได้เน้นย้ำต้าชุนกับเหลาหลี่อีกรอบหนึ่งถึงเรื่องที่เขาบอก

"เข้าใจแล้วครับพี่สาม"

ต้าชุนและเหลาหลี่ ทั้งสองคนเห็นสายตาที่ดูจริงจังของซูข่าน พวกเขาก็เลยดูเกร็งๆขึ้นมาและตอบซูข่านคล้ายกับตอนตอบผู้บังคับบัญชาที่สนามรบ

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าและอธิบายต่อ

"พวกนายต้องไปจดทะเบียนบริษัทก่อน จะให้กั๋วเฉียงหรือเหลาสูช่วยด้วยก็ได้ จากนั้นพวกนายจะรวมกับโรงงานของกั๋วเฉียงหรือเหลาสูก็แล้วแต่พวกนายเลย"

ทั้งสองโรงงานนี้เป็นกลุ่มเดียวกันกับว่านเซี่ยง กรุ๊ป การเข้าร่วมเป็นกลุ่มอาจทำให้การบริหารอะไรต่างๆง่ายขึ้น

"ต่อไปถ้าพวกนายได้ทำงานใหญ่ๆ เดี๋ยวพวกนายก็มีคนงานแห่กันมาสมัครบริษัทนายเองแหละ พวกนายก็จะมีตัวเลือกในการคัดคนเข้าทำงานมากขึ้น"

"ถึงตอนนั้นแล้ว พวกนายก็จะได้กลายเป็นเจ้าของบริษัทอย่างเป็นทางการ"

ซูข่านพูดจบก็ยิ้มออกมาที่มุมปาก

ต้าชุนกับเหลาหลี่ก็ดูตกใจเล็กน้อยกับคำว่าเจ้าของบริษัท

ทันใดนั้นเองสูเจิ้งเหมาก็ได้เดินเข้ามาในห้อง ซูข่านก็ได้หันไปมองสูเจิ้งเหมา

ต้าชุนและเหลาหลี่หันไปมองหน้ากันแล้วก็สูดหายใจเข้าเต็มปอดของเขา