จางหม่านประหลาดใจมากที่ได้เห็นตัวเลขหนี้ของทางธนาคารวิงออน
"ทำไมพวกเขาถึงได้ปล่อยให้มีหนี้เสียสะสมเยอะขนาดนี้?"
"ประมาณ 100 ล้านได้ค่ะ"
หลู่เฉียนซานได้สรุปข้อมูลให้จางหม่าน
"100 ล้านงั้นเหรอ?"
อยู่ดีๆก็มีรอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจางหม่าน
"มูลค่าของธนาคารวิงออนมีแค่ประมาณ 300 ล้านเอง แถมยังมีหนี้อยู่ในระบบอีกตั้ง 100 ล้าน และที่สำคัญเลยคือเป็นหนี้ที่ผู้ถือหุ้นพวกนั้นกู้มาด้วย"
"มีหนี้อยู่ในธนาคารตั้ง 30% ของมูลค่าบริษัท พวกเขาคิดว่าธนาคารวิงออนสามารถผลิตเงินได้เองรึยังไงกัน?"
จางหม่านเองตกใจที่เห็นข้อมูลแบบนี้เหมือนกัน เธอไม่แปลกใจเลยที่ทำไมธนาคารวิงออนถึงได้ประกาศขาย
จากข้อมูลที่เธอมีอยู่ตอนนี้ สถานการณ์ของธนาคารวิงออนเรียกได้ว่าอยู่ในภาวะวิกฤตสุดๆ หากทนฝืนบริหารแบบนี้ต่อไป พวกเขาจะต้องล้มละลายในเวลาไม่เกิน 2 ปีแน่
แต่ก็ต้องชมการหาข้อมูลของหลู่เฉียนซานเลยจริงๆ
"เราจะใช้ประโยชน์ตรงนี้ในการเจรจาซื้อขาย"
จางหม่านได้พูดด้วยรอยยิ้ม
ธนาคารฮั่งเส็งกับธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดก็ยังเป็นคู่แข่งคนสำคัญของทางว่านเซี่ยงกรุ๊ป แม้ว่ามูลค่าของว่านเซี่ยงกรุ๊ปจะไม่ได้ด้อยไปกว่าธนาคารทั้งสอง
แต่ทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปเองก็ไม่เคยมีธุรกิจเกี่ยวกับธนาคารมาก่อน ดังนั้นตัวเต็งในการเข้าซื้อธนาคารวิงออนจึงมีโอกาสเป็นธนาคารด้วยกันมากกว่า
หากว่าเป็นสถานการณ์ปกติ ไม่มีทางเลยที่ว่านเซี่ยงกรุ๊ปจะสามารถเอาชนะธนาคารฮั่งเส็งกับธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดได้
ถึงแม้ว่าจะซื้อธนาคารวิงออนได้ แต่ก็ต้องสูญเสียเยอะกว่าเดิมหลายเท่า
แต่ก็เหมือนกับโชคชะตาที่เล่นตลก อยู่ๆทางธนาคารวิงออนก็ได้มีคนมายื่นข้อเสนอในการให้ว่านเซี่ยงกรุ๊ปเข้ามาซื้อกิจการของพวกเขา ซูข่านจึงได้ให้จางหม่านและหลู่เฉียนซานจัดการตามแผนที่เขาได้วางเอาไว้
ที่จริงซูข่านยังไม่ได้มีแผนการที่จะเข้ามาสู่ธุรกิจธนาคารสักเท่าไหร่ แต่ในเมื่อมีโอกาสแล้วยังไงเขาก็ไม่พลาดที่จะคว้ามัน
เพราะในอนาคตจะมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับธนาคารชื่อดังอย่างธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ตอนนั้นแหละเป็นช่วงเวลาที่ซูข่านวางแผนจะเข้าสู่ธุรกิจธนาคาร
แต่การได้ธนาคารวิงออนมาอยู่ในมือก่อนล่วงหน้า ทำให้แผนการของซูข่านต้องปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ยังไงมันก็ไม่ได้กระทบกับแผนการใหญ่ที่เขาวางไว้เลยสักนิดเดียว
"ในเมื่อมีข้อได้เปรียบถึงสองข้อขนาดนี้แล้ว เราต้องรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด ไม่อย่างงั้นพวกฮั่งเส็งกับชสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดอาจจะแย่งพวกเราไปได้"
หลู่เฉียนซานอดใจไม่ไหวแล้วที่จะไปยื่นข้อเสนอให้กับทางธนาคารวิงออน
จางหม่านวางเอกสารในมือลงบนโต๊ะและพยักหน้า
"เธอรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้เลย ให้พนักงานในฝ่ายการเงินไปช่วยงานเธอได้เต็มที่"
"ค่ะท่านประธาน"
หลู่เฉียนซานตอบด้วยความมั่นใจ
"มันจะต้องสำเร็จ"
จางหม่านให้กำลังใจด้วยรอยยิ้ม
หลู่เฉียนซานเองก็ยิ้มตอบรับจางหม่านเช่นเดียวกัน
การเข้าซื้อกิจการธนาคารวิงออนในครั้งนี้ ทำให้หลู่เฉียนซานรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าครั้งไหนๆที่เธอได้ยื่นซื้อกิจการมา เลือดลมของเธอตอนนี้กำลังเดือดพล่านถึงขีดสุด
จะมีใครสักกี่คนที่จะยื่นข้อเสนอในการเข้าซื้อกิจการธนาคารบ้าง? นี่เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของสายอาชีพการเงินของเธอเลย
ส่วนใหญ่ประมาณ 99% ของคนที่ทำงานในสายงานด้านนี้ จะไม่ค่อยมีโอกาสได้ทำแบบหลู่เฉียนซานสักเท่าไหร่
เรื่องนี้ต้องยกเครดิตให้กับจางหม่านด้วยที่ชักชวนเธอมาร่วมงานได้ในช่วง 2-3 ปีก่อน หลู่เฉียนซานก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ว่านเซี่ยงกรุ๊ปมาอยู่จุดนี้ได้
ไม่เพียงแต่สถานะของเธอจะสูงขึ้นบริษัทเพียงเท่านั้น แต่ประสบการณ์ที่เธอได้ทำ ก็เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากบริษัทอื่นอีกแล้ว
ในช่วง 2-3 อาทิตย์ที่จะถึง ทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปจะต้องทำงานอย่างหนักในการเข้าซื้อกิจการธนาคารวิงออน
ยิ่งมีคนช่วยมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสามารถยื่นซื้อธนาคารวิงออนได้เร็วเท่านั้น นั่นก็เป็นเหตุผลที่จางหม่านได้ให้คนในแผนกการเงินไปช่วยเหลือหลู่เฉียนซาน
ส่วนตัวของซูข่านที่กำลังพักผ่อนในบ้านบนภูเขาไทปิงนั้น เขาไม่สนใจในเรื่องการเข้าซื้อธนาคารวิงออนอีกเลยหลังจากที่คุยกับหลู่เฉียนซานล่าสุด
ซูข่านไว้ใจให้ทั้งสองคนจัดการเรื่อง วิธีการหรือตัวช่วยเขาก็ได้บอกให้กับทั้งสองคนไปแล้วด้วย
มีวิธีที่สามารถเอาชนะคู่แข่งคนอื่นได้ขนาดนี้ หากทำไม่สำเร็จอีกก็ควรกระโดดน้ำเต้าหู้ฆ่าตัวตายแล้วล่ะ
สระว่ายน้ำของบ้านซูข่านมีขนาดใหญ่มาก มีเก้าอี้สำหรับอาบแดด ร่มสนาม ฯลฯ ที่เกี่ยวข้องกับสระว่ายน้ำหรูๆตามที่เห็นในหนังหลายๆเรื่อง เวลาไหนที่ซูข่านว่างเขาก็มักจะมาว่ายน้ำอยู่เสมอ
อากาศที่เซียงเจียงตอนนี้เรียกว่าร้อนนิดหน่อยเนื่องจากเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว อุณหภูมิเฉลี่ยเองก็อยู่ที่ 30 องศาในทุกๆวัน
การว่ายน้ำในตอนเช้าเองทำให้ร่างกายสดชื่นมาก ถ้ามีเวลาว่างซูข่านก็ว่ายอีกครั้งในตอนเย็น
หยางไท่เฉียนได้ติดต่อมายังซูข่านเพื่อถามว่าเขาต้องการมาดูหลิวเสวี่ยหัวถ่ายโฆษณาเป็นระยะ เพราะหยางไท่เฉียนคิดว่าที่ซูข่านเลือกหลิวเสวี่ยหัวนั้นเป็นเพราะซูข่านอาจจะชื่นชอบดาราคนอื่นก็เป็นได้
แต่ซูข่านก็ปฏิเสธไปทุกครั้ง
หลังจากว่ายน้ำในบ้านของตัวเองหลายวัน ซูข่านรู้สึกว่าผิวของเขานั้นดำขึ้นมาก แต่ซูข่านเองก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไร
ทุกครั้งที่ขึ้นจากสระเขามองเห็นกล้ามเนื้อที่หน้าท้องของตัวเองอยู่จางๆ และรู้สึกว่าร่างกายนั้นกระฉับกระเฉงมากขึ้นด้วย
"ครีน"
ในวันนี้ซูข่านที่กำลังจิบชาอยู่ในห้องนั่งเล่นอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงรถยนต์ที่หน้าบ้านของเขา
"มาแล้วสินะ"
ซูข่านวางถ้วยชาลงและเดินไปดูที่หน้าต่าง
"ดูเหมือนว่ากั๋วเฟ่ยจะพาพวกเขามาแล้วครับพี่สาม"
ซงหมิงเจียงที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่างก็ได้รายงานสถานการณ์ให้กับซูข่านได้รับรู้
ซูข่านรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยและรีบไปนั่งที่โซฟาทันที
ไม่นานก็มีร่างของชายชราคนหนึ่งที่คุ้นตาของซูข่านเดินเข้ามาพร้อมกับคนอีก 2-3 คน
"บ้านของคุณไม่เลวเลยทีเดียว ทั้งสวยงามและก็ยิ่งใหญ่เหมาะสมกับคุณมาก"
เสียงของเฒ่าหลี่ดังขึ้น เขากวาดสายตามองไปยังรอบๆห้องนั่งเล่นแล้วก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขารู้ดีว่าตัวตนของซูข่านนั้นยิ่งใหญ่แค่ไหน แต่ก็ไม่คิดเลยว่ามันจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้
"ผมได้นำของฝากกลับมาให้คุณด้วย"
จากนั้นเฒ๋าหลี่ก็หันไปมองที่คนที่มาเขาด้วย
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved