เมื่อทั้งหมดเดินจากไป ซูข่านก็นั่งตกปลาต่อด้วยความสบายใจ ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการตกปลาที่แม่น้ำแห่งนี้แล้ว
ภายใต้ท้องฟ้าที่ปลอดโปร่ง ทิวทัศน์ของภูเขาและต้นไม้ สภาพอากาศที่ไม่ร้อนหรือเย็นไปในฤดูใบไม้ร่วง อากาศที่แสนจะบริสุทธิ์ บรรยากาศนี้มันเหมาะสมที่สุดแล้วสำหรับการตกปลา
ซูข่านรู้สึกผ่อนคลายอย่างมากกับบรรยากาศที่แสนสบายแบบนี้
ซงหมิงเจียงและซูต้าเฉียงก็ได้กลับมาที่หมู่บ้านตามคำสั่งของซูข่าน ทันทีที่พวกเขามาถึงก็เจอมวลมหาบรรดารถน้อยใหญ่จำนวนมากที่หน้าหมู่บ้าน
ในบรรดารถยนต์พวกนั้นยังคงมีรถสุดหรูจากยุโรปปนอยู่ด้วย
ไม่ไกลจากตัวรถมากนั่งก็เป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังยืนคุยอะไรบางอย่างกันอยู่ สูเจิ้งเหมาเองก็หนึ่งในคนพวกนั้น พวกเขากำลังพูดคุยกับคนรอบๆด้วยรอยยิ้ม
มีจังหวะหนึ่งที่สูเจิ้งเหมาเห็นซงหมิงเจียงยืนอยู่ไม่ไกลจากนั้น
"ผมขอตัวก่อนนะครับ พอดีคนรู้จักของผมมาหาพอดีเดี๋ยวผมขอไปคุยกับเขาก่อน ไว้เดี๋ยวผมกลับมาค่อยมาคุยเรื่องการลงทุนกันต่อนะครับ"
สูเจิ้งเหมาพูดกับคนรอบๆด้วยความสุภาพ
"เชิญเลยค่ะคุณสู"
"เดี๋ยวพวกเราจะรอคุณตรงนี้เอง"
"ไม่เป็นไรๆ ไปเถอะครับ"
คนที่คุยอยู่กับซงหมิงเจียงก็ตอบกลับอย่างสุภาพเช่นกัน ปัจจุบันสถานะของสูเจิ้งเหมานั้นยิ่งใหญ่มากๆในประเทศจีน ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนตอนนี้ก็มีแต่คนอยากจะมาต้อนรับเขา
สูเจิ้งเหมาเดินไปหาซงหมิงเจียงที่ยืนอยู่ เขามองไปด้านหลังซงหมิงเจียงก่อนจะทำสีหน้างุนงงและพูดว่า
"หมิงเจียง คุณซูไม่อยู่ในหมู่บ้านเหรอ?"
ซงหมิงเจียงส่ายหัวและตอบด้วยรอยยิ้ม
"หัวหน้าสูไม่รู้เหรอครับว่าพี่สามไม่ชอบการถูกผู้คนรุมล้อมแบบนี้"
"เขาบอกให้คุณคุยกับคนเหล่านี้ให้เสร็จก่อน หลังจากที่คนเหล่านี้กลับไปแล้วคุณค่อยมาคุยกับเขาครับ"
"โอเค"
สูเจิ้งเหมาพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นเขาก็นึกออกว่าคุณซูนั้นชอบที่จะทำอะไรแบบอยู่เป็นเบื้องหลังซะมากกว่า น้อยคนนักที่จะรู้ว่าคุณซูมีความยิ่งใหญ่ขนาดไหน
แต่ในช่วงเวลาสั้นๆไม่ถึงปี คุณซูได้ใช้เงินไปแล้วกว่า 1,500 ล้านในการเอาไปสร้างตึกสูงถึง 2 ตึกในเผิงเฉิงและที่เซี่ยงไฮ้ จะมีใครในเซียงเจียงที่สามารถทำได้แบบคุณซูบ้าง?
ถ้านับมูลค่ากระแสเงินสดของเขา คุณซูจะต้องอยู่เป็นอันดับต้นๆของบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในเซียงเจียงแน่ แต่รู้อะไรไหมว่าบ้านของเขาที่หนานจิงเป็นเพียงแค่บ้านธรรมดาหลังหนึ่งเท่านั้น
เขาใช้ชีวิตอยู่ในหนานจิงไม่ต่างอะไรกับชาวบ้านทั่วไปแถวนั้น ไม่ได้มีรถหรูหรือของฟุ่มเฟือยอะไรที่บ่งบอกถึงความร่ำรวยของคุณซูได้เลย เหมือนกับว่าคุณซูนั้นกำลังปิดบังตัวตนของเขาอยู่จากอะไรบางอย่าง
สูเจิ้งเหมาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมา
"งั้นเดี๋ยววันนี้ผมจะพาพวกเขากลับไปก่อนละกัน พรุ่งนี้เดี๋ยวผมกลับมาใหม่"
สูเจิ้งเหมารู้ตัวเองดีเกี่ยวกับการจัดการกับพวกผู้นำท้องถิ่นพวกนี้ คนพวกนั้นเชื่อฟังเขาจะตายไป ด้วยชื่อเสียงของสูเจิ้งเหมาก็เพียงพอจะทำให้พวกเขาเชื่อฟังสูเจิ้งเหมาแล้ว
สูเจิ้งเหมารู้ดีว่าจะต้องจัดการยังไงกับพวกผู้นำท้องถื่นพวกนี้ ตอนนี้แทบจะไม่มีใครไม่เชื่อฟังคำพูดของสูเจิ้งเหมาสักคนเดียว สถานนะปัจจุบันของเขาตอนนี้มันสูงพอๆกับบุคคลทางการเมืองเลย
ทั้งหมดที่สูเจิ้งเหมามาอยู่ในจุดๆนี้ เป็นเพราะคำพูดไม่กี่คำของคุณซูแท้ๆ
"ผมซื้อหมูตัวใหญ่ เนื้อวัว เนื้อแกะและบะหมี่ขาว 2-3 ถุง ตามคุณซูได้บอกมาด้วยนะครับ ของทั้งหมดอยู่ที่ท้ายรถบรรทุกคันสุดท้าย"
"โอเคครับ เดี๋ยวผมจัดการต่อเอง"
ซงหมิงเจียงพยักหน้า
สูเจิ้งเหมาคุยกับซงหมิงเจียงจบก็หันกลับไปหาพวกผู้นำท้องถิ่นเหล่านั้น ไม่นานพวกเขาทั้งหมดก็ขึ้นรถและจากหมู่บ้านซูเจียไป
จากนั้นซงหมิงเจียงก็ไปคุยกับซูต้าเฉียง
"ต้าเฉียง นายไปบอกกับผู้ใหญบ้านหน่อยว่านายใหญ่แห่งเซียงเจียงได้ซื้อหมู เนื้อวัว เนื้อแกะและบะหมี่ขาวมาจำนวนมาก และก็เชิญชาวบ้านทุกคนมากินเลี้ยงฉลองให้กับการมาของนายใหญ่คนนี้หน่อย"
"ได้ครับ"
ซูต้าเฉียงได้ยินที่ซงหมิงเจียงพูดก็กลืนน้ำลายด้วยความยากลำบากทันที ตอนที่นายใหญ่จากเซียงเจียงพูดคุยกับซงหมิงเจียง ตอนนั้นซูต้าเฉียงก็ไม่ได้อยู่ฟังด้วย
เป็นไปได้ว่านายใหญ่จากเซียงเจียงอยากจะเลี้ยงอาหารพวกเราเลยซื้อของมาเยอะขนาดนี้
ตอนนี้หมู่บ้านซูเจียกำลังจะเป็นอย่างที่นายน้อยซูบอกไว้เลย บ้านทุกหลังกำลังจะได้กินเนื้อสัตว์ทุกมื้อแล้ว
วันเวลาที่เลวร้ายกำลังจะผ่านพ้นไป สิ่งที่ดีๆกำลังจะเข้ามาในหมู่บ้านแห่งนี้
ในเวลาไม่กี่วันเท่านั้น ชาวบ้านซูเจียได้กินเนื้อสัตว์ถึง 2 มื้อเต็มๆ และที่สำคัญเลยคือสามารถเติมเนื้อได้ไม่อั้น
ซูต้าเฉียงเชื่อว่านายน้อยซูจะต้องนำพาความเจริญมาสู่หมู่บ้านนี้อย่างที่เขาได้พูดไว้ได้จริงๆ เขาเป็นถึงหลานชายของนายท่านซูผู้ยิ่งใหญ่
ถึงแม้ว่าเขาทั้งสองจะเป็นคนละคนกัน แต่ความมุ่งมั่นที่อยากจะช่วยเหลือหมู่บ้านก็ได้ส่งผ่านหลานชายของเขามาถึงพวกเราชาวบ้านซูเจียแล้ว เขาจะกลายเป็นตำนานคนต่อไปถัดจากนายท่าน
จากนั้นซูต้าเฉียงก็รีบไปบอกพ่อหรือผู้ใหญ่บ้านทันที เมื่อผู้ใหญ่บ้านได้ยินก็รู้สึกตื่นเต้นมาก หมู่บ้านนี้จะได้กินเนื้ออีกแล้ว
ทำไมพระเจ้าถึงได้รักหมู่บ้านซูเจียมากขนาดนี้?
ทำไมพระเจ้าถึงได้ประทานเนื้อมาให้ชาวบ้านกินเยอะขนาดนี้?
ข่าวลือที่หมู่บ้านเราได้กินวุ้นเส้นหมูตุ๋นได้ลือไปถึงหมู่บ้านอื่น รู้ไหมว่าหมู่บ้านอื่นพวกเขาอิจฉาหมู่บ้านซูเจียมากขนาดไหน แล้วครั้งนี้มีเนื้อวัวกับเนื้อแกะมาอีก
"เดี๋ยวข้าจะประกาศในหมู่บ้านหลายๆรอบเลย"
ผู้ใหญ่บ้านพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
คนส่วนใหญ่ก็ยังคงอยู่ในหมู่บ้านนี้อยู่ มีหลายคนที่ไม่ได้ออกมาดูหรือรับรู้การมาของผู้ว่าการมณฑล
ผู้ใหญ่บ้านต้องรีบหาคนมาจัดการขนของจากรถบรรทุกลงมาให้เร็วที่สุด การปล่อยให้เนื้อเน่าบูดนั้นเป็นบาปมหันต์ที่พระเจ้าจะไม่ให้อภัยพวกเขาได้เลย
ผู้ใหญ่บ้านรีบไปที่ส่วนกลางของหมู่บ้านทันทีและตรงดิ่งไปยังห้องกระสายเสียงของชุมชน ไม่นานเสียงของผู้ใหญ่บ้านก็ดังที่เสียงตามสายไปทั่วทั้งหมู่บ้าน
"สวัสดีพ่อแม่พี่น้องหมู่บ้านซูเจียทุกคน"
"วันนี้นายใหญ่แห่งเซียงเจียงได้มาที่หมู่บ้านของพวกเรา เขามีแผนที่จะสร้างโรงงานขึ้นที่หมู่บ้านแห่งนี้โดยนายใหญ่ได้นำเครื่องจักรและอุปกรณ์ติดมือมาด้วย"
"นอกจากเครื่องจักรต่างๆแล้วนายใหญ่ยังมีเมตตาห่วงใยชาวบ้านทุกคน เขาได้ซื้อหมู เนื้อวัวและเนื้อแกะมาเต็มรถบรรทุก"
"ชาวบ้านคนไหนที่ว่างอยู่จากงานผมอยากจะให้มาช่วยกันจัดเตรียมสถานที่สำหรับงานเลี้ยงกันหน่อย เย็นนี้เราจะทำอาหารจากของที่นายใหญ่ได้ซื้อมา
"ช่วยกันคนละไม้คนละมือ บ้านไหนยังมีโต๊ะกับเก้าอี้เหลืออยู่ก็ช่วยยกกันมาด้วย"
เสียงของผู้ใหญ่บ้านที่พูดไปในเสียงตามสายนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ซูข่านที่นั่งตกปลาอยู่ยังรู้เลยว่าผู้ใหญ่บ้านยิ้มกว้างแค่ไหนขณะพูด
"เฮ้อ"
ซูข่านมองไปที่หมู่บ้านแล้วก็ส่ายหัวเล็กน้อย
ชีวิตแบบชาวบ้านนี่มันก็ดีเหมือนกันเนอะ พวกเขาคงจะมีความสุขมากกับการได้กินเนื้อสัตว์ชิ้นใหญ่ นี่คงจะเป็นมื้ออาหารที่มีความสุขสำหรับชาวบ้านอีกหนึ่งมื้อ
สูเจิ้งเหมาเองก็น่าจะได้รับความนับถือเพิ่มขึ้นจากคนในหมู่บ้าน เขา..
"เอ้า!!"
ปลาติดเบ็ดล่ะ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved