ตอนที่ 263

ในช่วงเวลาปีหน้า ตลาดหุ้นในฮ่องกงก็จะไปถึงจุดวิกฤตที่สุด ในตอนนั้นเองทางบริษัทว่านเซี่ยงที่ได้นำเงินไปชอร์ตตลาดอสังหา ก็จะได้เงินจำนวนมากพอที่จะแบ่งไปลงทุนสร้างตึกในเซี่ยงไฮ้ได้

นอกจากนี้แล้ว การเข้าซื้อกิจการของอสังหาจงเฮงนั้น ทำให้ครอบครัวตระกูลจงทั้งหมดถูกไล่ออกและแทนที่ด้วยต้าเฟย

ซึ่งทรัพย์สินของทางบริษัทอสังหาจงเฮงนั้นก็ได้ตกมาอยู่ในมือของซูข่านทั้งหมด

"อึ้ก!!"

สูเจิ้งเหมากลืนน้ำลายก้อนใหญ่ลงในลำคอของเขา ความรู้สึกตอนนี้เหมือนกับตอนปีที่แล้วเลย

ตอนที่คุณซูไปเซียงเจียงแล้วได้เจอกับเขาครั้งแรก ในระหว่างช่วงเวลาเดินทางกลับคุณซูก็ได้พูดถึงแผนการสร้างตึกที่สูงที่สุด จากนั้นคุณซูก็ได้ลงเงินเพื่อทำมันจริงๆ

แล้วตอนนี้คุณซูก็ได้พูดถึงการลงเงินก้อนใหม่กับตึกที่สูงที่สุดในเซี่ยงไฮ้ มันช่างคล้ายกันเหลือเกิน แตกต่างกันก็แค่ช่วงเวลาเท่านั้น

"ถ้าอย่างงั้นแล้วถ้าถึงเวลาที่เหมาะผม เดี๋ยวผมจะรีบติดต่อเพื่อหารือในการสร้างตึกในเซี่ยงไฮ้นะครับ"

สูเจิ้งเหมาพูดอย่างตื่นเต้น

"เดี๋ยวจากนี้ไปนายไปบอกกับนักข่าวนะ ว่าได้ร่วมมือกับบริษัทหน้าใหม่ไฟแรงในเซียงเจียงในการสร้างตึกที่สูงไม่น้อยไปกว่าตึกซิงซี แต่ไม่ต้องบอกเยอะนะ"

ซูข่านพูดด้วยรอยยิ้ม

ไม่จำเป็นต้องปล่อยข่าวทั้งหมดตอนนี้ ไม่อย่างงั้นเดี๋ยวพวกผู้คนสงสัยอีกว่าบริษัทยักษ์ที่ร่วมมือกับทางซิงซีเป็นบริษัทอะไร

ถ้าหากว่าข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป รัฐบาลท้องถิ่นจะจับตามองพวกเราอีก แต่พวกเขาก็ยินดีที่จะมีนักลงทุนมาลงทุนที่เมืองของพวกเขา

ในประเทศจีนตอนนี้มีตึกที่สูงอยู่ไม่กี่แห่งเท่านั้น

และในตอนนี้ตึกซิงซีที่กำลังก่อสร้างนั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศ แต่จะเป็นยังไงถ้าหากบอกว่าจะสร้างตึกที่สูงกว่าตึกซิงซีอันนี้ในเซี่ยงไฮ้

ฟังยังไงมันก็น่าตื่นเต้นโคตรๆ

เหตุผลที่ซูข่านบอกให้สูเจิ้งเหมาทำแบบนี้ก็เพื่อทำให้พวกกลุ่มไล้อ้อนตื่นตัวและกังวลกับตึกที่พวกเขากำลังสร้าง

ขนาดตึกที่สูงที่สุดในเผิงเฉิงยังไม่เสร็จ ก็ได้สร้างตึกที่สูงกว่าตึกเดิมแล้ว แถมยังสร้างในเซี่ยงไฮ้อีก

ทำแบบนี้เรียกได้ว่าเป็นการตบหน้าทางอ้อมได้เลย

แล้วทางตึกซิงซีเองก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรอีก ในช่วงเวลาที่สร้างเสร็จตึกซิงซีก็จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศอันดับสอง

แต่ตำแหน่งนี้ก็ไม่น่าจะอยู่ได้นาน เดี๋ยวก็มีตึกมากมายขึ้นที่เซี่ยงไฮ้อย่างกับดอกเห็ด แถมความสูงของมันก็สูงกว่า 100 ชั้นกันหมดด้วย

มันไม่มีอะไรที่สร้างขึ้นมาแล้วจะเป็นที่ 1 ได้ตลอดหรอก มนุษย์นั้นได้ทำการแย่งกันมาอยู่แนวหน้ากันอยู่แล้ว นี่แหละคือสัจธรรมของชีวิต

"ได้ครับคุณซู ผมจะค่อยๆเปิดเผยเรื่องนี้ทีละน้อย แล้วทำให้ทางเมืองเซี่ยงไฮ้เฝ้ารอการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการจากผม"

สูเจิ้งเหมารับปาก เขาเป็นคนที่เก่งมากในเรื่องนี้

ขนาดตึกซิงซีเองกว่าที่คนจะรู้ข่าวก็ใช้เวลาประมาณหนึ่งอยู่

"ค่อยเป็นค่อยไปก็ได้ อย่ากังวลมากเลย"

ซูข่านได้ยกถ้วยชาขึ้นมาและจิบช้าๆ เขารู้สึกได้ความร้อนและกลิ่นใบชาที่ไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา

"ครับคุณซู"

สูเจิ้งเหมามองไปยังซูข่านด้วยสายตาที่ชื่นชม

เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะได้สร้างตึกที่สูงแบบตึกซิงซีอีกครั้ง และยังได้สร้างในเซี่ยงไฮ้อีก จะต้องเป็นคนกล้าแค่บ้าแค่ไหนถึงจะลงทุนสร้างตึกทั้งสองด้วยเงิน 1,500 ล้านแบบนี้

ลองคิดดูสิถ้าได้ยืนอยู่ในตึกที่สูงกว่า 100 ชั้นในเซี่ยงไฮ้แล้วได้ชมวิวแบบพาโนรามาตลอดทั้งคืน

ด้วยวิวที่พิเศษแบบนี้ต้องมีคนมาเยี่ยมชมยังตึกที่เซี่ยงไฮ้เยอะมากๆ

เวลาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว โครงการสร้างโรงเรียนประถมในหนานจิงก็ได้ก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง เป็นเพราะการร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยชิงหวา

ซูข่านยังได้ให้จางเฉียงช่วยสนันสนุนบริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงอีกด้วย ด้วยชื่อเสียงของบริษัทฮั่วจงเองที่เป็นบริษัทที่เปิดในเซียงเจียง ทำให้มีอาสาสมัครของมหาวิทยาลัยชิงหวาสนใจจำนวนมาก

พวกเขายินดีที่จะไปเป็นครูอาสาเพื่อสอนเด็กๆอีกด้วย และคนในท้องถิ่นก็ได้ให้การต้อนรับพวกเขาสุดๆ

สำหรับพวกเขาแล้ว คนที่เรียนมหาวิทยาลัยชิงหวาได้คือจะต้องเป็นหัวกะทิเท่านั้น พวกเขายินดีที่จะให้ลูกๆหลานๆรับการสอนการหัวกะทิพวกนี้ ดังนั้นในช่วงเดือนแรกๆที่โรงเรียนยังสร้างไม่เสร็จ

พวกชาวบ้านได้เตรียมสถานที่รองรับครูอาสาแล้ว ได้มาครูอาสามาเยี่ยมที่หมู่บ้านเป็นจำนวนมาก ซึ่งพวกเขาทั้งหมดจะได้รับค่าเดินทางและค่าอาหารจากจางเฉียงอีกด้วย

ในช่วงเวลานี้จ้าวชิงชิงเองก็ทำงานหนักมากๆ เธอต้องติดต่อประสานงานโครงการสร้างโรงเรียนแห่งนี้ ขนาดตอนนี้เป็นช่วงเวลาปิดเทอมแต่เธอเองก็ไม่ได้อยู่บ้านตลอด

แต่สีหน้าของจ้าวชิงชิงเองนั้นก็ดีมีความสุขมากๆ เหมือนเธอชอบเรื่องที่ทำเพื่อคนอื่นแบบนี้

วันหนึ่งที่สวนหน้าบ้าน ซูข่านและคนอื่นก็ได้กินโจ๊กที่เป็นอาหารเช้าของพวกเขาอยู่ บางครั้งซูข่านเองก็ได้ยินเรื่องราวของการสร้างโรงเรียนผ่านทางจ้าวชิงชิงด้วย และวันนี้ก็เช่นกัน

"พี่สามรู้ไหมว่าคนที่นั่นดีใจแค่ไหนที่รู้ว่าคนที่จะไปสอนพวกลูกๆเขาจะเป็นคนจากมหาวิทยาลัยชิงหวา พวกคนในหมู่บ้านดูดีใจสุดๆเลย"

"อืม"

ซูข่านพยักหน้า

"แล้วข่าวการหาครูอาสาเนี่ยทำให้นักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยได้สนใจพวกฉันอีกด้วย วันก่อนที่เข้าไปหาอธิบดีก็คนมาถามจำนวนมากเลย"

หลี่ชิงเยว่พูดด้วยความดีใจ ก่อนหน้านี้ไม่มีใครรู้จักเธอเลยแม้แต่คนเดียว แต่ตอนนี้ผู้คนทั่วทั้งมหาวิทยาลัยได้รู้จักเธอแล้ว

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อยและพูดเบาๆ

"คนในหมู่บ้านตั้งความหวังกับพวกเธอสูงมาก อย่าทำให้พวกเขาผิดหวังหล่ะ ตั้งใจทำกันให้ดี"

"ค่ะ"

จ้าวชิงชิงและหลี่ชิงเยว่พยักหน้าและตอบอย่างมั่นใจ

หลังอาหารเช้าทั้งสองคนก็ได้ออกจาบ้านของซูข่านไปที่มหาวิทยาลัย ดูเหมือนว่าวันนี้พวกเธอจะมีธุระที่นั่น

ซูข่านมองดูทั้งสองคนที่เดินออกไปก็ยิ้มเล็กน้อย

ได้ยินว่าโรงเรียนประถมจะสร้างแล้วเสร็จก่อน 3 ที่ ดูเหมือนว่าหลังจากก่อสร้างเสร็จแล้วทางโรงเรียนน่าจะเปิดรับสมัครนักเรียนประจำภาคการศึกษาที่จะถึงพอดี

ถ้าเทียบจากโรงเรียนประถมที่อยู่ในตัวเมือง พวกเขาจะต้องรอจนกว่าจะถึงปิดเทอมฤดูร้อนปีหน้าถึงจะเปิดรับสมัครได้

แต่โรงเรียนของพวกเรานั้นสามารถเตรียมการให้เร็วกว่านั้นได้ มีการเตรียมรับสมัครนักเรียนไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว

เวลาก็ได้ผ่านไปอย่างช้าๆ

อยู่ๆก็มีข่าวที่น่าแปลกใจเกิดขึ้น บริษัท Apple ที่เพิ่งจดทะเบียนบริษัทไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา พวกเขาก็ได้เตรียมพร้อมเปิดตัวสินค้าตัวใหม่แล้ว

เมื่อรู้ข่าวนี้ทำให้ซูข่านประหลาดใจมาก ตามหลักแล้วบริษัทแอปเปิ้ลจะต้องพัฒนาสินค้าของพวกเขาอีกระยะเวลาหนึ่งแท้ๆ

ดูเหมือนว่าการแทรกแซงของซูข่านทำให้โชคชะตาได้เปลี่ยนไปอีกแล้ว