ตอนที่ 319

ของใช้ประจำวัน 2 ถุงราคาเท่าไหร่ถ้าเทียบกับมอเตอร์ไซค์แล้ว

ซงหมิงเจียงรู้ดีกว่าข้อเสนอนี้มันคุ้มแค่ไหน รู้ไหมที่หนานจิงมอเตอร์ไซค์หนึ่งคันราคาเท่าไหร่?

อย่างถูกสุดเลยก็เริ่มต้นที่ 1,000 หยวน บางรุ่นก็อาจมีราคาสูงถึง 3,000 หยวนเลยทีเดียว

"จริงเหรอเจียงเฝิง?"

ซงหมิงเจียงไม่อยากจะเชื่อที่ได้ยิน เขาจึงถามกับหลี่เจียงเฝิงด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย

หลี่เจียงเฝิงหันมาพูดกับซงหมิงเจียงที่นั่งข้างๆด้วยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์

"พี่ซง ถ้าพี่ไม่เชื่อพี่ก็ลองไปที่นั่นดูก็ได้"

"กฏเกณฑ์ราคาของที่นี่ใช้กับที่นั่นไม่ได้เลยสักชิ้นเดียว ของที่ราคาไม่กี่หยวนที่นี่แต่ถ้าไปขายที่นั่น อาจจะมีราคาสูงถึงหลายร้อยหยวนเลยทีเดียว"

ของแบบนี้พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอก จนหลี่เจียงเฝิงไปเห็นด้วยตัวเองเขาถึงจะเชื่อ

ไทเกอร์กับเสี่ยวจุนได้บอกกับหลี่เจียงเฝิงว่าพี่สามเป็นคนที่เก่งมากๆ เขารู้ไปหมดว่าที่นั่นต้องการอะไรและให้จางเฉียงส่งมา ตอนแรกเขาก็คิดว่าทั้งสองคนนั่นพูดเกินความจริงไปหน่อย

แต่หลังจากที่เขาเห็นเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาต่อวันไม่ขาดสายแล้ว ตอนนั้นแหละที่หลี่เจียงเฝิงแอบเห็นด้วยกับไทเกอร์และเสี่ยวจุนทันที

"ขนาดนั้นเลยเหรอ?"

ซงหมิงเจียงยังคงไม่เชื่อและหันหน้าไปทางซูข่าน ซงหมิงเจียงคิดว่าถ้าเขาไปอยู่ที่นั่น บางทีเขาอาจจะเป็นเศรษฐีเลยก็ได้

ซูข่านไม่ได้ตกใจกับรายงานของหลี่เจียงเฝิงเหมือนกันซงหมิงเจียง ทั้งหมดนี้เขารู้อยู่แล้ว่ามันจะเป็นยังไง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะยังไม่ได้เหมือนกับที่เขาได้ยินมาก่อนหน้านี้

ซูข่านจำได้ว่าไฟแช็คหนึ่งอันสามารถแลกมอเตอร์ไซค์ได้ 1 เครื่อง ส่วนของใช้ประจำวัน 1 ถุง สามารถแลกกับเครื่องบินหนึ่งลำได้เลย

ที่รัฐเซียนั่นใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างยากลำบาก เสบียงอาหารหรือของใช้ประจำวันเลยมีราคาสูงกว่าที่อื่นหลายเท่า

ยิ่งเป็นบริเวณแถบชายแดนนหรือบ้านนอกเนี่ย ที่นั่นยิ่งขาดแคลนหนักเลย พวกเขามีเงินพอที่จะซื้อทุกอย่าง แต่ที่นั่นไม่มีใครขนของเข้าไปขายเลยสักคนเดียว

นับวันปริมาณความต้องการก็มากขึ้นเรื่อยๆ รู้ไหมมีคนยอมซื้ออาหารกระป๋องหนึ่งกระป๋องด้วยเงิน 50 หยวน แล้วลองคิดถึงของใช้ประจำวันดูสิมันจะมากขนาดไหน

ไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะยอมเอารถมอเตอร์ไซค์มาแลกกับของใช้ประจำวัน นี่ถือเป็นช่องทางที่สำคัญมากช่องทางหนึ่งเลยทีเดียว

ซูข่านเลยอยากจะวางรากฐานของตรงนี้ให้มั่นคงก่อน เขาเลยส่งไทเกอร์กับเสี่ยวจุนไปเพื่อจัดการเรื่องพวกนี้ และพวกเขาทั้งสองก็ทำมันได้อย่างดีเลยทีเดียว

ซูข่านใช้ชีวิตมาสองโลกแล้ว เขารู้ดีกว่าส่งคนแบบไหนไปทำงานที่นั่น

ซูข่านพยักหน้าและพูดเสริม

"ที่นั่นก็เป็นอย่างที่เจียงเฝิงพูดแหละ และถ้ายิ่งพวกนายเข้ากันได้กับคนที่นั่น บอกได้เลยว่าพวกเขาจะต้อนรับนายอย่างกับราชาเลยแหละ"

"ใช่ครับพี่สาม"

หลี่เจียงเฝิงพูดด้วยแววตาที่เป็นประกาย

"คนที่นั่นโคตรขี้เมาเลย พวกเขาดื่มกันทั้งวี่ทั้งวัน"

"ฮ่าๆๆ"

ซูข่านหัวเราะออกมาเบาๆ

ที่รัฐเซียนั่นมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นมาก คนท้องถิ่นจะชอบดื่มแอลกอฮอล์เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ขนาดพวกคนที่ดื่มเก่งอย่างพวกไทเกอร์ไปยังยอมแพ้พวกคนจากรัฐเซียเลย

แต่ก็ยังโชคดีที่พวกไทเกอร์ไม่ได้ไปมีเรื่องอะไรกับคนที่นั่น

คนรัฐเซียส่วนใหญ่ก็ชอบดื่มเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซูข่านเคยเห็นคลิปวิดีโอชาวรัฐเซียคนหนึ่งกำลังต่อสู้ ขนาด 3 คนรุมยังไม่สามารถเอาชนะชาวรัฐเซียได้เลย

เห็นได้ชัดว่าชาวรัฐเซียทั้งดื่มเก่งและก็ต่อยตีเก่งอีกด้วย ชาวจีนเลยให้ขนานนามว่าพวกคนรัฐเซียพวกนั้นว่าเป็นชาติแห่งการต่อสู้

แต่ข้อดีของมันก็มีอยู่เหมือนกัน การดื่มนี่แหละเป็นการเข้าสังคมที่ดีเลยกับคนที่นั่น หากว่าคุณไม่รู้จักใครเลยในรัฐเซีย คุณลองชวนคนแถวนั้นดื่มดูสิ บอกได้เลยว่าเพื่อนเพียบแน่นอน

"พี่สามช่างเป็นคนที่น่าทึ่งจริงๆนะครับ ขนาดตัวพี่ไม่ได้ไปที่นั่น แต่พี่สามยังรู้ทุกเรื่องเกี่ยวที่นั่นหมดเลย"

ไทเกอร์กับเสี่ยวจุนก็เคยบอกกับหลี่เจียงเฝิงว่า พี่สามได้บอกพวกเขาว่าคนที่นั่นชอบดื่มแอลกอฮอล์ หากว่าไปที่นั่นสามารถใช้แอลกอฮอล์ผูกมิตรได้

แต่อย่าเอาแอลกอฮอล์ถูกๆไปให้พวกนั้นกินล่ะ จากผูกมิตรจะกลายเป็นสร้างศัตรูแทน

คนที่นั่นมีเหล้าท้องถิ่นอยู่ ราคาของมันถูกกว่าน้ำเปล่าซะอีก แต่ % แอลกอฮอล์นี่สามารถจุดไฟติดได้เลย หากว่าคอไม่แข็งจริงอย่าริอาจดื่มเด็ดขาด

นี่คือสิ่งที่พี่สามได้บอกไทเกอร์กับเสี่ยวจุนก่อนจะเดินทางไปที่นั่น ซึ่งมันตรงกับที่หลี่เจียงเฝิงไปเจอมาทุกประการ

ด้วยเหตุผลนี้ทำให้หลี่เจียงเฝิงรู้สึกเคารพและชื่นชมในตัวของซูข่านมากขึ้น

ซงหมิงเจียงเองก็ตกตะลึงที่ได้ยิน

เขารู้มาว่าจางเฉียงได้ส่งของใช้ประจำวันมากมายไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างต่อเนื่อง

ถ้าเป็นอย่างงั้นแสดงว่ามันจะแลกกับมอเตอร์ไซค์มาได้มากเลยน่ะสิ น่าจะเป็นร้อยๆคันแล้วมั้ง

ตัวของซูข่านเองไม่ได้สนใจมอเตอร์ไซค์ที่แลกมาเลย ตอนนี้ที่นั่นอัตราแลกเปลี่ยนยังไม่ได้เหมือนกับที่เขาคิดเอาไว้

ถ้าถึงคราววิกฤติจริงๆที่นั่น บอกได้เลยว่าอัตราแลกเปลี่ยนพวกนี้ก็ไม่สามารถใช้ได้อีกแล้ว

ก็จริงอยู่ที่มอเตอร์ไซค์นั้นมันมีมูลค่ามากกว่าของใช้ประจำวันหลายเท่า แต่กว่าการที่จะขนย้ายมาที่ประเทศจีนคงต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะพอตัว

แถมมอเตอร์ไซค์เองก็เป็นมอเตอร์ไซค์มือสอง คนที่เชี่ยวชาญมอเตอร์ไซค์เองก็ไม่มี หากว่าไม่สตาร์ทๆนานๆมอเตอร์ไซค์ก็มีปัญหาอีก

มอเตอร์ไซค์พวกนี้ไม่ได้สำคัญอะไรกับซูข่านเลย มันไม่ได้ทำให้เขาได้เงินมากขึ้นเลยสักนิด และยิ่งเวลาผ่านไป 10-20 ปี มอเตอร์ไซค์พวกนั้นก็จะแทบจะกลายเป็นเศษเหล็กแล้ว

แต่ที่ซูข่านสนใจคือไม้ต่างหาก ไม้ของที่นั่นจะมีราคาสูงมากหากทิ้งไว้ 10-20 ปี

หลี่เจียงเฝิงพูดต่ออย่างรวดเร็ว

"แล้วผมก็ได้นำเรื่องที่พี่จะบอกไทเกอร์กับเสี่ยวจุนไปบอกทั้งสองคนนั้นแล้วครับ ของใช้ประจำวันและอาหารก็ได้ถูกส่งไปที่นั่นอย่างต่อเนื่อง"

"จากนั้นผมก็ได้ติดต่อไปยังรอบๆเพื่อหาซื้อไม้ตามที่พี่สามได้บอก บริเวณตรงนั้นมีไม้เกือบทุกชนิดเก็บมานานหลายสิบปีเลยครับ มันมีเยอะจนผมนับแทบไม่ไหวเลย"

"และราคาของไม้เองก็ไม่ได้สูงมาก ผมเลยจัดการทำโกดังข้างแม่น้ำเพื่อเก็บไม้ตามคำสั่งของพี่สามครับ"

เมื่อได้ยินหลี่เจียงเฝิง ซูข่านก็พยักหน้าด้วยความพอใจและพูดกับเขา

"ดีมาก!!"

"ต่อให้มีไม้มากแค่ไหนนายก็ไปจัดการซื้อมาให้หมด ถ้าที่เก็บไม่พอนายก็ไปเช่าแล้วขยายเพิ่มเอา"

"ครับพี่สาม"

หลี่เจียงเฝิงตอบด้วยความเคารพ

เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพี่สามถึงได้บอกให้เก็บไม้เยอะขนาดนั้น ส่วนมอเตอร์ไซค์เอง พี่สามกลับไม่ให้ความสำคัญอะไรเลย

แต่ไทเกอร์กับเสี่ยวจุนก็ได้เคยเตือนหลี่เจียงเฝิงเอาไว้ว่า ให้ทำตามคำสั่งของพี่สามทุกอย่าง

หลี่เจียงเฝิงเองก็เห็นแล้วว่าคนที่ทำตามคำสั่งของพี่สามจะเป็นยังไง