ตอนที่ 320

ในตอนเย็นของวันนั้น ซูข่านได้บอกซงหมิงเจียงให้ขับรถตู้มือสองพาเขาและลี่ซีไปยังบ้านเพื่อกินข้าวเย็นกับครอบครัว

พ่อแม่ลี่ซีคงยังไม่ได้ติดต่อกับพ่อแม่ของซูข่าน

ทันทีพวกเขารู้ว่าลี่ซีหนีออกจากบ้านมา พ่อแม่ลี่ซีที่อยู่ในมณฑลเสฉวนคงวุ่นวายในการโทรหาญาติคนอื่น พวกเขาคงคิดว่าลูกสาวคงหนีไปพึ่งญาติๆเหล่านั้น

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ พ่อแม่ของซูข่านเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้พ่อแม่ลี่ซีเข้าใจและยอมปล่อยเธอไปเรียนต่อเมืองนอก

การที่ซูข่านได้บอกว่าจะช่วยเหลือเธอ นี่ก็นับเป็นก้าวแรกของความสำเร็จแล้ว

ไม่นานรถตู้ก็ขับมายังบ้านซูข่าน เขาได้บอกให้ซงหมิงเจียงกลับไปก่อน ทั้งซูข่านและลี่ซีคงใช้เวลาสักพักในการพูดคุยครั้งนี้

"พี่ซูข่านคะ?"

ระหว่างที่กำลังเดินขึ้นบ้านนั้น ลี่ซีก็แสดงท่าทางแปลกๆออกมาและก็ได้พูดขึ้นว่า

"ทำไมพี่ถึงไม่ซื้อรถดีๆมาใช้ล่ะคะ? ทำไมพี่ต้องใช้รถตู้เส็งเคร็งนั้นด้วย"

ในตอนที่ลี่ซีเจอกันซูข่านครั้งแรกที่โรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรส ตอนนั้นซูข่านก็ได้พาลี่ซีขึ้นรถของจางเฉียง ซึ่งแน่นอนมันเป็นรถคันใหม่และหรูมาก

จากนั้นลี่ซีก็เห็นว่าจางเฉียงทำงานให้กับพี่ซูข่าน และทำไมลูกน้องของพี่ซูข่านถึงได้ขับรถดีกว่าพี่ซูข่านได้ล่ะ?

ลูกน้องขับรถใหม่สุดหรู ส่วนเจ้านายนั่งรถตู้เก่าๆงั้นเหรอ?

ลี่ซีรู้สึกแปลกๆกับเรื่องนี้อยู่มากจึงตัดสินใจถาม

"มันไม่จำเป็นยังไงล่ะ"

ซูข่านมองไปที่ลี่ซีที่เดินข้างๆและอธิบายช้าๆ

"พยัคฆ์ย่อมรู้ว่าจะควรกางกงเล็บตอนไหน ที่นี่คือเมืองหนานจิง การขับรถหรูที่นี่มันก็ไม่ต่างอะไรจากมังกรที่แหวกว่ายในลำธารเล็กๆหรอก"

"อ๋อ"

ลี่ซีเบิกตากว้างออกและพูดด้วยความตื่นเต้น

"พี่ซูข่านกำลังพูดถึงประโยคในนิยายของจินต้าเซียใช่ไหมคะ"

"หึๆ"

ซูข่านยิ้มและไม่ได้ตอบอะไร

ทุกวันนี้ละครทีวีของทางเซียงเจียงมีอิทธิพลอย่างมากในฝั่งแผ่นดินใหญ่ เรื่องที่มักจะได้ความนิยมส่วนใหญ่เลยก็คือเรื่องที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายการต่อสู้ โดยเฉพาะเรื่องที่เขียนโดยจินต้าเซีย

ละครที่ดัดแปลงจากเรื่องของจินต้าเซียนั้นได้รับความนิยมมาก ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ หรือกระทั่งคนแก่ ต่างก็ชื่นชอบละครนี้

บรรดาตัวเอกในละครก็มักจะใช้คำพูดเฉือนคมกันไปมากับตัวร้อย และตัวเอกก็ยังมีกระบวนท่าต่อสู้ที่สวยงามอีก ทำให้จินต้าเซียเป็นคนที่มีชื่อเสียงอย่างมากในประเทศจีน

ครอบครัวของลี่ซีเองก็เป็นหนึ่งในครอบครัวที่ชื่นชอบละครดัดแปลงจากนิยายของจินต้าเซีย และลี่ซีเองก็รู้สึกว่าลูกพี่ลูกน้องของเธอนั้น เหมือนกับตัวเอกในนิยายอย่างมาก

"พี่ซูข่านนี่สุดยอดจริงๆ"

ลี่ซียกนิ้วโป้งให้กับซูข่าน

"รีบเดินเถอะ"

เมื่อเห็นท่าทางที่ซุกซนของลี่ซีแล้ว ซูข่านก็ส่ายหัวเล็กน้อยและรีบเดินอย่างรวดเร็วจนทิ้งห่างลี่ซี

"พี่ซูข่านรอหนูด้วยสิ!!"

ลี่ซีตะโกนพร้อมกับวิ่งเหยาะๆตามหลังซูข่านมาอย่างรวดเร็ว

ระหว่างที่ซูข่านกำลังขึ้นบรรไดเขาก็มองไปรอบๆ ถึงแม้ว่าพ่อจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งแล้ว แต่พ่อก็ยังอยู่บ้านหลังเดิม บรรยากาศของที่นี่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย

ไม่นานซูข่านก็ได้ขึ้นบรรไดมาถึงบ้านของเขา

ระหว่างที่ซูข่านพยายามล้วงกระเป๋าหากุญแจบ้านนั้น เขาก็ได้กลิ่นหอมของอาหารโซยออกมา

"กลิ่นหอมจัง"

ลี่ซีเองก็ได้กลิ่นหอมเช่นเดียวกัน เธอขมวดคิ้วและพยายามนึกหน้าตาของอาหารที่ส่งกลิ่นหอมนี้ออกมา

ซูข่านเปิดประตูบ้านเสร็จก็เข้าไปข้างในทันที ทันทีที่เขาเข้ามาข้างในพร้อมกับลี่ซี เขาก็เห็นซูเจียงกัวหรือพ่อ กำลังนั่งอยู่ที่โซฟาและดูทีวีอยู่

ถึงแม้ว่าทีวีสมัยนี้จะมีทีวีจอสีออกมาแล้ว แต่บ้านหลังนี้ยังคงชอบดูทีวีจอขาวดำเหมือนเดิม

ในทีวีนั้นกำลังรายางานข่าวอยู่ และในครัวก็มีเสียงคนทำอาหาร

"สวัสดีค่ะคุณลุง"

ลี่ซีทักทายซูเจียงกัวอย่างสุภาพ

"ว่าไงลี่ซี สบายดีไหม?"

"นั่งลงก่อนสิ ตอนนี้คุณป้ากำลังทำอาหารอยู่ น่าจะยังมีของพอทำซุปเพิ่มได้อีกหม้อหนึ่งพอดีเลย"

ซูเจียงกัวมองไปที่ลี่ซีด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส

"เอ่อ…"

ลี่ซีรู้สึกสับสนเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าลุงและป้าของเธอจะต้อนรับเธอขนาดนี้ ตอนแรกเธอเตรียมใจที่จะถูกดุมาแล้ว

"นั่งก่อนสิ"

ซูข่านตบที่ไหล่ของลี่ซีและหัวเราะเบาๆ

ก่อนหน้านี้ซูข่านก็ได้ติดต่อมายังพ่อแม่ของเขาแล้ว ซูข่านได้ใช้เวลาพูดคุยเล็กน้อยจนทั้งสองคนเข้าใจในตัวของลี่ซี

ลี่ซีกลับมามีสติอีกครั้งหลังจากคิดอะไรกับตัวเอง เธอรีบนั่งลงบนโซฟาอย่างเชื่อฟังและไม่กล้าที่จะขยับไปไหน

ซูข่านเองก็นั่งลงข้างๆกับลี่ซี

หลังจากนั้นไม่นานลี่ยู่ฉินแม่ของซูข่านก็ได้ยกอาหารชามใหญ่มา เธอเหลือบมอบไปที่ซูข่านและลี่ซีพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

"ว่าไงลี่ซี สบายดีไหมจ๊ะ?"

"สวัสดีค่ะคุณป้า"

ลี่ซีพูดด้วยน้ำเสียงที่เกร็งๆ

"มาช่วยป้าเตรียมชามกับตะเกียบหน่อยสิ"

แม่ของซูข่านได้พูดกับลี่ซีต่อ

ลี่ซีมองไปที่ซูข่านด้วยสายตาที่ขอความช่วยเหลือ แต่ซูข่านก็ส่งสัญญาณให้เธอเล็กน้อย

ลี่ซีเลยลุกขึ้นยืนและไปช่วยแม่ของซูข่านเตรียมชามและตะเกียบสำหรับมื้อเย็น

เธอรู้ดีว่าถ้าหากคุณป้าไม่ยอมพูดกับเธอ แสดงว่าป้าจะต้องโกรธเรื่องที่เธอหนีออกจากบ้านมา แต่การที่คุณป้าชวนเธอคุยเหมือนปกติแบบนี้ ทำให้ลี่ซีรู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย

"เธอยังเหมือนเดิมเลยนะครับพ่อ"

ซูข่านหันไปพูดกับพ่อของเขา

ซูเจียงกัวมองไปที่ซูข่านแล้วก็พยักหน้าเล็กน้อย เขาภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้มาก

ตอนนี้คนทั่วทั้งเมืองหนานจิงต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากมีลูกชายเหมือนกับหวางเอ๋อ

ร้าน KFC สามารถทำเงินต่อวันได้มากมายมหาศาล คนเข้าร้านแน่นทุกวัน คนที่ทำงานของพ่อซูข่านต่างพูดแต่เรื่องนี้

ขนาดหัวหน้าของพ่อยังชื่นชมในตัวหวางเอ๋อบอกอยากได้ลูกชายแบบนี้บ้างจัง เขาอิจฉาพ่อและแม่ของหวางเอ๋อสุดๆที่มีลูกชายเป็นคนเก่งแบบนี้

แต่คงจะมีเพียงซูเจียงกัวคนเดียวเท่านั้นแหละที่ไม่อิจฉาเหมือนกับคนอื่นเขา

ซูเจียงกัวรู้ดีว่าหวางเอ๋อนั้นเป็นแค่ฉากบังหน้าเฉยๆ จริงๆแล้วซูข่านลูกชายเขาต่างหากที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอันนี้

ขนาดครอบครัวของหวางเอ๋อคงยังไม่รู้เรื่องราวพวกนี้เลยมั้ง พวกเขาคงคิดว่าหวางเอ๋อเป็นคนทำทุกอย่างนี้ด้วยตัวของเขาเอง และดูเหมือนครอบครัวของหวางเอ๋อจะภูมิใจมากอีกด้วย

การที่ลูกของตัวเองประสบความสำเร็จทั้งทีอายุยังน้อยเนี่ย คนเป็นพ่อแม่คงจะภูมิใจในตัวลูกไม่ใช่น้อย

เช่นเดียวกันซูเจียงกัว เขาภูมิใจในใจในตัวซูข่านยิ่งกว่าใครๆ

ซูข่านนี่แหละคือมังกรผู้ยิ่งใหญ่ที่มาอยู่ในรูปร่างของมนุษย์ การกระทำทุกอย่างของซูข่านล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่พระเจ้าประทานมาทั้งสิ้น

แม้กระทั้งตาเฒ่าแห่งตระกูลซูยังพอใจกับการกระทำทุกอย่างของซูข่าน