ตอนที่ 391

มื้ออาหารก็จบลงอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา ซูข่านไม่คิดมาก่อนเลยว่าการกินข้าวในครั้งนี้จะได้อะไรมากมายจากศาสตราจารย์ฮู่

ที่สำคัญเลยคือข่าวสารเกี่ยวกับศาสตราจารย์หนี่ที่อยู่ระหว่างการเรียนรู้หลักสูตรใหม่ในต่างประเทศ หากว่าเขาสามารถนำความรู้นั้นมาปรับใช้กับบริษัทที่กำลังจะเปิดได้

คอมพิวเตอร์สำหรับใช้งานทั่วไปสำหรับบุคคลก็ไม่ไกลเกินเอื้ม

"เดี๋ยวให้ฉันกับหมิงเจียงจะไปส่งพวกเธอละกัน"

ซูข่านหันหน้าไปและพูดกับจ้าวชิงชิง

"ไม่เป็นไรค่ะพี่สาม"

จ้าวชิงชิงส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว

"เดี๋ยวพวกเราขึ้นรถบัสกลับก็ได้ค่ะ"

"ใช่ค่ะ ไม่อยากรบกวนพี่สามด้วย"

หลี่ชิงเยว่รีบพูดเสริม

ซูข่านส่ายหน้าและพูดเสียงเข้ม

"ไม่ได้!!"

"ฉันจะไปส่งพวกเธอที่มหาวิทยาลัย จากนั้นฉันค่อยกลับบ้าน"

จ้าวชิงชิงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง เธอไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไป

"ขอบคุณค่ะพี่สาม"

หน้าของจ้าวชิงชิงมีสีแดงขึ้นมาเล็กน้อย การได้อยู่กับซูข่านนานขึ้นทำให้เธอมีความสุข

ตอนนี้เฒ่าหลี่เองก็ไม่อยู่ที่บ้านแล้ว เธอก็ไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรในการไปบ้านของซูข่านอีก นี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายก็ได้ที่เธอจะได้อยู่ใกล้กับซูข่านก็ได้

หัวใจของจ้าวชิงชิงเต้นรัวขึ้นราวกับมีงานเลี้ยงเต้นรำข้างใน เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าเธอจะต้องมีความรู้สึกอะไรแบบนี้ด้วย

"ไปกันเถอะ"

ซูข่านพยักหน้าและเดินนำออกจากห้องส่วนตัว

จางต้าเมื่อเห็นว่าซูข่านออกจากห้องมา เขาก็ได้รีบไปหาทันที ซูข่านจึงบอกให้จางต้าไปต้อนรับแขกคนอื่นดีกว่า ยังไงเขาก็สามารถกลับเองได้อยู่แล้ว

เมื่อกลับมาที่รถ ซูข่านก็เห็นซงหมิงเจียงยืนอยู่ข้างหน้า เขาจึงได้พูดกับซงหมิงเจียงว่า

"นายกินอะไรรึยัง?"

"เรียบร้อยแล้วครับ มีพนักงานนำอาหารมาให้ผมกินระหว่างรอพี่สามครับ"

ซงหมิงเจียงพยักหน้าเล็กน้อยและตอบซูข่าน

ร้านอาหารวังหลวงก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่อยู่ในมือของซูข่าน ทั้งเฒ่าจางและจางต้าก็รู้ดีว่าซงหมิงเจียงเป็นใครและใกล้ชิดกับซูข่านขนาดไหน

ดังนั้นพวกเขาจะไม่ยอมให้คนใกล้ชิดกับเจ้านายใหญ่พวกเขาหิวอยู่แล้ว จางต้าจึงสั่งให้พนักงานเตรียมอาหารมาให้ซงหมิงเจียงกินถึงที่รถ

"โอเค"

"เราจะไปส่งศาสตราจารย์ฮู่ ชิงชิงและชิงเยว่ที่มหาวิทยาลัยก่อนกลับ"

ซูข่านพูดกับซงหมิงเจียงต่อเบาๆ

"ครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงพยักหน้า จากนั้นเขาก็เดินไปเปิดประตูรถให้ซูข่านและคนอื่นๆ

ไม่นานรถก็ได้ขับออกและมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยชิงหวาทันที

ไม่กี่นาที รถตู้ก็ได้ขับมาถึงยังหน้ามหาวิทยาลัย

"แคร่ก"

ประตูรถได้เปิดออก จ้าวชิงชิงและคนอื่นๆก็เริ่มทยอยลงจากรถ

"ขอบคุณที่มาส่งนะคะพี่สาม"

จ้าวชิงชิงหันไปพูดกับซูข่าน

พี่สามกำลังจะกลับแล้วสินะ จะมีโอกาสได้เจอกับเขาอีกไหมเนี่ย?

จ้าวชิงชิงรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เธอไม่รู้จะหาข้ออ้างอะไรในการไปหาซูข่านเลยที่บ้าน

"ไว้เจอกันใหม่นะคะ…"

"ถ้าเธอมีเวลาว่างก็มาที่บ้านได้เสมอนะ ถึงเฒ่าหลี่จะไม่อยู่แล้วแต่เธอสามารถมาดูหรือเล่นกับวัตถุโบราณได้"

ซูข่านมองไปที่จ้าวชิงชิงและพูดด้วยรอยยิ้ม

"ค่ะ"

จ้าวชิงชิงตอบอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเล

หลังจากกล่าวอำลาเสร็จแล้ว ซงหมิงเจียงก็ขับรถพาซูข่านกลับไปยังบ้านของเขา

ระหว่างทางนั้นมีรถยนต์อยู่บนถนนไม่มากเลย ราวกับว่านี่เป็นถนนส่วนตัวของรถตู้มือสองคันนี้ ถึงแม้ว่าในหนานจิงจะมีรถยนต์เพิ่มขึ้น แต่ดึกขนาดนี้ก็ไม่ค่อยมีรถยนต์สักเท่าไหร่แล้ว

ส่วนใหญ่แล้วถ้ามีเงินเหลือพวกเขาก็จะนำมาซื้อรถยนต์ขับกัน โดยทั่วไปนั้นคนที่จะมีรถยนต์นั้นมักจะเป็นคนรวย แต่คนรวยนั้นมีปริมาณน้อยมากถ้าเทียบกับอัตราส่วนคนที่อยู่ในเมืองนี้

ซูข่านได้นึกถึงรถ BMW ของเขาที่กำลังจะผลิตออกมา

ตอนนี้การเลือกสถานที่เพื่อก่อสร้างโรงงานก็เสร็จเรียบร้อยแล้วด้วย หากว่าโรงงานสร้างเสร็จก็พร้อมที่จะผลิตรถตู้ BMW ออกมาขายทันที

โฆษณาทุกอย่างก็พร้อมทันทีหากว่ารถ BMW นั้นผลิตเสร็จ ทั่วทั้งประเทศจะได้รับรู้ข่าวของรถยนต์ที่ผลิตโดยคนจีนด้วยกัน

หยางไท่เฉียนเองก็รายงานสถานการณ์ทุกอย่างมาหาซูข่านอยู่เสมอ และซูข่านเองก็ให้ความสนใจเกี่ยวกับบริษัทรถยนต์ BMW อย่างมาก

แตกต่างกับตึกซิงซีกับตึกจงฮงอย่างเห็นได้ชัด การลงทุนกับทั้งสองตึกนี้ใช้เงินมากกว่าพันล้านหยวน แต่ซูข่านกลับให้ความสนใจน้อยกว่าบริษัทรถยนต์อย่างมาก

ต้าเฟยกับสูเจิ้งเหมาที่รู้เรื่องนี้เองก็แทบจะกระอักเลือดทันที บริษัทรถยนต์ลงทุนไปไม่กี่ร้อยล้านเท่านั้น แต่ความสำคัญกลับเยอะกว่าตึกที่มีมูลค่ารวมเป็นพันล้าน

ทั้งคู่ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีที่มีเจ้านายแบบนี้ แต่ยังไงลึกๆพวกเขาก็ยังรู้สึกอิจฉาหยางไท่เฉียนอยู่

วันหนึ่งหลังจากที่ซูข่านได้กลับมาจากข้างนอก เขาได้เห็นกับร่างกายที่สวยงามอยู่ที่หน้าบ้านของเขา

ขณะนี้เป็นเดือนมีนาคมแล้ว อากาศในหนานจิงก็อุ่นขึ้น ซูข่านชื่นชอบสภาพแบบนี้อย่างมาก

แต่ทำไมต้องมีคนอื่นอยู่ในบ้านของเขาด้วย

ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำไมถึงมีผู้หญิงที่เขาไม่รู้จักมาอยู่ในบ้านของเขาด้วย แถมกั๋วเฟ่ยเองก็ยืนอยู่ข้างๆ ที่ใกล้กับหญิงสาวคนนั้นก็มีชายวัยกลางคนที่ดูดุร้ายอยู่

"เอ่อ..พี่สามครับ คนพวกนั้นคือคนรู้จักของพี่เหรอครับ?"

ซงหมิงเจียงเดินตามหลังซูข่านมาก็กระซิบถามกับซูข่านเบาๆ

"ฉันจำไม่ได้นะ"

ซูข่านตอบเสร็จก็เดินเข้าไปมาพวกเขา

ระหว่างที่เดินเข้าไปนั้น ชายวัยกลางคนที่ดูดุร้ายก็ได้เดินไปคุยกับหญิงสาว

"นายน้อยซูกลับมาแล้วครับ"

"เอ๊ะ!!"

"พี่ซูข่าน!!"

หญิงสาวหันหน้ามามองซูข่านและตะโกนเสียงดังทันที

"พี่ซูข่าน?"

ซูข่านงุนงงเล็กน้อยที่โดนเรียกแบบนั้น การที่อีกฝ่ายเรียกเขาด้วยคำว่าพี่กับชื่อแบบนี้ แสดงว่าอีกฝ่ายจะต้องรู้จักกับเขามาพอสมควร

แต่ซูข่านเองก็นึกไม่ออกว่าเคยรู้จักกับสาวสวยแบบนี้ด้วย

หญิงสาวคนนั้นรีบวิ่งเข้ามาหาซูข่านทันที

"สวัสดีค่ะพี่ซูข่าน"

หญิงสาวมองที่ซูข่านพร้อมกับกระพริบดวงตาที่สวยงามของเธอ จากนั้นซูข่านเองก็มองที่หญิงสาวและเงียบไปพักหนึ่ง

หญิงสาวคนนั้นเลยแสดงสีหน้าที่ผิดหวังออกมาและพูดด้วยเสียงที่น้อยใจ

"พี่ซูข่านจำหนูไม่ได้จริงๆเหรอ"

ซูข่านนึกยังไงก็นึกไม่ออกเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้

หญิงสาวเอามือของเธอมากุมมือของซูข่านอย่างรวดเร็วและพูดว่า

"หนูเป็นคู่หมั้นของพี่ซูข่านไง"

คู่หมั้น?

คู่หมั้นงั้นเหรอ?

ซูข่านเกือบจะเซล้มลงกับพื้นเมื่อได้ยิน