"ตลาดหุ้นประเทศญี่ปุ่นเหรอคะ?"
จางหม่านถามด้วยความสงสัย
เธอเห็นเจ้านายบอกว่าเศรษฐกิจที่นั่นมันกำลังดี แสดงว่าที่นั่นก็ต้องเหมาะที่จะเข้าเล่นหุ้นในตอนนี้ จางหม่านเลยเดาว่าเป็นประเทศญี่ปุ่น
ไม่อย่างงั้นเจ้านายจะไปเล่นที่ตลาดไหนอีก?
"ใช่"
"ไม่เพียงแต่ญี่ปุ่นเท่านั้น แต่เป็นบริเวณรอบๆนี้ทั้งหมดด้วย"
ซูข่านพยักหน้าและตอบจางหม่าน เขาไม่แปลกใจเลยที่จางหม่านสามารถเดาถูก เขาได้พูดเรื่องเศรษฐกิจญี่ปุ่นกับเธอเยอะมากในวันนี้
แต่จางหม่านเองก็เป็นคนที่ฉลาดอยู่แล้ว เรื่องนี้ถ้าเดาไม่ได้ก็ไม่สมควรทำงานให้กับเขาแล้วแหละ
"เจ้านายคะ"
จางหม่านถามซูข่านต่อด้วยความสงสัย
"เจ้านายจะใช้เงิน 3,000 ล้านเลยเหรอคะ? มันเยอะไปหน่อยไหมคะ?"
"ปีนี้ ประเทศญี่ปุ่นเองยังคงมีดัชนีหุ้นโดยรวมอยู่บวกอยู่หลายจุด กว่าที่ดัชนีหุ้นของญึ่ปุ่นจะลบก็กินเวลาอีกตั้ง 5 ปี"
"ในช่วงเวลานี้มันเหมาะสมที่สุดแล้วที่เข้าไปตลาดหลักทรัพย์ของประเทศญุี่ปุ่น เดี๋ยวประเทศญี่ปุ่นเองก็จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง"
"มูลค่าของหุ้นบริษัทหลายบริษัทได้เติบโตขึ้นอย่างมากในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลง ถ้ารีบจัดการซื้อดัชนีหุ้น มันจะต้องทำกำไรมหาศาลแน่นอน"
คิ้วของจางหม่านขมวดจนเป็นรูปอักษรจีน เธอพูดด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"เจ้านายหมายถึงจะเข้าซื้อดัชนีหุ้นของญึ่ปุ่นเหรอคะ? เรื่องนี้ทางบริษัทเรายังไม่เคยทำมาก่อนเลย เกรงว่าประสบการณ์จะยังมีไม่มากพอในการซื้อขายนะคะ"
"นอกจากนี้แล้ว ตลาดดัชนีหุ้นเองก็ผันผวนเอามากๆ มันไม่สามารถเอาแน่เอานอนอะไรจากตลาดพวกนี้ได้เลย ถ้ามีบริษัทไหนในญุึ่ปุ่นเกิดหุ้นตกขึ้นมา ดัชนีหุ้นก็อาจจะลบได้เลย"
"แล้วเงินที่เจ้านายจะลงก็จะหายไปอย่างรวดเร็วเลยนะคะ"
ในตลาดหลักทรัพย์แล้ว การซื้อดัชนีเป็นสิ่งที่อันตรายมาก โดยปกติแล้วมันควรจะเป็นการซื้อและรีบขายอย่างเร็วที่สุด เรียกง่ายๆว่าควรนำเงินร้อนมาเล่น
ทางทีมงานของซูข่านเองก็แทบไม่มีใครกล้าที่เล่นตลาดนี้ซักเท่าไหร่
เมื่อได้ยินจางหม่านกังวลเกี่ยวกับแผนการของเขา ซูข่านก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
บริษัทที่ดำเนินธุรกิจอยู่ภายใต้เครือของว่านเซี่ยงกรุ๊ปนั้น นอกจากบริษัทอสังหาฯจงฮงแล้ว ก็ยังมีบริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงอีกต้องใช้เงินหมุนเวียน
แล้วบริษัทฮั่วถงเองก็เพิ่งร่วมมือกับทางอีริคสันในยุโรปเพื่อสร้างห้องวิจัยเพื่อพัฒนาการสื่อสารอีก ด้วยเหตุนี้ทางบริษัทฮั่วถงเองจะต้องใช้เงินเพิ่มเติมจากการซื้อสิทธิบัตรด้วย
ถึงแม้ว่าทั้งสองบริษัทที่ว่ามานั้นจะต้องใช้เงินหมุนเวียนอยู่ไม่ใช่น้อย แต่สำหรับว่านเซี่ยงกรุ๊ปที่มีเงินอยู่เป็นหมื่นล้านนั้น สองบริษัทนี้ก็ใช้เงินแค่ส่วนเดียวเท่านั้นเอง
จางหม่านจะไม่ว่าหรือสงสัยอะไรในตัวซูข่านเลยหากว่านำเงินสักประมาณ 100 ล้านไปจัดการซื้อดัชนีหุ้นของเขา ทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปแทบจะไม่สนใจกับเงินจำนวนแค่นั้นเลย
แต่สำหรับซูข่านที่ต้องการจะนำเงินไปลงดัชนีหุ้นนั้นสูงถึง 3,000 ล้าน!! และยังเป็นเงินตั้ง 50% ของเงินที่เหลืออยู่ในบริษัทอีก
ไม่แปลกหรอกที่จางหม่านจะถามซูข่านด้วยความสงสัยขนาดนั้น จริงๆเธออยากจะเอามือของเธอมาขยุมหัวของซูข่านตอนนี้เลยด้วย แถมกัดอีก 1 ที
ทำขนาดนี้นี่เธอใจดีกับซูข่านมากแล้วนะ หากว่าเป็นคนอื่นที่อยู่ในวงการธุรกิจรู้ว่าซูข่านพูดมาแบบนี้ เขาคงถูกด่าไม่ก็โดนตบหัวสัก 2-3 ทีไปแล้ว
แต่ถ้าคนทั่วไปคงจะคิดว่า 3,000 ล้านที่ซูข่านจะนำไปใช้นั้นคงเป็นเรื่องพูดเล่นแน่ๆ จางหม่านเธอรู้ดีว่าเจ้านายของเธอนั้นเป็นคนยังไง
เกี่ยวกับเรื่องเงินแล้ว เจ้านายของเธอนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิดเดียว เขายังทำเหมือนจำนวนเงินมหาศาลนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น
ขนาดสร้างตึกสูงในฝั่งแผ่นดินใหญ่ เจ้านายยังอนุมัติเงินโดยไม่มีท่าทีเสียดายเลยสักนิดเดียว รู้ไหมว่าสองตึกสูงที่เจ้านายสร้างนั้นมีมูลค่ารวมกันกว่า 1,500 ล้านเข้าไปแล้ว
"เข้าใจแล้วค่ะ"
จางหม่านสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเอง
"อืม"
ซูข่านพยักหน้าและได้พูดต่อ
"การซื้อดัชนีหุ้นของญี่ปุ่นนั้น ไม่จำเป็นต้องซื้อขายในวันเดียว เราจะทยอยซื้อจนถึง 3,000 ล้านแล้วจะถือยาว 2-3 ปี"
"เราจะรอจนกว่ามันจะขึ้นถึงจุดสูงสุดแล้วค่อยขาย"
จางหม่านมองไปที่ซูข่านด้วยดวงตาที่เบิกกว้างออก
ใช้เงิน 3,000 ล้านในการลงทุนระยะยาว 3 ปีเนี่ยนะ? มันค่อนข้างเสี่ยงมาก
แต่หลังจากที่เธอเห็นท่าทางของเจ้านายแล้ว จางหม่านก็คิดว่าครั้งนี้ก็น่าจะทำกำไรเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา ที่สำคัญเลยคือไม่ขาดทุน!!
ก่อนหน้านี้เจ้านายก็แสดงให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่เขาทำนายไว้นั้นถูกหมด เขาก็ยังเปรียบเสมือนเทพเจ้าที่จุติลงมาเหมือนเดิม
"ได้ค่ะเจ้านาย"
จางหม่านมองไปที่ซูข่านและพูดช้าๆ
"ผู้จัดการหวาง…เอ่อไม่สิ ต้องเรียกเธอว่ารองประธานหวางถึงจะถูก"
"รองประธานหวางกำลังตามหาเจ้านายอยู่ค่ะ"
"รองประธานหวาง?"
ซูข่านรู้สึกมึนงงและถามกับจางหม่าน
"รองประธานหวางจะตามหาฉันทำไม? มีอะไรทำไมไม่ฝากเธอมาบอก?"
จางหม่านกลอกตามองบนอย่างช่วยไม่ได้ จากนั้นก็ตอบซูข่านเสียงแข็ง
"ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ!!"
ผู้หญิงคนนั้นตามหาเจ้านายแล้วมันต้องเกี่ยวอะไรกับฉันด้วยนะ มันไม่ใช่เรื่องของฉันซักหน่อย
จางหม่านมองไปที่ซูข่านด้วยสายตาที่เศร้าๆเล็กน้อย
ทำไมเขาต้องคิดว่าเขาสามารถทำอะไรกับผู้หญิงทุกคนได้อย่างงั้นเหรอ?
ทำไมเขาไม่ถามอะไรแบบนี้กับฉันบ้างล่ะ?
ทำไม?
จางหม่านมีสีหน้าที่เศร้าเล็กน้อย และในวินาทีถัดมา เธอก็รีบส่ายหน้าสบัดความคิดแปลกๆออกจากหัวทันที
นี่ฉันคิดเรื่องบ้าอะไรอยู่เนี่ย?
จากนั้นเธอก็นึกขึ้นมาได้ว่า เวลาที่เธอกับเจ้านายอยู่ในห้องกันตามลำพัง เธอมักจะมีความคิดบ้าๆแบบนี้มาเสมอ
แต่ทำไมเวลาคิดถึงเรื่องหวางมันหยูกับเจ้านายแล้ว ใบหน้าของเราต้องร้อนขึ้นแบบนี้ตลอดเลย
แล้วจางหม่านก็ยิ้มออกที่มุมปากเล็กน้อยขณะคิดเรื่องที่หวางหมันหยูขอไปกินน้ำชาที่ห้องของเจ้านายและโดนปฏิเสธ
ซูข่านครุ่นคิดแล้วตอบกับจางหม่านช้าๆ
"ไปบอกเธอให้มาหาฉันที่บ้านพรุ่งนี้"
"หลังจากที่คุยกับเธอเสร็จ ฉันจะกลับแผ่นดินใหญ่"
เมื่อได้ยินซูข่านพูดจบ จางหม่านก็ตกใจอย่างมาก
"ทำไมเจ้านายรีบกลับจังคะ?"
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved