ตอนที่ 269

การพังทลายของอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกงนั้นไม่ได้เกิดขึ้นแบบทันทีเลย มันจะค่อยๆล้มลงที่ละนิด บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างหลี่กรุ๊ปเองก็ครอบครองที่ดินเปล่าจำนวนเยอะมาก

การเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์เองก็เหมือนกับการหลอกขายของทั่วไปเหมือนนักต้มตุ๋นนั่นแหละ เมื่อถึงจุดที่ตั้งราคาสูงจนไม่มีใครเริ่มซื้อ ตอนนั้นราคาทุกอย่างก็จะเริ่มชะงักและค่อยลดลงอย่างรวดเร็ว

เมื่อมีคนเริ่มตัดราคาของอสังหาริมทรัพย์ หลายต่อหลายคนก็เริ่มกังวลว่าจะขายไม่ออกจึงรีบลดราคาที่ดินของตัวเองตาม

พวกนายหน้าที่ทำหน้าที่รับที่ดินต่อแล้วขายก็จะเริ่มไม่ได้กำไรจากจุดนี้ เพราะว่าตัวเจ้าของที่เองยังจำเป็นต้องขายให้ต่ำกว่าตลาดจึงจะสามารถขายออก

แต่พอไม่มีนายหน้ามาทำหน้าที่ขาย เจ้าของที่ดินเองก็ไม่สามารถขายที่ดินด้วยตัวเองได้ ความตื่นตระหนกในตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็เริ่มมาเยือน

จากนั้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเซียงหรือว่าฮ่องกงก็จะพังทลายลง

ซูข่านได้ติดต่อกับจางหม่านอีกครั้ง

"เจ้านายคะ ตอนนี้ตลาดอสังหากำลังลดลงอย่างต่อเนื่องเลยค่ะ ฉันว่าเจ้านายมาดูด้วยตัวเองดีกว่าไหมคะ?"

จางหม่านรีบถามซูข่านด้วยความตื่นเต้น น้ำเสียงของเธอดูแปลกใจสุดๆ

เกือบสิบเดือนก่อนเจ้านายได้คาดการณ์ล่วงหน้าว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเซียงเจียงจะเริ่มล่มสลายลงในช่วงนี้ แล้วมันก็เป็นไปอย่างที่เจ้านายพูดจริงๆ

เขาสามารถทำนายอนาคตได้อย่างแม่นยำราวกับตัวเขาเป็นพระเจ้า

แม้จางหม่านจะรู้ว่าซูข่านเองก็เป็นคนเหมือนกับเธอ แต่การทำนายทุกอย่างที่แม่นยำมันทำให้เธอรู้สึกขนลุกทุกครั้งที่คิด เธอเริ่มมีความกลัวในใจเล็กๆเกี่ยวกับตัวตนของเจ้านายแล้ว

"ไม่จำเป็นหรอก"

ซูข่านปฏิเสธเสียงแข็งทันที

"ตอนนี้มันเพิ่งเริ่มช่วงแรกของการพังทลายเท่านั้นเอง เงินทุนที่มีอยู่ก็เพียงพอที่จะใช้อยู่แล้ว ต้องรออีกสักพักถึงจะดำเนินการเรื่องพวกนี้จากตลาดอสังหาได้"

"อ้าว"

"เจ้านายไม่มาจริงๆเหรอคะ?"

จางหม่านตกใจเล็กน้อยที่รู้ว่าซูข่านไม่ได้มีแผนการไปทีเซียงเจียงตอนนี้

ซูข่านตอบด้วยรอยยิ้ม

"ตอนนี้ใกล้ตรุษจีนแล้ว เดี๋ยวหลังตรุษจีนค่อยว่าเรื่องนี้กันใหม่อีกทีละกัน ตลาดอสังหาเองก็ยังคงลดลงเรื่อยๆนั่นแหละ"

"หลังตรุษจีนเลยเหรอคะ?"

จางหม่านตกตะลึง

ตอนนี้เพิ่งจะต้นเดือนมกราคมเอง ยังเหลือเวลาอีกตั้งหลายวันก่อนจะถึงวันตรุษจีน

"ใช่"

"ฉันจะอยู่ฉลองตรุษจีนกับครอบครัวที่หนานจิงก่อน ฉันจะไม่ออกเดินทางไปไหนจนกว่าตรุษจีนจะจบ"

ซูข่านพูดด้วยรอยยิ้ม

จริงอย่างที่ซูข่านบอกทุกอย่าง บรรยากาศในวันตรุษจีนของสมัยก่อนนั้นเป็นอะไรที่มีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก ยุคนี้ผู้คนยังไม่มีสมาร์ทโฟนให้ถ่ายรูปหรือว่าเล่นกัน มันทำให้การรวมตัวที่บ้านเป็นอะไรที่อบอุ่นสุดๆ

ทุกคนในบ้านต่างมาเฉลิมฉลองวันตรุษจีนด้วยกัน แล้วถ้าเป็นครอบครัวใหญ่ๆที่มีลูกหลานเยอะๆจะเป็นวันรวมญาติของครอบครัวได้เลย

ในยุคหลังจากนี้วันตรุษจีนก็จะไม่เริ่มเป็นวันรวมตัวของญาติพี่น้องแล้ว คนจีนจะนิยมเดินทางไปเที่ยวฉลองตรุษจีนที่ต่างประเทศกันซะส่วนใหญ่

ณ ห้องทำงานของจางหม่าน หลังจากที่เธอได้วางสายโทรทัพท์ จางหม่านก็กลอกตามองบนอย่างช่วยไม่ได้

เธอได้มองไปยังโซฟารับแขกที่อยู่ในห้องเธอก่อนจะเดินไปนั่งและพูดคุยกับอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่ก่อนหน้า

"มันเป็นอย่างนี้ได้ยังไงกัน?"

"เจ้านายเขาบอกว่า เขาจะไม่มาที่เซียงเจียงจนกว่าจะหลังเทศกาลตรุษจีน"

"เขาต้องการฉลองกับครอบครัวของเขาที่หนานจิงก่อน"

"อึ้ก"

หลู่เฉียนซานเป็นคนที่นั่งอยู่ตั้งแต่แรกในห้อง เธอกลืนน้ำลายอึ้กใหญ่ลงในลำคอของเธอ

มันเป็นเรื่องบังเอิญหรือว่าอะไรกัน? ทำไมมันถึงเป็นไปอย่างที่เจ้านายคาดเดาล่วงหน้า

มุมปากของหลู่เฉียนซานบ่นอะไรอุบอิบคนเดียว 2-3 ครั้งก่อนจะยืนขึ้นและพูดกับจางหม่าน

"ประธานจางคะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวก่อนนะคะ เดี่ยวฉันต้องรีบทำรายงานเรื่องพวกนี้ให้กับเจ้านาย"

จากนั้นหลู่เฉียนซานก็เดินออกจากห้องทำงานของจางหม่านทันที

จางหม่านที่มองดูหลู่เฉียนซานเดินออกไปก็ได้คิดกับตัวเอง

ขนาดผู้หญิงที่เย็นชาราวกับเจ้าหญิงหิมะยังมีท่าทางแปลกๆเลย ตอนแรกคิดว่าเธอจะไม่สนเรื่องอะไรแบบนี้แล้วซะอีก

ไม่อยากจะคิดเลยว่าแฟนของเธอในอนาคตจะเป็นคนยังไง

จางหม่านยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ขณะคิดเรื่องของหลู่เฉียนซาน

พูดถึงเรื่องแฟนแล้ว…

"เฮ้อ"

หลังจากที่คิดจบจางหม่านก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาก่อนจะมองไปที่หน้าต่างในห้องทำงานของเธอ วิวของห้องทำงานนั้นสามารถมองเห็นอ่าววิคตอเรียได้

ขณะเดียวกันที่หนานจิง

ซูข่านได้เดินกลับมาจากข้างนอก ปีนี้หิมะตกเร็วกว่าปีก่อนๆ

อากาศที่หนานจิงตอนนี้หนาวมาก ดูเหมือนจะหนาวกว่าปีก่อนๆด้วย ถ้าคนที่แดนใต้มาเจอสภาพอากาศแบบนี้ พวกเขาอาจจะแข็งตายก็ได้

อากาศหนาวๆแบบนี้ถ้าได้พิงไฟอยู่หน้าเตาพร้อมกับย่างอะไรสักอย่างกินน่าจะเป็นอะไรที่วิเศษมากๆ และที่ลืมไม่ได้เลยก็คือจิบชาไปด้วย

หลังจากเข้าสู่ปีใหม่แล้วตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเซียงเจียงจะเริ่มลดลงแบบวันต่อวันเลย

ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการบางคนได้ออกมาแถลงว่านี่เป็นการปรับราคาปกติของต้นปี เนื่องจากผู้คนต้องการเงินไปจับจ่ายใช้สอยในช่วงตรุษจีน

พวกเขายืนยันว่าราคาที่ลดลงไปจะกลับขึ้นมาในไม่ช้า

อย่างไรก็ตามนักลงทุนหรือว่านักเล่นหุ้นไม่เชื่อฟังคำพูดของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย ยิ่งพวกเขายิ่งพูดราคาก็ยิ่งดิ่งลงไปอย่างต่อเนื่อง

นักลงทุนบางคนก็เริ่มเทขายหุ้นอสังหาที่พวกเขาครอบครองอยู่

และก็มีนักลงทุนบางคนอยากจะรวยด้วยเส้นทางลัดเหมือนกัน พวกเขาได้ลงเล่นฟิวเจอร์ราคาหุ้นอสังหาริมทรัพย์ไว้ด้วย ซึ่งแน่นอนพวกเขาจะเสียมันทั้งหมด

ด้วยการลดลงอย่างต่อเนื่องของตลาดอสังหาริมทรัพย์ การชอร์ตของบริษัทว่านเซี่ยงเองก็เริ่มมีท่าทีที่จะประสบความสำเร็จแล้ว

มันจะบังเอิญเกินไปไหมที่เงินที่ทางบริษัทว่านเซี่ยงได้ทำการซอร์ดนั้นจะเพิ่มมูลค่าขึ้นมาเกือบจะ 2 เท่าเห็นจะได้

เหตุการณ์ได้ผ่านไปเรื่อยๆ

ในที่สุดเสียงของประทัดก็ได้ดังขึ้น

ฤดูใบไม้ผลิมาถึงอย่างรวดเร็ว

ถึงแม้ว่าหิมะจะยังคงตกอยู่แต่มันก็ไม่ได้หนาเหมือนช่วงเดือนก่อนหน้านี้ หลังจากที่เปิดประตูบ้านลมหนาวก็ได้พัดเข้ามาที่ร่างของซูข่านอย่างแรง

"ตรุษจีนแล้วสินะ"

ถึงแม้ว่าลมหนาวจะพัดเข้ามา แต่ซูข่านก็ได้กลิ่นอายของวันตรุษจีนผ่านลมหนาวนั้น