ตอนที่ 239

หลังจากที่รับประทานอาหารกลางวันกับตาเฒ่าแล้ว ทั้งสองคนก็ได้คุยกันต่ออีกเล็กน้อย และจากนั้นตาเฒ่าก็ได้โบกมือลาซูข่านที่กำลังเดินออกไป

"ตาเฒ่าเอ๊ย"

ซูข่านส่ายหัวขณะที่เดินออกมาจากตัวบ้าน ทันใดนั้นเองเขาก็เห็นเลขาหลี่ถือกล่องอยู่ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามมาก ดวงตาของซูข่านก็เบิกกว้างออกมาด้วยความดีใจ

"ลุงหลี่ครับ"

ซูข่านรีบเดินเข้าไปพูดกับเลขาหลี่ด้วยรอยยิ้ม

"ผมรู้ว่าคุณหนูชอบใบชาตัวนี้ ผมเลยเอามาให้เยอะเป็นพิเศษ"

เลขาหลี่ยื่นกล่องให้กับซูข่าน

ซูข่านรับกล่องมาเขาก็รู้สึกถึงความหนักเล็กน้อย ครั้งนี้มันน่าจะเยอะกว่าครั้งก่อนแน่ๆ มันน่าจะเพียงพอให้ไม่ต้องมาที่นี่อีกนานเลย

"ขอบคุณครับลุงหลี่"

ซูขานพูดด้วยรอยยิ้ม

"ถ้ามีโอกาสเดี๋ยวผมจะชวนลุงหลี่ไปกินข้าวที่ร้านอาหารร้านหนึ่งสักหน่อย"

"เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับคุณหนู"

เลขาหลี่ตอบด้วยท่าทางที่สุภาพ

หลังจากที่บอกลาเลขาหลี่แล้ว ซูข่านก็เดินออกจากบ้านประจำตระกูล เขาเดินไปยังปากซอยของบ้านหลังนี้

แล้วซูข่านก็เห็นรถตู้โทรมๆคันหนึ่งจอดอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ อากาศในตอนนี้ไม่ร้อนจนเกินไป แต่ถ้าจอดรถตากแดดโดยรถไม่มีแอร์แบบนี้ คงจะร้อนไม่ใช่เล่น

ระหว่างที่ซูข่านได้เดินไปที่รถ ซงหมิงเจียงและหลี่เจียงเฝิงก็ได้เดินออกมาจากเงาของต้นไม้พอดี

ซูข่านเลยหันหน้าไปถามกับพวกเขาทั้งสอง

"พวกนายกินข้าวเที่ยงกันรึยัง?"

"พวกผมกินกันเรียบร้อยแล้วครับพี่สาม เพิ่งกินกันเสร็จเมื่อกี้นี้เลย"

หลี่เจียงเฝิงตอบพร้อมกับหัวเราะเล็กน้อย

ซงหมิงเจียงก็ได้อธิบายเพิ่มถึงร้านอาหารที่เปิดอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ มันเป็นร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ก็จริงแต่มีคนเยอะมาก ขนาดตอนบ่ายยังมีลูกค้าแน่นร้านอยู่เลย

ซูข่านมองไปยังร้านที่ซงหมิงเจียงอธิบายเขาเห็นที่หน้าร้านมีพวกอาหารของโปรดคนแก่ๆอยู่ ไม่ว่าจะเป็นซาลาเปา หมั่นโถว ตับทอด

"ถ้ากินกันเรียบร้อยแล้วก็กลับกันเถอะ"

ซูข่านพูดกับซงหมิงเจียงและหลี่เจียงเฝิงด้วยรอยยิ้ม

ทั้งสามคนได้ขึ้นรถตู้และมุ่งหน้ากลับบ้านของซูข่านทันที ขากลับใช้เวลาเร็วกว่าขาไปเล็กน้อยเนื่องจากซงหมิงเจียงเริ่มชำนาญเส้นทางขึ้นมาหน่อยหนึ่ง

ทันทีที่กลับเข้ามาในบ้าน ซูข่านก็ได้นำกล่องใบชาที่ได้มาไปวางไปตรงมุมน้ำชาของเขาและเปิดทันที กลิ่นหอมอบอวลของใบชาก็ได้ลอยฟุ้งไปทั่วสวนหน้าบ้าน เป็นกลิ่นที่ไม่ต้องกินก็รู้ว่ารสชาติจะดีขนาดไหน

ซูข่านได้กลิ่นที่หอมขนาดนี้เขายังตกใจเลย

"เสี่ยวผิง เอากาต้มน้ำมาเร็ว"

ซูข่านตะโกนเข้าไปในบ้าน

"หมิงเฉียง นายรีบเอาชุดน้ำชายลายครามของฉันมาด้วย"

จากนั้นซูข่านก็หันไปพูดกับซงหมิงเจียงที่เพิ่งเดินเข้ามาในบ้านหลังจากจอดรถเสร็จ

ใบชานี้ต้องเป็นในชาที่เพิ่งเก็บมาใหม่หลังจากเทศกาลแน่ๆ มันเป็นช่วงฤดูเดียวของปีที่เหมาะสมต่อการเก็บเกี่ยวที่สุด ซูข่านอดใจไม่ไหวแล้วที่จะชิมใบชาตัวนี้

หลังจากนั้นไม่นานซงหมิงเจียงก็ได้เตรียมชุดน้ำชาลายครามมาวางที่มุมน้ำชา จากนั้นเสี่ยวผิงก็ยกกาต้มน้ำมาเช่นกัน

ซูข่านรีบนำใบชาใส่กาน้ำชาลายครามทันที แล้วก็เทน้ำเดือดลงไป ดวงตาของซูข่านก็เบิกกว้างขึ้นมาทันทีหลังจากเทน้ำ

น้ำที่เดือดหลังจากที่เข้าไปอยู่ในกาน้ำชาแล้ว ใบชาที่อยู่ข้างในก็ดูเหมือนว่าจะค่อยๆคืนสภาพของมันช้าๆ สีของมันค่อยๆเปลี่ยนไปหลังจากได้โดนน้ำเดือด

จากนั้นใบชาที่ดูดซับน้ำเข้าไปก็ค่อยๆปล่อยสีและกลิ่นออกมาในกาน้ำชาใบนี้ ซูข่านมองดูภาพทุกอย่างราวกับเขามองนางฟ้าที่ค่อยๆกางปีกออกมาอย่างช้าๆ

"พระเจ้าช่วย"

ใบชาอันนี้มันเหมือนกับมีชีวิตอยู่เลย

ซูข่านสูดดมกลิ่นควันที่ลอยออกมาจากกาน้ำชาช้าๆ กลิ่นหอมของช้านั้นหอมมาก หากสูดดมไปๆนานอาจจะทำให้มึนเมาได้ด้วยเช่นกัน

และยิ่งชงชาในชุดน้ำชาลายลายครามอันนี้อีก มันทำให้กลิ่นของใบชาหอมยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย

ซูข่านกลืนน้ำลายของเขาอึ้กใหญ่

"นี่เป็นใบชาที่ดีมาก"

แค่ดมกลิ่นก็สามารถรู้ได้เลยว่าชานี้จะมีคุณภาพขนาดไหน ชาที่เป็นชาชั้นดีจะมีกลิ่นหอมและกลมกล่อมอย่างไม่น่าเชื่อ

ซูข่านรีบเทชาลงในถ้วยอย่างรวดเร็ว ครั้งนี้ซูข่านเทเยอะกว่าปกติถึง 2 เท่า สีของชานั้นเป็นสีน้ำตาลก็จริงแต่มันดูใสจนมองเห็นก้นถ้วยได้เลย

ซูข่านยกถ้วยชาขึ้นมาและจิบเข้าไปเล็กน้อย กลิ่นหอมก็ได้ฟุ้งอยู่ในปากของซูข่านทันที

ดวงตาของซูข่านเต็มไปด้วยความสุขอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

นี่เป็นใบชาที่เพิ่งเก็บจากน้ำตกหลงจิ่งไม่ผิดแน่นอน เพิ่งเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิมาได้ไม่นาน ใบชาตัวนี้คงเพิ่งถูกเก็บแล้วส่งมาที่หนานจิงทันที

รสชาติของมันกลมกล่อมมาก กลิ่นหอมของมันก็หอมเป็นพิเศษ

ด้วยการจิบชาที่เพิ่งได้มาใหม่นี้บวกกับนั่งเล่นอยู่บนเก้าอี้ตัวโปรด ซูข่านรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่ดีสำหรับเขาจริงๆ

ซูข่านได้นั่งผ่อนคลายอยู่ที่มุมน้ำชาและมองท้องฟ้าตลอดทั้งช่วงบ่ายนี้

เวลาก็ได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

วันหนึ่งซูข่านได้ดูทีวีอยู่ในบ้านของเขา ซูข่านก็ได้เห็นโฆษณาพัดลมตัวหนึ่ง มันมีดีไซส์ที่แปลกกว่าทั่วไปเล็กน้อย ขนาดของมันดูเล็กและดูน้ำหนักเบามาก ฝีมือการประกอบก็เรียกได้ว่าดีใช้ได้

"พัดลมเสี่ยวเอ๋อเฟยเซีย"

ซูข่านมองดูชื่อก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ เขาไม่คิดว่าลู่กั๋วเฉียงจะคิดชื่อนี้ออกมาได้ เขามีพรสรรค์ในการตั้งชื่อจริงๆ

มันเป็นชื่อแบรนด์พัดลมที่เหมาะสมมากจริงๆ มันทำให้คนซื้อรู้สึกถึงความทันสมัยของอุปกรณ์ แค่ฟังจากชื่อก็รู้สึกได้ถึงลมที่จะออกมาจากพัดลมตัวนี้แล้ว

ครั้งนี้ลู่กั๋วเฉียงไม่ได้ทำให้ซูข่านผิดหวัง

ในช่วงที่ซูข่านได้อยู่ที่เผิงเฉิงในเดือนก่อน เขาได้สั่งให้ลู่กั๋วเฉียงหาช่างเทคนิคและเตรียมโรงงานเพื่อผลิตพัดลมออกมา

หลังจากนั้นเดือนกว่าๆพัดลมจากโรงงานของลู่กั๋วเฉียงก็ได้ถือกำเนิดขึ้น

ซูข่านได้เอาข้อดีของพัดลมในชาติก่อนแล้วบอกกับลู่กั๋วเฉียง จากนั้นเขาก็ไปบอกยังนักออกแบบและผลิตพัดลมนี้ออกมา

หลังจากออกแบบพัดลมเสร็จ ก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตในทันที จนถึงตอนนี้ก็พร้อมที่จะขายเข้าสู่ตลาดแล้ว พัดลมไฟฟ้าล็อตแรกที่ผลิตโดยโรงงานของลู่กั๋วเฉียง

ตอนนี้เป็นเดือนพฤษภาคมอากาศช่วงนี้ยังคงเย็นอยู่เล็กน้อย แต่มันก็เริ่มจะที่อุ่นขึ้นบ้างในบางมณฑล ในภาคใต้น่าจะร้อนจนถึงประมาณ 30 องศา

แต่พัดลมที่ผลิตออกมาเพื่อขายที่ภาคใต้อย่างเดียวก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี

ลู่กั๋วเฉียงได้เตรียมพัดลมจำนวน 10,000 ตัวเพื่อจัดส่งมาที่หนานจิง ซูข่านได้เห็นพัดลมตัวนี้แล้ว มันไม่ได้ต่างอะไรจากพัดลมไฟฟ้าในชาติก่อนเลย และยังมีขนาดเล็กที่พกกาสะดวกอีกด้วย

และที่สำคัญคือราคาของมันจึงไม่แพงมาก

ซูข่านอยากรู้แล้วว่ายอดขายพัดลมจะเป็นยังไง