ตอนที่ 408

ตู้เย็น 500 เครื่องของโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียง ถูกทุบจนชิ้นส่วนกระจัดกระจายเต็มไปหมด สภาพของตู้เย็นแต่ละเครื่องเรียกได้ว่าเอาไปชั่งกิโลขายยังดีซะกว่าเอากลับไปซ่อมใหม่

ขนาดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หรือแผงวงจรก็ยังโดนทุบจนจำไม่ได้ว่าเคยเป็นอะไรมาก่อน

สิ่งเดียวที่พอจะทำได้ก็คือเอาไปขายในฐานะของเศษเหล็กเท่านั้น

ทุกคนในลานกว้างและที่มุงอยู่รอบๆก็ตกตะลึงในการกระทำของพนักงานจากโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงมาก

แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่มองมาที่ลู่กั๋วเฉียงด้วยความชื่นชม พวกเขาต่างทึ่งในความกล้าหาญและภูมิใจที่ยินว่าลู่กั๋วเฉียงจะพาโรงงานของเขาให้เป็นที่ยอมรับของคนทั้งโลก

จะมีใครบ้างไหมที่กล้ารับผิดชอบความผิดของตัวเองด้วยการทำลายตู้เย็นของโรงงานตัวเองเป็นร้อยๆเครื่อง

ซูข่านชำเลืองมองคนรอบๆและพูดกับสูเจิ้งเหมา

"เราไปกันเถอะ ฉันเดาว่าหลังจากนี้โรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียง จะต้องมีออเดอร์ซื้อตู้เย็นจนผลิตไม่ทันแน่ๆ"

สูเจิ้งเหมามองไปที่ลู่กั๋วเฉียงด้วยความอิจฉา ถึงแม้ว่ามูลค่าทรัพย์สินของโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงนั้นจะเป็นแค่เศษเสี้ยวเดียวของทางซิงซีกรุ๊ป

แต่ลางสังหรณ์ของสูเจิ้งเหมาก็รู้สึกได้ว่า โรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงจะต้องมีมูลค่าในตลาดเพิ่มขึ้นจนสามารถทัดเทียมกับซิงซีกรุ๊ปได้แน่

ด้วยคำแนะนำเพียงเล็กน้อยจากคุณซู ลู่กั๋วเฉียงกลายเป็นคนที่สร้างภาพลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ให้กับโรงงานของเขาได้แล้ว

จริงๆทางซิงซีกรุ๊ปก็อยากได้ภาพลักษณ์แบบเดียวกับโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงเหมือนกัน แต่อุตสาหกรรมประเภทสิ่งทอมันไม่สามารถทำได้แบบลู่กั๋วเฉียง

มันไม่มีอะไรดีกว่าการเอาค้อนขนาดใหญ่เหวี่ยงไปที่ตู้เย็นซ้ำแล้วซ้ำอีกจนชิ้นส่วนกระจัดกระจายเป็นเสี่ยงๆแล้ว ภาพนี้จะอยู่ในสายตาของชาวโลกไปอีกแสนนาน

"เดี๋ยวผมไปส่งครับคุณซู"

สูเจิ้งเหมาลุกขึ้นพร้อมกับขยับสูทของเขาให้กระชับ

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย

ตอนนี้การแสดงได้จบลงไปแล้ว หรือจะเรียกได้ว่าการทำลายตู้เย็นของโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงได้เสร็จสิ้นลง จากนี้ลู่กั๋วเฉียงจะต้องรับมือกับเรื่องที่จะเข้ามาหาเขาอีกจำนวนมาก

จะมีทั้งเรื่องดีๆและเรื่องร้ายๆปะปนกันไปตามกระแสของคนในสังคม

แต่สิ่งที่เขาได้รับแน่ๆเลยก็คือการโฆษณาตู้เย็นของเขาโดยไม่ต้องเสียเงินแม้แต่หยวนเดียว จะมีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่ต้องการจะซื้อตู้เย็นของลู่กั๋วเฉียง

ปีนี้โรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงจะต้องมีออเดอร์จนสายการผลิตเต็มทุกสายแน่ๆ มันจะส่งผลดีให้กับผลิตภัณฑ์อื่นๆของโรงงานอีกด้วย

ซูข่านพอใจกับผลลัพธ์ข้อนี้มากๆ

ภายในวันนั้นเองเรื่องราวของลู่กั๋วเฉียงก็ได้สร้างผลกระทบไปให้กับคนทั้งประเทศ พวกเขาต่างพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

อย่างในตอนบ่ายของวันนั้น หนังสือพิมพ์เผิงเฉิงได้ตีพิมพ์ฉบับพิเศษกว่าหมื่นเล่มและขายหมดในเวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น

นอกจากนี้ เมืองกว่างโจวที่เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในมณฑลกวางตุ้ง ก็ได้รับข่าวจากเผิงเฉิงเหมือนกัน ถึงแม้ว่าเผิงเฉิงจะมีเศรษฐกิจที่ค่อนข้างดี แต่ต้องยอมรับด้วยว่าเมืองเผิงเฉิงนั้นไม่เหมาะสมกับการเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลสักเท่าไหร่

เมืองกว่างโจวเองก็อยู่ใกล้กับเผิงเฉิงมาก จึงไม่แปลกที่เมืองกว่างโจวจะได้รับข่าวสารจากเมืองเผิงเฉิง หลังจากที่เรื่องราวของลู่กั๋วเฉียงไปถึง หนังสือพิมพ์ของเมืองกว่างโจวก็ตีพิมพ์ฉบับพิเศษทันที

และหนังสือพิมพ์ฉบับพิเศษก็ถูกขายหมดในเวลาไม่กี่ชั่วโมงเช่นเดียวกัน

นักข่าวและสื่อหลายสำนักที่ได้อยู่ในเหตุการณ์ พวกเขาส่งข่าวกลับไปยังต้นสังกัดของพวกเขา และเริ่มรายงานข่าวของลู่กั๋วเฉียงทันที

วันต่อมา หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์แต่ละเมืองก็ได้ลงข่าวของลู่กั๋วเฉียง ข่าวได้แพร่สะพัดไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว

"ยอดเยี่ยม!! เขาจะต้องกลายเป็นชายที่ยิ่งใหญ่ได้แน่"

"ความมุ่งมั่นของเขานั้นสุดยอดไปเลย ฉันชื่นชมชายคนนี้มาก"

"ข้าอยากให้เจ้าของโรงงานทั้งประเทศดูชายคนนี้ไว้เป็นตัวอย่าง ความมุ่งมั่นในการพาโรงงานของเขาให้เป็นที่ยอมรับทั่วโลกได้เนี่ย มันเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว"

"ตู้เย็นของเขาชื่อว่าอะไรนะ ฉันต้องเก็บเงินซื้อสักหน่อยแล้ว"

"อะไรนะ!!! เขาทำลายตู้เย็นราคา 2,000 หยวนงั้นเหรอ?? ทำไมไม่เอามาให้ฉันวะ!!"

"เฮ้ยๆๆ คุณลู่เขาจะขายแต่ของมีคุณภาพเว้ย เขาไม่เอาของที่มีตำหนิมาขายให้แกหรอก!!"

"ตู้เย็นราคามันแพงเกินไปจริงๆ นอกจากตู้เย็นแล้ว โรงงานของเขามีอย่างอื่นขายอีกไหม?"

"นั่นน่ะสิ สินค้าที่ผลิตมาจากโรงงานของคุณลู่จะต้องเป็นของดีมีคุณภาพแน่ๆ"

"ฉันได้ยินมาว่าพัดลมเฟยเซียก็เป็นหนึ่งในสินค้าที่ผลิตมาจากโรงงานของเขานะ"

"งั้นรออะไรอยู่ล่ะ พวกเรารีบไปซื้อพัดลมเฟยเซียกันเร็ว!!"

หลังจากที่ทุกคนได้อ่านหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับเรื่องของลู่กั๋วเฉียง ความเห็นของคนก็แตกต่างกันไปตามกระแสของสังคม

การแพร่กระจายข่าวของยุคนี้นั้นรวดเร็วมาก แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับยุคที่มีอินเตอร์เน็ตอยู่ดี

หากเป็นยุคอินเตอร์เน็ต ภายในเย็นวันนั้นเกือบทุกคนก็ต้องรู้ข่าวของลู่กั๋วเฉียงแล้ว การส่งข้อมูลใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น

แถมยังมีแหล่งที่มาและภาพประกอบที่ชัดจากกล้องคุณภาพสูงอีกด้วย

มันเทียบไม่ได้เลยกับยุคที่ใช้หนังสือพิมพ์เผยแพร่ข่าวสาร

ความคิดเห็นเกี่ยวกับการกระทำของลู่กั๋วเฉียงได้แตกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งก็เห็นด้วยและชื่นชมในการแสดงความรับผิดชอบ อีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่เห็นด้วยที่เอาของที่มีมูลค่าขนาดนั้นมาทำแบบนี้

ยุคที่รายได้ทั้งปีของคนๆไม่ถึงพันหยวนเนี่ย ไม่แปลกหรอกที่พวกเขาจะโกรธเพราะตู้เย็นที่ทำลายไปนั้นรวมๆแล้วก็มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าล้านหยวน

ในตอนเย็นวันถัดมา สื่อทีวีหลายสำนักก็ได้ทำตอนพิเศษเกี่ยวกับเรื่องของลู่กั๋วเฉียงโดยเฉพาะ ข่าวการทุบตู้เย็นนี้จึงแพร่กระจายไปทั่วประเทศ

ขนาดรัฐบาลยังชื่นชมการกระทำในครั้งนี้ของลู่กั๋วเฉียง พวกเขาได้ยกโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงให้เป็นแบบอย่างที่โรงงานอื่นๆควรจะทำตาม นี่เป็นการยกระดับมาตรฐานครั้งใหญ่ของประเทศจีน

น้อยคนนักที่จะไม่รู้ถึงเหตุการณ์การทุบตู้เย็นของโรงงานกั่วเฉียงอิเล็กทรอนิกส์ หากมีการจัดอันดับเหตุการณ์ประจำปี

เรื่องของลู่กั๋วเฉียงจะต้องอยู่ในสิบอันดับแรกแน่นอน

ไม่ถึง 3 วัน เรื่องการทุบตู้เย็นก็รู้กันทั่วประเทศ

"พี่สามครับ"

ลู่กั๋วเฉียงได้มาหาซูข่านที่โรงแรม เขามองไปที่ซูข่านด้วยสายตาที่ชื่นชมและตะโกนเสียงดัง

"ตอนนี้เรื่องของโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงดังไปทั่วประเทศแล้วครับ"