ตอนที่ 279

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่บ้านหรูหราใหญ่โตขนาดนี้จะขายออกได้ง่ายๆ

ซึ่งแน่นอนเนื้อที่ว่า 1,000 ตารางเมตรนั้นทำให้ราคาของมันสูงตามด้วย คนที่ซื้อบ้านหลังนี้ได้จะต้องเป็นพวกเศรษฐีเช่นเดียวกันกับเจ้าของบ้าน

แต่ที่ว่ามานั้นคือช่วงเวลาก่อนหน้าที่ตลาดอสังหาฯจะพังทลาย ตอนนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว

หลายวันต่อมา

"หมิงเจียง"

ซูข่านใช้โทรศัพท์ภายในห้องโทรไปยังห้องตรงข้าม

"ถ้านายทำไรเสร็จแล้วก็มาหาฉันได้เลย ฉันพร้อมแล้ว"

"ครับพี่สาม"

เสียงของซงหมิงเจียงตอบรับอย่างรวดเร็ว

จากนั้นซูข่านก็วางโทรศัพท์และไปนั่งบนโซฟาก่อนจะหลับตาลง

ไม่นานก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

ซูข่านลืมตาและลุกไปที่หน้าประตู เขามองเข้าไปที่ตาแมวก็เห็นซงหมิงเจียงยืนอยู่

"แกร็ก"

ซูข่านเปิดประตู

"ขอโทษที่ให้รอนานครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงรีบพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ซูข่านพยักหน้าและพูดเบาๆ

"ไปกันเถอะ"

จากนั้นทั้งสองคนก็ได้ลงลิฟต์ไปยังล็อบบี้ของโรงแรม ทันทีที่พวกเขามาถึงก็เจอจางหม่านที่นั่งรอพวกเขาอยู่ แน่นอนว่ามีหลู่เฉียนซานอยู่ข้างๆด้วย

"สวัสดีค่ะเจ้านาย"

ทั้งสองสาวรีบเดินมาทักทายซูข่านอย่างรวดเร็ว

"ไปกันเถอะ"

ซูข่านพยักหน้าให้ทั้งสอง จากนั้นซูข่านก็สังเกตเห็นรอบๆโรงแรม มีสายตานับไม่ถ้วนมองมาที่เขาและสองสาวคนนี้อยู่

ซูข่านไม่สนใจและเดินนำออกจากโรงแรมทันที ที่หน้าโรงแรมมีรถเบนท์ลีย์และรถเบนซ์จอดรออยู่

"เชิญค่ะ"

หลู่เฉียนซานรีบเดินเร็วขึ้นเพื่อมาเปิดประตูให้ซูข่านขึ้นไปนั่งยังรถเบนท์ลีย์ ซูข่านขึ้นไปนั่งยังรถเบนท์ลีย์ตามด้วยจางหม่านและหลู่เฉียนซาน ส่วนซงหมิงเจียงแยกไปนั่งยังรถเบนซ์

รถทั้งสองคันมุ่งหน้าสู่ภูเขาไทปิงทันที

ภูเขาไทปิงนั้นเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของคนรวยในเซียงเจียง บ้านและคฤหาส์ส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นั้นจะมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองเซียงเจียงได้ทั้งหมด

รถได้ขับอย่างรวดเร็วบนถนน เนื่องจากสภาพของถนนนั้นดีมาก รถยนต์เลยสามารถขับได้อย่างรวดเร็วและไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับรถจักรยานเหมือนที่หนานจิง

ถนน ณ บริเวณภูเขาไทปิงนั้นสวยงามเป็นพิเศษ มันช่างแตกต่างกับในเมืองอย่างมาก

รอบๆของสถานที่แห่งนี้ก็สะอาดมาก ขนาดไม่มียามหรือคนเฝ้าแต่กลับรับรู้ได้ถึงความปลอดภัยจากที่แห่งนี้เลย

สถานที่แห่งนี้ลองมีคนกล้ามาทำเรื่องผิดกฏหมายดูสิ รับรองว่าคนๆนั้นแทบจะไม่ได้ผุดได้เกิดเลย

ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่าหัวขโมยพยายามจะย่องขึ้นบ้านของเศรษฐีคนหนึ่ง ที่สถานที่ตำรวจแทบจะเกณฑ์ตำรวจทั้งสถานีไล่ล่าหัวขโมยรายนั้นเลย

รู้ไหมเมื่อหลายปีก่อนที่ตรงนี้ไม่มีใครกล้าเข้ามาอาศัยอยู่เลย สถานที่ตรงนี้ก่อนหน้านั้นเป็นที่กบดานของเหล่าเจ้าพ่อทั้งหลายที่มีอิทธิพลในเมืองเซียงเจียง

จากนั้นพวกเจ้าพ่อก็ขายที่ดินตรงนี้ต่อให้นักธุรกิจ แล้วก็เริ่มมีนักธุรกิจเข้ามาปลูกบ้านและอาศัยอยู่กันเยอะขึ้นเรื่อยๆ ธรรมเนียมของการสร้างบ้านบนภูเขาก็เริ่มมาจากจุดนี้

ระหว่างที่รถขับไปในภูเขาไทปิง หากว่ามองออกไปที่ข้างนอกตัวรถก็สามารถเห็นตึกสูงใหญ่เรียงรายกันในตัวเมืองเซียงเจียงได้ แถมยังมองเห็นอ่าววิคตอเรียอีกต่างหาก

ความสวยงามของแสดงแดดที่กระทบกับน้ำทะเลนั้นสวยงามอย่างที่ติไม่ได้

รอบๆถนนที่ขับไปนั้นก็เต็มไปด้วยป่าทึบ สถานที่แห่งนี้สมควรกับคนรวยๆอย่างแน่นอนทุกประการ

ไม่แปลกเลยที่ทำไมคนถึงกล่าวขานสถานที่แห่งนี้ว่าเป็นสถานที่ที่พระเจ้าประทานลงมาให้

"ถึงแล้วค่ะ"

รถขับไปได้สักพักก็มาถึงบ้านหลังหนึ่ง บ้านหลังนี้มีขนาดที่ใหญ่มากๆ หลังจากผ่านรั้วประตูบ้านเข้ามาก็พบเจอกับสวนขนาดใหญ่ที่หน้าบ้าน สวนแห่งนี้มีการปลูกดอกไม้ล้ำค่าหลายชนิด

ไม่นานรถก็ได้จอดลงซูข่าน จางหม่าน และหลู่เฉียนซานก็ได้ลงจากรถเบนลีย์ ส่วนซงหมิงเจียงที่ลงจากเบนซ์เช่นเดียวกัน

ทันที่ซูข่านลงจากรถเขาก็รับรู้สึกได้ถึงอากาศที่บริสุทธิ์ที่อยู่รอบๆตัวเขา

อากาศตอนนี้มันช่างเย็นสบายราวกับอยู่ในป่าลึก บรรยากาศแบบนี้ช่างหาได้ยากมาก

หลังจาก 2000 อากาศจเริ่มเต็มไปด้วยฝุ่นและมลพิษจากโรงงามและรถยนต์

ข้างๆสวนที่บ้านซูข่านสังเกตเห็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่อีกด้วย สระว่ายน้ำแห่งนี้สามารถจัดปาร์ตี้รองรับแขกได้จำนวนมาก นอกจากนี้แล้วยังมีเก้าอี้อาบแดดวางอยู่อีกหลายตัว

ที่เห็นทุกอย่างในบ้านหลังนี้มันช่างเหมือนกับบ้านในภาพยนตร์มากๆ แต่บ้านหลังนี้ดูใหญ่และสวยงามกว่าเยอะ

"ตึกๆ"

ทันใดนั้นก็มีเสียงส้นสูงเดินบนพื้นเข้ามาหาซูข่าน

ซูข่านมองไปยังต้นตอของเสียงก็เห็นหญิงสาวสองคนในชุดสูทเดินออกมาจากข้างในตัวบ้าน

"สวัสดีค่ะ"

หญิงสาวคนหนึ่งที่สวมแว่นตาได้มองไปยังรถเบนท์ลีย์และเบนซ์ที่อยู่ข้างๆกัน สายตาของเธอก็ดูดีใจอย่างมาก

เมื่อเห็นลูกค้านั่งมากับรถหรูทำให้โอกาสที่เธอจะขายบ้านหลังได้ก็มีมากขึ้น

คนธรรมดาส่วนใหญ่ไม่ได้นั่งรถหรูแบบนี้อยู่แล้ว

"ขอโทษนะคะ ใช่ประธานจางที่นัดเอาไว้รึเปล่าคะ"

หญิงสาวคนหนึ่งได้พูดขึ้นมา

"ใช่ค่ะ"

จางหม่านพยักหน้าและพูดต่อ

"วันนี้ว่าจะพาคนมาช่วยดูบ้านหลังนี้ด้วยค่ะ"

"ได้ค่ะ"

หญิงสาวยิ้มตอบรับจางหม่านอย่างสดใส

จากนั้นเธอก็เริ่มพาซูข่านและคนอื่นๆเดินทัวน์รอบๆบ้าน ระหว่างที่เดินไปเธอก็ได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวบ้านเป็นระยะ

"ในส่วนเนื้อที่ของบ้านหลังนี้นะคะ จะมีขนาดประมาณ 1,000 ตารางเมตร ตัวบ้านที่สร้างไว้ก็ขนาดทั้งหมด 3 ชั้น นอกจากนี้แล้วห่างจากตัวบ้านไม่ไกลยังมีบ้านเล็กๆอีกหนึ่งหลัง จะเอาไว้สำหรับแม่บ้านหรือคนขับรถก็ได้"

"ในส่วนของที่จอดรถของที่นี่นะคะจะสามารถจอดรถได้เป็นจำนวนมาก เอาไว้รองรับแขกที่จะมางานปาร์ตี้ได้ค่ะ

"โดยบริเวณบ้านทั้งหมดนี้ครอบคลุมไปถึงสวนรอบๆบ้านด้วยค่ะ หากว่าซื้อบ้านหลังนี้ละก็ หมดห่วงเรื่องเพื่อนบ้านส่งเสียงรบกวนได้เลย"

ซูข่านมองไปยังรอบๆบ้านหลังนี้แล้วก็รู้สึกชอบมาก เขาอยากจะซื้อไว้เป็นของตัวเองซะเลย นอกจากตัวบ้านแล้วยังมีสวนสำหรับมุมพักผ่อนอีก โดยรวมแล้วบ้านหลังนี้จัดสรรพื้นที่ออกมาได้อย่างพอดีเลย

"ขอเข้าไปดูข้างในหน่อยได้ไหมครับ"

ซูข่านพูดจบก็ไม่รอฟังคำตอบแต่เขาเดินเข้าไปในตัวบ้านเลย

หญิงสาวทั้งสองแปลกใจเล็กน้อย พวกเธอรู้สึกว่าประธานจางคือคนที่จะมาซื้อบ้านหลังนี้ก็จริง แต่ทำไมพวกเธอกลับรู้สึกว่าต้องเชื่อฟังชายคนนี้ด้วย

จากนั้นหญิงสาวทั้งสองก็เดินตามซูข่านเข้าไปในบ้านพร้อมกับอธิบายต่อ

"ในส่วนของพื้นที่บ้านหลังนี้นั้นมีการตกแต่งไว้อยู่แล้วค่ะ เฟอนิเจอร์ทั้งหมดก็เป็นของใหม่ที่เพิ่งซื้อจากเจ้าของบ้านคนเก่า มีงานฝีมือชั้นยอดประดับห้องอยู่หลากหลายชิ้นเลยค่ะ ชั้นวางของเองก็ทำมาจากไม้มะฮอกกานีอีกด้วย"

"้ราคาของบ้านหลังนี้เองก็ได้ปรับลดลงจากวันก่อนอีกมาก เรียกได้ว่าตอนนี้ราคาต่ำที่สุดแล้วค่ะ"