ตอนที่ 282

ขออนุญาติเปลี่ยนชื่อบริษัทอสังหาจงเฮง เป็นบริษัทอสังหาจงฮงนะครับ ขออภัยมา ณ ที่นี้

ซูข่านที่ก้าวออกมาจากตัวรถก็มองไปยังคนที่มาเปิดประตูให้ ดูเหมือนจะเป็นพี่น้องของซงหมิงเจียงที่มาจากหนานจิง

ซูข่านเลยเดินออกจากรถเบนท์ลีย์เพื่อให้คนอื่นลงจากรถต่อ แต่ก่อนที่จะเดินออกไปเขาได้หันไปคุยกับคนที่มาเปิดประตูว่า

"ขอบใจมาก ตั้งใจทำหน้าที่ของนายแบบนี้ต่อไปให้ดีล่ะ"

เมื่อได้ยินซูข่านเอ่ยปากชมแล้ว พี่น้องของซงหมิงเจียงก็มีสีหน้าที่มีความสุขมาก เขารู้มาก่อนแล้วว่าซูข่านมีอำนาจแค่ไหนในเมืองหนานจิง

แต่พอมาได้เห็นบ้าน รถ คนติดตาม ฯลฯ ของซูข่านที่เซียงเจียงแล้ว ทำให้รู้ว่าที่หนานจิงมันเป็นแค่เปลือกภายนอกเท่านั้น เทียบไม่ได้เลยกับที่เซียงเจียง

ระหว่างที่เขาได้มาฝึกทักษะการดูแลรักษาความปลอดภัยที่นี่ ทำให้เขารู้จักกับตระกูลและครอบครัวที่ร่ำรวยอื่นๆด้วย

เรียกได้ว่าที่ฝึกมานั้นใช้แทบไม่ได้เลยกับซูข่าน เขาต้องปรับการรักษาความปลอดภัยเล็กน้อยให้เข้ากับสไตล์ของซูข่าน

ตอนที่ซงหมิงเจียงบอกให้พวกเขามาประจำที่บ้านหลังนี้ ตอนแรกก็คิดว่าเป็นบ้านพักธรรมดา แต่ที่ไหนได้ กลับเป็นบ้านบนภูเขาไทปิงที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่ขนาดนี้

พวกครูฝึกได้เคยบอกพวกเขาอยู่เลย ว่าบ้านบนภูเขาไทปิงนั้นมีมูลค่าเยอะที่สุดแล้วในเซียงเจียง ถ้าหากว่าได้ทำงานอยู่ในนี้ละก็ จะต้องเป็นความทรงจำดีๆที่สามารถเอาไปอวดคนอื่นได้เลย

เจ้านายของเรานี่สุดยอดจริงๆเลย

จากนั้นจางหม่านและหลู่เฉียนซานก็ได้ลงจากรถตาม

จางหม่านเดินไปหาซูข่านแล้วก็พูดกับเขาช้าๆ

"เดี๋ยวเจ้านายเข้าไปในบ้านก่อนได้เลยนะคะ ฉันจะไปตามคนที่ทำงานในบ้านมาแนะนำกับเจ้านายค่ะ"

"โอเค"

ซูข่านพยักหน้าและเดินเข้าไปในบ้านหรูขนาด 3 ชั้นทันที

พื้นที่ตรงชั้น 1 นั้นมีขนาดกว้างกว่า 400 ตารางเมตร ซึ่งมันไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป

ซูข่านเดินเข้ามานั่งที่โซฟาในห้องที่ดูเหมือนเป็นห้องรับแขก

โซฟาที่นั่งนั้นดูเหมือนจะเป็นโซฟาแฮนด์เมด น่าจะนำเข้าจากอิตาลีด้วย หนังของมันก็เป็นหนังแท้ซึ่งทำให้นั่งสบายสุดๆ โครงสร้างของโซฟาก็ถูกทำออกมาให้เข้ากับสรีระของมนุษย์ได้อย่างไร้ที่ติ

หากว่าไปซื้อตามซุปเปอร์มาร์เก็ตอาจจะต้องกำเงินไปเป็นแสนๆแน่

แต่มันก็สมกับบ้านหลังนี้แล้วแหละ บ้านราคาตั้ง 100 ล้าน จะให้มีโซฟาราคาไม่กี่พันมาตั้งอยู่มันก็ยังไงๆอยู่

จากนั้นไม่นานจางหม่านก็ได้พาคนเข้ามา 3 คน ซึ่งเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 40-50 ปี 2 คน หน้าตาของพวกเธอก็ดูซื่อตรงไม่มีพิษมีภัยอะไร

ส่วนอีกหนึ่งคนก็เป็นผู้ชาย อายุน่าจะประมาณ 50 หน้าตาของเขาก็เหมือนเป็นคนมาจากฝั่งแผ่นดินใหญ่

"เจ้านายคะ"

จางหม่านได้ชี้ไปที่ผู้หญิงสองคนแล้วก็ได้พูดแนะนำ

"นี่คือแม่บ้านจางค่ะ เธอจะรับผิดชอบในการทำอาหารประจำวันให้กับเจ้านายที่นี่ เธอมีความเชี่ยวชาญในอาหารเหนือเป็นอย่างมาก เจ้านายสามารถบอกเมนูที่เจ้านายอยากทานให้เธอได้ค่ะ"

"สวัสดีค่ะ"

แม่บ้านจางได้ก้มหัวเล็กน้อยให้กับซูข่าน

ซูข่านก็พยักหน้าตอบรับเบาๆ จากนั้นเขาก็เหลือบมองไปที่จางหม่านเล็กน้อย

จางหม่านรู้สึกว่าหัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาทันที

ไม่รู้ว่าทำไมหัวใจเธอต้องเต้นแรงแบบนี้เหมือนกัน ที่เธอทำไปทุกอย่างก็คืองานที่เจ้านายสั่งมาแท้ๆ แต่ทำไมเขาต้องหันมาแบบนี้ด้วย

ก่อนหน้านี้เองที่อยู่บนรถก็ยังมีท่าทีปกติอยู่เลย เกิดอะไรขึ้นระหว่างตอนที่เดินไปตามแม่บ้านมากันแน่นะ

รึว่าเจ้านายจะ…

ระหว่างที่คิดอยู่ใบหน้าของจางหม่านก็มีสีแดงขึ้นเรื่อยๆ และอยู่ดีๆเธอก็เหมือนกับคิดอะไรออกเลยแนะนำแม่บ้านอีกหนึ่งคน

"ส่วนที่อยู่ข้างๆคือแม่บ้านหวางค่ะ"

จางหม่านรีบสลัดความคิดเรื่องอื่นออกจากหัวทันที เธอคิดในใจกับตัวเองว่าต้องทำงาน ทำงาน ทำงาน

"แม่บ้านหวางมีประสบการณ์ทำงานเป็นแม่บ้านกว่า 10 ปีและเธอยังรับผิดชอบในการดูแลสวนของบ้านหลังนี้ด้วยค่ะ"

จากนั้นจางหม่านก็ชี้ไปยังผู้ชายคนสุดท้าย

"ส่วนคนสุดท้ายคือเหล่าฉินค่ะ เขาเป็นคนขับรถที่มาจากฝั่งแผ่นดินใหญ่ ประสบการณ์การขับรถของเขากว่า 30 ปี ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุแม้แต่ครั้งเดียวค่ะ จากนี้ไปเขาจะขับรถพาเจ้านายออกไปสถานที่ต่างๆ"

ในจำนวนคนทั้ง 3 คนนี้ก็ครอบคลุมการทำงานในบ้านนี้ทั้งหมดแล้ว แม่บ้าน แม่ครัว คนสวน และคนขับรถ

จริงๆไม่จำเป็ฯต้องเหมือนกับในละครหรือว่าซีรี่ย์อะไรเลย บ้านหลังหนึ่งจะต้องมีคนใช้เป็นสิบๆคนไปทำไมกัน ต่อให้บ้านหลังใหญ่แค่ไหนก็จริงแต่ความเป็นจริงใช้แค่ 2-3 คนก็เพียงพอแล้ว

ซูข่านเห็นว่าจางหม่านได้เลือกคนมาทำงานในบ้านหลังนี้ได้อย่างเขาก็รู้สึกพอใจมาก เขาไม่ชอบคนจำนวนมากในบ้านอยู่แล้ว

"สวัสดีครับ/ค่ะ"

เหล่าฉินและแม่บ้านหวางก็กล่าวทักทายซูข่านอย่างสุภาพ

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นมาช้าๆ

"ถ้าพวกคุณตั้งใจหน้าที่ของพวกคุณในบ้านหลังนี้ได้ดี ฉันจะให้โบนัสเพิ่มเป็นรางวัล"

"ขอบคุณมากครับ/ค่ะ"

ทั้งสามรีบพูดขอบคุณซูข่านอย่างรวดเร็ว

ซูข่านมองหน้าไปยังจางหม่านและส่งสัญญาณเล็กน้อย จางหม่านเลยบอกให้ทั้ง 3 คนออกไปก่อน จากนั้นจางหม่านก็นั่งลงยังโซฟาที่ว่างอยู่ข้างๆซูข่าน

หลู่เฉียนซานเห็นจางหม่านนั่งลงก็รีบนั่งตาม

"เจ้านายพอใจกับคนที่ฉันเลือกมาไหมคะ?"

จางหม่านนั่งเสร็จก็ถามซูข่านทันที

"ใช้ได้ เธอเลือกคนที่สามารถจัดการทุกอย่างครอบคลุมดี แถมจำนวนไม่เยอะด้วย"

ซูข่านพยักหน้าและตอบจางหม่านด้วยรอยยิ้ม

เมื่อเห็นว่าเจ้านายของเธอพอใจ จางหม่านก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

ถ้าเรื่องแค่นี้ยังทำให้เจ้านายไม่พอใจได้ แล้วต่อไปจะบริหารบริษัทว่านเซี่ยงหรือว่านเซี่ยงกรุ๊ปต่อไปได้ยังไง

ต้องบอกไว้ก่อนว่าตอนนี้ไม่ใช่แค่บริษัทว่านเซี่ยงอย่างเดียวที่เติบโต แต่บริษัทในเครือว่านเซี่ยงกรุ๊ปทั้งหมดก็กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดเช่นกัน

ซูข่านมองไปยังหลู่เฉียนซานก่อนและพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

"ตอนนี้เราถือหุ้นของบริษัทอสังหาฯจงฮงเท่าไหร่แล้ว?"

หลู่เฉียนซานนั่งหลังตรงเพื่อแสดงถึงความเป็นมืออาชีพก่อนจะตอบซูข่าน

"หลังจากที่ได้รายงานกับเจ้านายเมื่อครั้งก่อน ทางเราก็ได้ติดต่อซื้อหุ้นเพิ่มเติมจากผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่นๆเพิ่มเล็กน้อยค่ะ รวมตอนนี้ก็น่าจะประมาณ 40%แล้ว"

"เมื่อไหร่จะครบ 50%"

ซูข่านถามต่อทันที

หลู่เฉียนซานทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ

"น่าจะภายใน 3 วันนี้ค่ะ"

ดูเหมือนในอีก 3 วันซูข่านจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทอสังหาฯจงฮง

ระยะเวลานี้มันค่อนข้างเร็วกว่าที่ซูข่านคิดไว้มาก เขาได้ประมาณไว้น่าจะใช้เวลา 1 เดือนแท้ๆ หลู่เฉียนซานคงทำงานหนักแน่ๆ

"ดีมาก"

ซูข่านกล่าวชื่นชมหลู่เฉียนซานก่อนจะสั่งงานต่อไปให้เธอ

"ถ้าได้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทอสังหาฯจงฮงแล้ว ให้จัดประชุมกรรมการผู้ถือหุ้นทันทีและปลดตระกูลฮงทั้งหมดออกจากบอร์ดบริหาร"

"รับทราบค่ะ"

หลู่เฉียนซานพยักหน้า

จางหม่านที่คิดตามซูข่านก็ได้พูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

"เจ้านายคะ ถ้าเราไล่ตระกูลฮงทั้งหมดออกจากบอร์ดบริหาร อย่างนั้นเราก็ต้องแต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่ด้วยนะคะ"

"ไม่ต้องห่วงฉันเตรียมไว้แล้ว"

ซูข่านตอบช้าๆ

จางหม่านได้ยินก็แสดงท่าทางประหลาดใจขึ้นมาทันที นอกจากเธอกับหลู่เฉียนซานแล้ว เธอก็ไม่รู้จักใครเหมาะสมจะมานั่งบริหารบริษัทอสังหาฯจงฮงได้อีกแล้ว

หรือว่าเจ้านายจะมานั่งบริหารด้วยตัวของเขาเอง

ซูข่านพูดต่อด้วยรอยยิ้ม

"ลูกพี่ลูกน้องของเหลาสู ต้าเฟยไงล่ะ"

"อะไรนะคะ"

จางหม่านอุทานออกมาเสียงดัง

"ใช่คนที่เหมือนมาเฟียคนนั้นไหม?"