ตอนที่ 435

ซูข่านได้โทรหาและพูดคุยกับหลิวเสวี่ยหัวเป็นการส่วนตัว เกี่ยวกับเรื่องของการเป็นพรีเซนเตอร์รถยนต์ BMW จากนั้นเขาก็ให้หยางไท่เฉียนติดต่อที่เหลือต่อ

ในตอนแรกหลิวเสวี่ยหัวเองก็แทบจะไม่เชื่อที่ตัวเองว่ามีคนต้องการจ้างเธอไปเป็นพรีเซนเตอร์ด้วย แต่หลังจากมีการคุยรายละเอียดกันยกใหญ่ทำให้เธอตัดสินใจลองรับงานดู

"ฉันจะทำได้ไหมนะ?"

หลิวเสวี่ยหัวถามกับผู้จัดการส่วนตัวพร้อมกับมองไปด้านหน้าที่หยางไท่เฉียนยืนอยู่

เธอรู้สึกไม่มั่นใจตัวเองเลยที่อยู่ๆก็มีชายคนหนึ่งโทรมาและบอกให้เธอมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับผลิตภัณฑ์ของเขา งานพรีเซนเตอร์ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีแต่ดาราที่มีชื่อเสียงทำกันทั้งนั้น

ทำไมพวกเขาถึงได้เลือกเธอด้วย?

พวกเขาไม่กลัวผลิตภัณฑ์ของพวกเขาเสียชื่อเลยรึยังไงกัน?

"เธอทำได้อยู่แล้วเสวี่ยหัว รีบไปขอบคุณคุณหยางกันก่อนเถอะที่ให้โอกาสนี้กับพวกเรา"

ผู้จัดการส่วนตัวได้เอามือมาตบที่ไหล่ของหลิวเสวี่ยหัวเบาๆ

แน่นอนในฐานะผู้จัดการส่วนตัวแล้ว เขาจะพลาดโอกาสนี้อย่างแน่นอน หลิวเสวี่ยหัวในการดูแลของเขายังไม่มีประสบการณ์อะไรในการแสดงเลยสักอย่างแต่กลับได้รับเลือกให้เป็นพรีเซนเตอร์

ช่างเป็นโชคดีอะไรของหลิวเสวี่ยหัวอย่างนี้

ขณะที่มีคนกำลังมีความสุขกับโอกาสที่พวกเขาได้รับอยู่ ก็มีคนที่กำลังเคร่งเครียดกับเรื่องงานเหมือนกัน

ณ ว่านเซี่ยงกรุ๊ป ในห้องทำงานของประธานบริษัทก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

จางหม่านที่กำลังยุ่งวุ่นวายกับเรื่องงานของเธอก็เงยหน้าขึ้นมามองที่ประตูเล็กน้อยและก้มลงไปทำงานต่อ

"ตึก ตึก ตึก"

เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยได้เดินเข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆหลังจากประตูได้เปิดออก จางหม่านรู้ดีว่าใครที่เข้ามาพบกับเธอ

"ท่านประธานคะ"

หลู่เฉียนซานกอดเอกสารชุดหนึ่งไว้ในอ้อมแขนของเธอพร้อมกับมีรอยยิ้มบนใบหน้า

แม้แต่จางหม่านเองยังไม่ได้เห็นรอยยิ้มของหลู่เฉียนซานเลยสักเท่าไหร่ รอยยิ้มในครั้งนี้มันดูมีความสุขมากกว่ารอยยิ้มก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด

การไปพบกับชายคนนั้นคงทำให้หลู่เฉียนซานมีความสุขมากสินะ

ถ้าคนนอกมาเห็นรอยยิ้มของหลู่เฉียนซานตอนนี้ พวกเขาคงจะไม่เชื่อแน่ว่านี่คือคนที่ได้รับฉายาว่าเจ้าหญิงหิมะผู้เย็นชา รอยยิ้มของเธอตอนนี้สดใสราวกับดอกไม้ที่บานสะพรั่ง

"เป็นยังไงบ้าง?"

จางหม่านชำเหลืองมองเอกสารที่อยู่ในอ้อมแขนของหลู่เฉียนซาน และก้มลงเซ็นเอกสารที่อยู่ตรงหน้าของเธอต่อ

"เรียบร้อยค่ะ"

หลู่เฉียนซานเข้าใจได้ทันทีว่าสิ่งที่จางหม่านถามนั้นคืออะไร

ก่อนหน้านี้พวกเธอทั้งคู่ได้หารือเกี่ยวกับคำสั่งที่ซูข่านได้สั่งเกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการธนาคารวิงออน

ถึงแม้ว่าจะเป็นความรับผิดชอบของหลู่เฉียนซาน แต่เธอจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติและลายเซ็นจากจางหม่านก่อน

ดังนั้นหลู่เฉียนซานจึงได้บอกแผนการของซูข่านให้กับจางหม่านฟังและพูดคุยเกี่ยวกับแผนการและวิธีการทันที

ยังไงซะคำสั่งของซูข่านก็เหมือนกับเป็นคำสั่งที่จางหม่านต้องทำด้วยเช่นกัน

"เจ้านายพูดถูกทุกอย่างเลยค่ะ"

จางหม่านรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยและก็พูดด้วยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย

"เขาเป็นแบบนี้เสมอแหละ ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวหรือสองครั้ง แต่เขาทำมันอย่างกับเป็นเรื่องปกติ"

"ใช่ค่ะ"

หลู่เฉียนซานเห็นด้วยกับคำพูดของจางหม่าน

จางหม่านได้ยืนขึ้นและชี้ไปยังโซฟาที่อยู่ข้างๆกับโต๊ะทำงานของเธอ โดยทั่วไปแล้วตรงนั้นจะเป็นพื้นที่สำหรับพูดคุยกับแขกที่มาเข้าพบ

"ไปคุยกันตรงนั้นเถอะ"

ทั้งสองคนเดินไปที่โซฟาและนั่งลง

ว่านเซี่ยงกรุ๊ปที่ย้ายสำนักงานมาอยู่ในตึกใหม่ที่พวกเขาได้ซื้อมาและเปลี่ยนชื่อเป็นตึกว่านเซี่ยงกรุ๊ปนั้น ทำให้พื้นที่ภายในสำนักงานนั้นเยอะกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด รวมไปถึงห้องทำงานของจางหม่านด้วย

แค่ห้องทำงานของจางหม่านแค่ห้องเดียวก็มีเนื้อที่ประมาณ 70 ตารางเมตรแล้ว เรียกได้ว่าเป็นห้องทำงานที่ใหญ่มากๆ

นอกจากส่วนของโต๊ะทำงานและส่วนโซฟารับแขกแล้ว ยังมีในส่วนของชั้นวางหนังสือ มุมพักผ่อน ฯลฯ หน้าต่างในห้องทำงานของเธอก็สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามได้

ห้องทำงานในฝันแบบนี้ เป็นสิ่งที่จางหม่านไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเธอจะมีโอกาสใช้งานมันด้วย

ก่อนหน้านี้จางหม่านมีความฝันแค่อยากจะซื้อบ้านสักหลังหนึ่งไว้ให้แม่เธออยู่เท่านั้นเอง เธอแค่ต้องการให้แม่มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

แต่ตอนนี้ความฝันของจางหม่านนั้นเป็นจริงไปแล้วหลังจากที่ได้ทำงานกับว่านเซี่ยงกรุ๊ป

ทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปได้มอบโบนัสที่ด้วยการซื้อบ้านขนาดใหญ่กว่า 100 ตารางเมตรให้กับเธอ และเงินเดือนประจำของเธอก็ได้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอีกด้วย

จากเงินเดือนที่ซูข่านได้ตกลงให้กับเธอเดือนละ 10,000 หยวน ตอนนี้เงินเดือนของจางหม่านก็สูงกว่าล้านหยวนเข้าไปแล้ว แถมยังมีโบนัสทุกปลายปีอีกด้วย ไหนจะยังสวัสดิการอื่นๆอีก

ในช่วงหลายปีมานี้ชีวิตความเป็นอยู่ของจางหม่านก็ดีขึ้นมาก เธอเหมือนกับเป็นคนร่ำรวยคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ในเซียงเจียงเลย มีรถหรูให้นั่งพร้อมคนขับ มีบอดี้การ์ดส่วนตัว มีบ้านพักหลังใหญ่ ฯลฯ

หากบอกว่าจางหม่านประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วก็ไม่ใช่สิ่งที่พูดเกินความจริง ทุกอย่างเป็นเพราะผู้ชายคนหนึ่งได้ยื่นโอกาสนี้ให้เธอในวันนั้น

ไม่อย่างงั้นจางหม่านก็น่าจะยังยืนแจกนามบัตรของเธอและหลอกลวงผู้คนไปวันๆเหมือนเดิม

เมื่อนึกถึงผู้ชายคนนี้ที่ไร จางหม่านก็มีแต่ความรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของเธอเสมอ

"ท่านประธานลองดูสิคะ"

หลู่เฉียนซานได้วางเอกสารในอ้อมแขนของเธอบนโต๊ะ

"นี่คือรายละเอียดของผู้จัดการธนาคารวิงออนที่ยักยอกเงินของธนาคารไปซื้อบ้านจำนวนมากค่ะ"

จางหม่านไม่รอช้าหยิบเอกสารขึ้นมาดู

ยิ่งเธอดูมากขึ้นเท่าไหร่ คิ้วของเธอก็ขมวดแน่นขึ้นเท่านั้น เธอได้พูดด้วยความประหลาดใจว่า

"เยอะขนาดนี้เลยเหรอ? รวมๆแล้วน่าจะเป็นล้านดอลล่าห์ได้เลยนะเนี่ย!!"

"ใช่ค่ะ เยอะมาก"

หลู่เฉียนซานพยักหน้าเล็กน้อยและได้อธิบายต่อว่า

"ยิ่งไปกว่านั้นคือบ้านที่เขาได้ซื้อด้วยเงินที่ยักยอกไปยังขายไม่ได้เพราะตลาดอสังหาฯพังทลายลง ตอนนี้บ้านพวกนั้นยังอยู่ในมือของเขาค่ะ"

"หากว่าเรื่องนี้หลุดออกไป แน่นอนว่าจะทำให้พวกเขา…"

จางหม่านพยักหน้าเล็กน้อย เธอเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดได้ทันทีและวางเอกสารในมือของเธอลง จากนั้นจางหม่านก็หยิบเอกสารอีกชุดขึ้นมาและได้พูดช้าๆ

"ฉันว่าผู้ถือหุ้นของธนาคารวิงออนน่าจะต้องวางแผนกู้เงินมาแน่ๆ แล้วถ้าหากพวกเขาไม่สามารถชำระเงินกู้ในเวลาที่กำหนดได้ บางทีนี่ก็น่าจะเป็นข้อได้เปรียบของพวกเราด้วย"

เจ้านายได้บอกให้หลู่เฉียนซานตรวจสอบบัญชีของธนาคารวิงออนเพื่อสืบดูการยักยอกเงิน ดังนั้นข้อมูลที่อยู่ในมือของจางหม่านตอนนี้คือข้อมูลบัญชีการเงินทั้งหมดของธนาคาร

"ใช่ค่ะ ที่อยู่ในมือของท่านประธานก็คือรายละเอียดของเงินกู้ที่ธนาคารวิงออนต้องชำระ"

หลู่เฉียนซานพูดด้วยรอยยิ้ม

ในตอนแรกเธอแค่ต้องการตรวจสอบบัญชีเพื่อดูเกี่ยวกับการยักยอกเงินเท่านั้น แต่ด้วยรายละเอียดของบัญชีทำให้สามารถมองเห็นจุดอ่อนของธนาคารวิงออนได้อีกข้อหนึ่ง

เธอไม่รู้จริงๆว่าทำไมเจ้านายถึงได้รู้เรื่องของเบื้องลึกเบื้องหลังของธนาคารแห่งนี้ แต่สิ่งที่เจ้านายได้บอกเธอนั้นถูกต้องทุกอย่าง

จางหม่านพลิกดูเอกสาร 2-3 แผ่นก่อนจะพูดด้วยความประหลาดใจว่า

"ทำไมหนี้ของพวกเขายังได้เยอะขนาดนี้? แถมยังเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยด้วย"

"พวกเขาขุดหลมฝังศพตัวเองกันมานานแค่ไหนแล้วเนี่ย?"