ตอนที่ 201

ตอนนี้เธอรู้สึกสับสนในตัวเองเล็กน้อย ไม่รู้ทำไมเหมือนกันเธอไม่อยากให้ซูข่านไปจากเซียงเจียงเลย

ทำไมถึงมีความรู้สึกแปลกๆนี้มาก็ไม่รู้ ปกติแล้วหลู่เฉียนซานจะหมกมุ่นอยู่กับงานเพียงอย่างเดียวแท้ๆ

นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกแปลกๆในใจของเธออย่างบอกไม่ถูก

"พาฉันกลับโรงแรมเพนนินซูล่า"

ซูข่านมองไปยังหลู่เฉียนซานและพูดช้าๆ

"ค่ะ"

หลู่เฉียนซานพยักหน้า ทั้งสองคนเดินไปที่ลานจอดรถข้างหน้า ระหว่างทางเดินหัวใจของเธอกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างอยู่

"บรื้นน"

หลู่เฉียนซานสตาร์ทรถยนต์ของเธอ ตอนนี้จิตใจของเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว โชคยังดีที่เธอสามารถขับมาถึงโรงแรมได้อย่างปลอดภัย

ซูข่านเปิดประตูและลงรถอย่างรวดเร็ว

หลู่เฉียนซานมองแผ่นหลังของซูข่านที่กำลังเดินจากไป แผ่นหลังนั้นค่อยๆหายไปทีละนิด จนลับสายตาของเธอ

หลู่เฉียนซานถอนหายใจออกมา เธอรู้สึกว่าเหมือนกับเธอกำลังเสียอะไรไปสักอย่าง เธอนั่งเหม่ออยู่ในรถของเธอเป็นเวลานาน เธอกำลังสับสนกับตัวเองอยู่

ทางด้านซูข่านได้ขึ้นลิฟต์ของโรงแรมไปยังชั้นบนสุด ทันทีประตูลิฟต์เปิดออก ซูข่านเห็นซงหมิงเจียงและคนอื่นๆมารอเขาอยู่ตรงทางเดินของโรงแรม

"พี่สามครับ พวกผมพร้อมแล้ว"

ซงหมิงเจียงรีบเดินเข้ามาคุยกับซูข่าน พร้อมทั้งเดินเข้าไปในห้อง

"ฉันก็พร้อมแล้ว"

ซูข่านพยักหน้า

"เดี๋ยวผมถือกระเป๋าให้เองครับ"

เสี่ยวจุนที่อยู่ข้างนอกได้เดินเข้ามาถือสัมภาระของซูข่านทั้งหมด ซูข่านและคนอื่นๆก็ได้ลงไปเช็คเอ้าท์ที่ล็อบบี้ของโรงแรม

ทั้งสี่คนได้ขึ้นรถที่หน้าโรงแรมไปยังท่าเรือ

พวกเขาทั้งหมดเข้าด่านตรวจคนและขึ้นเรือเพื่อมุ่งหน้าไปยังเผิงเฉิง

"พวกคุณได้ยินข่าวนั้นไหม ชายที่ชื่อสูเจิ้งเหมาอะไรสักอย่างต้องการจะสร้างตึกที่สูงที่สุดในเผิงเฉิง"

"ฉันได้ยินมาว่าจะทำการสร้างตึกกว่า 100 ชั้นเลยนะ"

"ผู้ชายคนนั้นมีเงินเยอะขนาดนั้นได้ยังไงกัน"

"ได้ข่าวว่าเขาเป็นแค่เจ้าของโรงงานเสื้อผ้าที่มีเครือใหญ่ที่สุดในประเทศจีนน่ะ สหพันธ์สิ่งทอของเขาก็ยิ่งใหญ่มากๆ มีโรงงานรวมกันเป็นสิบๆเลย"

"บ้าจริง โรงงานพวกเขาเล็กนิดเดียวไม่ใช่เหรอ"

"ฉันเคยดื่มกับสูเจิ้งเหมาด้วยแหละ"

"อะไรนะ ตึกสูงตั้ง 100 ชั้นเลยอย่างงั้นเหรอ ได้ยินมาว่าคนระดับสูงได้ลงมาดูงานนี้ด้วยตัวเองเลยแหละ"

"ทำไมบ้านเกิดของพวกเราถึงไม่มีอะไรแบบนี้บ้างนะ ผู้นำของเราเอาเงินไปทำอะไรหมด"

มีการพูดคุยมากมายบนเรือจากเซียงเจียง ซูข่านได้สนใจประโยคสนทนาเหล่านั้น เขาตั้งใจแอบฟังทั้งหมดรอบตัว

คนเหล่านี้ส่วนใหญ่มักจะมีธุรกิจเล็กๆของเขาในเซียงเจียง พวกเขามักจะเดินทางไปเผิงเฉิงเพื่อลงทุนอะไรบางอย่างไม่ก็ไปทำการหาฐานลูกค้าใหม่ๆ

สูเจิ้งเหมาเองก็เคยเป็นหนึ่งในคนพวกนี้ ไม่แปลกที่พวกเขาจะรู้จักกับสูเจิ้งเหมาเป็นอย่างดี

คนบนเรือลำนี้มีทุกระดับชั้นขึ้นมา ตั้งแต่ธุรกิจระดับ 1,000-10,000 ไปจนถึงล้านเลยก็มี แต่อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่ที่นี่มักจะไม่ใช่เศรษฐี

สูเจิ้งเหมาที่เป็นเหมือนกับพวกเขาได้ประสบความสำเร็จในเวลาเพียงครึ่งปี เขาสามารถสร้างสหพันธ์สิ่งทอได้ยิ่งใหญ่ระดับประเทศได้

เขาสามารถหาเงินลงทุนจากต่างประเทศให้ไหลเข้าสู่ประเทศจีนได้อย่างไม่ขาดสาย มีการจ้างงานและใช้จ่ายเงินในโรงงานเสื้อผ้าต่างๆ มันส่งผลกระทบถึงเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคอีกด้วย

มีคนมากมายได้ผลประโยชน์จากสหพันธ์สิ่งทอของสูเจิ้งเหมา ชื่อเสียงของเขาเลยดังขึ้นไปอีก

แล้วตอนนี้ชื่อเสียงของสูเจิ้งเหมาก็ได้ดังขึ้นอีกครั้ง การลงทุนด้วยเงิน 500 ล้านเพื่อสร้างตึกที่สูงที่สุดในเผิงเฉิง

ตึกนี้มีความสูงมากกว่า 100 ชั้น หากว่าสร้างสำเร็จ ตึกนี้ก็จะกลายเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศจีน

ไม่มีใครรู้ว่าสูเจิ้งเหมาเอาเงินมาจากไหน 500 ล้าน ในช่วงเวลาที่ผ่านไม่กี่เดือน เขาได้แซงหน้าคนรุ่นเดียวกันกลายเป็นมหาเศรษฐี

ในฮ่องกงมีเพียงไม่มีคนเท่านั้นที่สามารถสร้างตึกแบบนี้ได้ แต่การกระทำดังกล่าวในฮ่องกงย่อมเป็นเรื่องยาก ไหนจะขอซื้อที่ดิน ไหนจะเรื่องค่าแรงคนงาน ไหนจะเรื่องราคาของที่ดินอีก

ในทางกลับกันทุกอย่างที่เผิงเฉิงกลับมีพร้อม แต่คนในเซียงเจียงมองที่นั่นเป็นแหล่งทิ้งขยะด้วยซ้ำ

ที่นั่นล้าหลังกว่าเซียงเจียงตั้งหลายสิบปี แต่อยู่ๆก็มีการประกาศสร้างตึกมูลค่า 500 ล้านขึ้น เผิงเฉิงที่พวกเขาดูถูกตอนนี้จะต้องกลายเป็นศูนย์รวมความเจริญของแดนใต้แน่นอน

สูเจิ้งเหมาที่เป็นนายทุนในการจัดการครั้งนี้ มีผู้คนมากมายต่างชื่นชมเขาไม่ต่างอะไรไปจากการดูดาราหรือนักแสดงเลย

แถมยังโดนจับตามองจากนักธุรกิจรายใหญ่และรัฐบาลอีก มีการออกทีวีประกาศข่าวของสูเจิ้งเหมาไปทั่ว

"สูเจิ้งเหมานักธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ เขาได้กลับมาที่ประเทศเพื่อสร้างตึกมูลค่า 500 ล้าน"

"นี่แหละคือนักธุรกิจที่รักประเทศอันดับหนึ่ง"

ซูข่านได้ยินคนบนเรือพูดคุยกันเขาก็รู้สึกงุนงงเล็กน้อย เหตุการณ์การพูดคุยแบบนี้มักจะเกิดขึ้นกับดาราหรือคนมีชื่อเสียงเท่านั้น

ในอีกไม่กี่ปีหลังจากที่ธุรกิจภาพยนตร์ ละคร และเพลงกำลังเฟืองฟู ผู้คนทั้งหลายมักจะติดตามศิลปินคนโปรดของเขาและพูดคุยกับแบบนี้

ตอนนี้สูเจิ้งเหมาเป็นเหมือนดาราของเซียงเจียงไปแล้วเหรอ?

คนส่วนใหญ่ที่อยู่บนเรือแห่งนี้ จะเป็นนักธุรกิจ เขามารู้จักกับข่าวของสูเจิ้งเหมาได้ยังไงกัน

ไม่นานเรือก็ได้มาถึงยังท่าเรือที่เผิงเฉิง

"พี่สาม ระวัง!!"

อยู่ๆก็มีผู้คนมากมายได้แห่พุ่งไปข้างหน้า ซงหมิงเจียง เสี่ยวจุน และไทเกอร์ พวกเขาทั้งสามได้วิ่งมาล้อมซูข่านทันที พวกเขาทำค่ายกลเล็กๆที่พร้อมจะปกป้องซูข่านได้จากทุกทั่วสารทิศ

"ไม่เป็นไร"

ซูข่านพูดพร้อมมองไปรอบๆ

ทั้งสามคนเลยคลายค่ายกลลงและเดินไปข้างหน้าพร้อมกับซูข่าน

ทันใดนั้นเองซูข่านก็สะดุ้งทันที เขาเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่ในฝูงชน

"สูเจิ้งเหมา!!"

ตอนนี้มีฝูงคนจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังล้อมสูเจิ้งเหมาอยู่ ซูข่านเห็นก็ประหลาดใจเล็กน้อย

ทำไมฝูงชนถึงต้องมาล้อมสูเจิ้งเหมาแบบนั้นด้วย เขาไม่ได้เป็นดาราหรือนักแสดงอะไรเลย ภาพแบบนี้แม้แต่ดารายังไม่เคยมีให้เห็นด้วยซ้ำ

ฝูงคนที่นี่ดูบ้าคลั่งกว่าเยอะ