ตอนที่ 314

ซูข่านเดินตรงไปที่โรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรสทันที ปัจจุบันโรงแรมฮั่นหยู่ตั้งอยู่สถานที่ทำเงินของเมืองหนานจิง บริเวณรอบๆนั้นค่อนข้างมีความเจริญมากกว่าที่อื่นเล็กน้อย

มันทำให้นักท่องเที่ยวหรือแขกที่ต้องการมาพัก สะดวกในการเดินทางไปไหนต่อไหนได้จากโรงแรมแห่งนี้

ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวประเทศจีน พวกเขามักจะนิยมไปเที่ยวตามแลนด์มาร์คโบราณต่างๆ ค่าใช้จ่ายในการมาเที่ยวเองก็ไม่ได้สูงมาก

ฉะนั้นโรงแรมฮั่นหยู่เลยต้องปรับราคาให้ต่ำกว่าโรงแรมหรูเพื่อตอบโจทย์คนพวกนี้ เงินที่พวกเขาเตรียมมาเที่ยวประเทศจีนจะได้ไม่หมดในไม่กี่วัน ผลพลอยได้ก็คือคนที่เดินทางมาทำธุรกิจที่หนานจิงด้วย

นักท่องเที่ยวบางคนสามารถเที่ยวได้แค่ 10-15 วันเท่านั้นเอง แต่บางคนกลับอยู่ได้ครึ่งปี ลองคิดดูนักท่องเที่ยงที่พักอยู่โรงแรมฮั่นหยู่ครึ่งปีดูสิ มันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก

"ฉันไปคนเดียวได้"

ซูข่านมองไปที่ด้านหลัง เขาเห็นจางเฉียงและซงหมิงเจียงเดินตามมา หากว่ามีคนจำนวนมากเดินเข้าโรงแรมพร้อมกันแบบนี้ บางทีอาจจะทำให้พนักงานหรือแขกที่มาพักตกใจได้

โดยเฉพาะจางเฉียง

เขาคนนี้เป็นเจ้าของที่พนักงานเกือบทุกคนต้องรู้จัก หากว่าเขาเดินกับซูข่านเข้าไปในโรงแรมมันจะเกิดอะไรขึ้น?

พนักงานจะมองซูข่านเป็นคนยังไง? ทำไมเจ้านายจางเฉียงของเขาต้องคอยรับใช้ชายคนอื่นด้วย?

"ครับพี่สาม"

จางเฉียงพยักหน้าและหยุดเดินตามซูข่านทันที

เขาแอบภาวนาในใจหวังว่าพนักงานที่เขาฝึกให้บริการแขก พวกเขาจะทำตามหน้าที่ที่ถูกฝึกมาได้อย่างดี หากว่าคนไหนทำให้พี่สามไม่พอใจ บางทีเขาจะต้องไล่พนักงานคนนั้นออก

อยู่ๆก็มีความคิดผุดขึ้นในหัวของจางเฉียง

แต่จะเป็นยังไงถ้าเราเอารูปถ่ายของพี่สามให้พนักงานพวกนั้นดู บางทีพนักงานพวกนั้นอาจจะกระตือรือร้นขึ้นมาก็ได้

มันคงจะเป็นอะไรที่ดีเหมือนกันนะที่บอกพนักงานว่าต้องดูแลใครเป็นพิเศษบ้าง แต่ว่า…

"อึ้ก"

จางเฉียงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขานึกถึงวันที่เขาโดนพี่สามดุที่หน้าบ้านของพี่สาม วันนั้นเขาได้ทำผิดด้วยการจัดการคนที่แอบเอาสินค้าไปโดยไม่ส่งตำรวจ

ถ้าพี่สามรู้ว่าเราส่งรูปถ่ายให้พนักงาน บางทีคอของเราอาจจะหลุดจากบ่าก็ได้

จางเฉียงรีบส่ายหัวสลัดความคิดแปลกๆออกทันที ซงหมิงเจียงที่อยู่ใกล้ๆก็ทำสีหน้างุนงงที่จางเฉียงมีท่าทีที่แปลกไป

ซูข่านเดินเข้าไปในโรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรส ทันทีที่เขาเข้าไปนั้น เขาก็เห็นห้องโถงก่อนเป็นอันแรก ซึ่งมันมีขนาดที่กว้างขวางมาก รอบๆก็เต็มไปด้วยโซฟาและโต๊ะขนาดเล็ก ส่วนใหญ่แล้วก็มีคนนั่งเต็มไปหมด

และก็ยังมีกระเป๋าเดินทางจำนวนหนึ่งวางอยู่ที่โซฟาพร้อมกับคนเฝ้า บางทีพวกเขาอาจกำลังรอเช็คเอาท์อยู่ก็ได้

นอกจากนี้แล้วสภาพแวดล้อมหรือการตกแต่งภายในโรงแรมนั้น ที่นี่เต็มไปด้วยกระถางที่มีต้นไม้ปลูกอยู่ มันให้รู้สึกถึงความชุ่มชื้นและเงียบสงบ

บนพื้นเองก็สะอาดไม่มีฝุ่นหรือขยะเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ที่บนกำแพงก็มีสัญลักษณ์ห้ามสูบบุหรี่อยู่

ซูข่านมองดูรอบๆก็รู้สึกพอใจมาก อย่างน้อยก็รักษาความสะอาดอยู่พอสมควร แถมยังเป็นระเบียบอีกต่างหาก

เมื่อแขกที่ต้องการเข้ามาพักเห็นสภาพแวดล้อมแบบนี้ พวกเขาจะต้องรู้สึกถึงความเป็นมืออาชีพของโรงแรมเราแน่ๆ

"อะไรนะไม่มีห้องว่างแล้วงั้นเหรอ?"

ซูข่านได้ยินน้ำเสียงที่โกรธเล็กน้อยดังขึ้น มันเป็นเสียงของหญิงสาว เขาขมวดคิ้วและมองไปยังต้นทางของเสียงนั่น

ที่ต้นทางของเสียงมีผู้หญิงคนหนึ่งสวมเสื้อลายสก๊อตอยู่ ซึ่งเธอกำลังถามกับหญิงสาวที่แผนกต้อนรับของโรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรส

"นี่มันกี่โมงเอง? ทำไมถึงไม่มีห้องว่าง?"

หญิงสาวยังคงถามต่อด้วยน้ำเสียงเดิม

"คิดว่าฉันมาจากที่อื่นแล้วจะทำยังไงก็ได้งัั้นเหรอ? ไปหาห้องว่างของโรงแรมมาให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย"

"ทางเราต้องขอประทานอภัยคุณผู้หญิงจริงๆนะคะ ตอนนี้โรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรสห้องพักเต็มหมดแล้วค่ะ หากว่าคุณต้องการจะเข้าพักกับทางโรงแรม ต้องขอรบกวนให้คุณผู้หญิงต่อแถวแขกท่านอื่นก่อนนะคะ"

หญิงสาวที่แผนกต้อนรับพูดอย่างใจเย็น เธอสามารถรับมือการสถานการณ์ลูกค้าเอาแต่ใจได้เป็นอย่างดี

นี่คือสิ่งที่ซูข่านได้เน้นย้ำกับจางเฉียงมาโดยตลอด เขาจะต้องให้ความสำคัญการพนักงานอย่างมาก การบริการนั่นเป็นสิ่งที่สำคัญ

สิ่งนี้จะทำให้แตกต่างจากโรงแรมอื่นโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะพวกโรงแรมที่รัฐบาลยื่นมือเข้ามาจัดการ

ในแง่ของเงินเดือนแล้วซูข่านก็ให้เยอะกว่าโรงแรมที่อื่น พนักงานจะได้เต็มใจในการให้บริการลูกค้าเต็มที่

ซึ่งสิ่งนี้ซูข่านก็นำไปใช้กับทุกธุรกิจรวมถึงอุตสาหกรรมในเครือของเขาทั้งหมด เงินเดือนของคนที่ทำงานกับซูข่านจะมากกว่าค่าเฉลี่ยในระดับเดียวกันเสมอ และยังมีโบนัสเมื่อทำงานดีอีกด้วย

รวมๆแล้วต่อปี เงินเดือนของคนที่ทำงานกับซูข่านจะสูงกว่าคนทั่วหลายเท่า

ซูข่านรู้สึกพอใจมากที่เห็นหญิงสาวแผนกต้อนรับมีทักษะการบริการที่ดีเช่นนี้

ทักษะนี้ต้องฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แถมยังจะต้องมีใจที่รักบริการอีก การบริการลูกค้าเหมือนกับลูกค้าเป็นพระเจ้านั้นไม่ได้แปลว่าจะต้องตามใจลูกค้าทุกอย่าง แต่คือการบริการจากใจต่างหาก

หญิงสาวแผนกต้อนรับนี่ก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างของพนักงานที่รักในการบริการ เธอไม่มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปเลย แถมยังพูดจากับแขกดีอีกด้วย

"ฉันไม่สนอะไรทั้งนั้น ฉันต้องการจะพักอยู่ที่นี่คืนนี้!!"

หญิงสาวพูดจาก้าวร้าวมากขึ้นเรื่อยตามอารมณ์ของเธอ

"ต้องขออภัยด้วยจริงๆค่ะ ทางโรงแรมไม่มีห้องว่างแล้วค่ะ"

หญิงสาวแผนกต้อนรับยังคงพูดด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม

"คุณนายครับ คุณจะมาตั้งรกรากอยู่ที่เคาเตอร์อีกนานไหมครับ พวกผมอยากจะเช็คเอาต์แล้วเดินทางต่อแล้ว"

"ใช่ๆ มาที่หลังยังไม่เข้าแถวอีก"

"พนักงานก็บอกแล้วว่าห้องมันเต็ม ฉันว่าคุณไปพักที่เกสต์เฮ้าท์ใกล้ๆนี่ดีกว่า"

"ใช่ๆ"

ที่บนโซฟาแขกคนอื่นเริ่มที่จะหงุดหงิดกับหญิงสาวแล้ว คนเหล่านี้ส่วนใหญ่คือคนที่มักจะเดินทางมาที่หนานจิงเพื่อทำธุรกิจ พวกเขามีประสบการณ์ในการเดินทางไปทั่วประเทศ

ขนาดเดินทางไปทั่วประเทศแล้ว แต่โรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรสนั่นเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับพวกเขาอย่างมาก มันทำให้รู้สึกเหมือนกับอยู่บ้านของตัวเอง ไม่สิ มันดีซะยิ่งกว่าอยู่บ้านซะอีก

"พวกคุณไม่ต้องยุ่งกับเรื่องของฉันได้ไหม"

หญิงสาวหันกลับไปพูดกับเหล่าคนที่นั่งอยู่บนโซฟา น้ำเสียงของเธอนั้นเต็มไปด้วยความเย็นชาและดุร้าย

ตอนที่หญิงสาวคนนั้นได้หันมาพูดกับแขกคนอื่น ซูข่านก็ได้เห็นใบหน้าของเธอแบบชัดๆ เขารู้สึกคุ้นเคยใบหน้านี้ขึ้นมาทันที

ทำไมเขาต้องรู้สึกคุ้นเคยกับหญิงสาวคนนี้ด้วย ซูข่านพยายามครุ่นคิด

"พี่ซูข่าน!!"

ทันใดนั้นเองเสียงเรียกของหญิงสาวคนนั้นก็ได้ดังขึ้น ซูข่านมองไปก็เห็นหญิงสาวคนนั้นเรียกเขาด้วยรอยยิ้ม

เธอรีบวิ่งมากอดแขนของซูข่านทันที เมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาว ควาทรงจำของซูข่านก็ลอยเข้ามาในหัวของเขาทันที

เขารู้จักหญิงสาวคนนี้ เธอดูเด็กกว่าก่อนหน้านี้มาก

ซูข่านเลยพูดด้วยรอยยิ้ม

"ลี่ซี..เธอมาทำอะไรที่นี่?"

ใบหน้าของหญิงสาวชะงักไปชั่วครู่