ซูข่านเดินตรงไปที่โรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรสทันที ปัจจุบันโรงแรมฮั่นหยู่ตั้งอยู่สถานที่ทำเงินของเมืองหนานจิง บริเวณรอบๆนั้นค่อนข้างมีความเจริญมากกว่าที่อื่นเล็กน้อย
มันทำให้นักท่องเที่ยวหรือแขกที่ต้องการมาพัก สะดวกในการเดินทางไปไหนต่อไหนได้จากโรงแรมแห่งนี้
ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวประเทศจีน พวกเขามักจะนิยมไปเที่ยวตามแลนด์มาร์คโบราณต่างๆ ค่าใช้จ่ายในการมาเที่ยวเองก็ไม่ได้สูงมาก
ฉะนั้นโรงแรมฮั่นหยู่เลยต้องปรับราคาให้ต่ำกว่าโรงแรมหรูเพื่อตอบโจทย์คนพวกนี้ เงินที่พวกเขาเตรียมมาเที่ยวประเทศจีนจะได้ไม่หมดในไม่กี่วัน ผลพลอยได้ก็คือคนที่เดินทางมาทำธุรกิจที่หนานจิงด้วย
นักท่องเที่ยวบางคนสามารถเที่ยวได้แค่ 10-15 วันเท่านั้นเอง แต่บางคนกลับอยู่ได้ครึ่งปี ลองคิดดูนักท่องเที่ยงที่พักอยู่โรงแรมฮั่นหยู่ครึ่งปีดูสิ มันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก
"ฉันไปคนเดียวได้"
ซูข่านมองไปที่ด้านหลัง เขาเห็นจางเฉียงและซงหมิงเจียงเดินตามมา หากว่ามีคนจำนวนมากเดินเข้าโรงแรมพร้อมกันแบบนี้ บางทีอาจจะทำให้พนักงานหรือแขกที่มาพักตกใจได้
โดยเฉพาะจางเฉียง
เขาคนนี้เป็นเจ้าของที่พนักงานเกือบทุกคนต้องรู้จัก หากว่าเขาเดินกับซูข่านเข้าไปในโรงแรมมันจะเกิดอะไรขึ้น?
พนักงานจะมองซูข่านเป็นคนยังไง? ทำไมเจ้านายจางเฉียงของเขาต้องคอยรับใช้ชายคนอื่นด้วย?
"ครับพี่สาม"
จางเฉียงพยักหน้าและหยุดเดินตามซูข่านทันที
เขาแอบภาวนาในใจหวังว่าพนักงานที่เขาฝึกให้บริการแขก พวกเขาจะทำตามหน้าที่ที่ถูกฝึกมาได้อย่างดี หากว่าคนไหนทำให้พี่สามไม่พอใจ บางทีเขาจะต้องไล่พนักงานคนนั้นออก
อยู่ๆก็มีความคิดผุดขึ้นในหัวของจางเฉียง
แต่จะเป็นยังไงถ้าเราเอารูปถ่ายของพี่สามให้พนักงานพวกนั้นดู บางทีพนักงานพวกนั้นอาจจะกระตือรือร้นขึ้นมาก็ได้
มันคงจะเป็นอะไรที่ดีเหมือนกันนะที่บอกพนักงานว่าต้องดูแลใครเป็นพิเศษบ้าง แต่ว่า…
"อึ้ก"
จางเฉียงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขานึกถึงวันที่เขาโดนพี่สามดุที่หน้าบ้านของพี่สาม วันนั้นเขาได้ทำผิดด้วยการจัดการคนที่แอบเอาสินค้าไปโดยไม่ส่งตำรวจ
ถ้าพี่สามรู้ว่าเราส่งรูปถ่ายให้พนักงาน บางทีคอของเราอาจจะหลุดจากบ่าก็ได้
จางเฉียงรีบส่ายหัวสลัดความคิดแปลกๆออกทันที ซงหมิงเจียงที่อยู่ใกล้ๆก็ทำสีหน้างุนงงที่จางเฉียงมีท่าทีที่แปลกไป
ซูข่านเดินเข้าไปในโรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรส ทันทีที่เขาเข้าไปนั้น เขาก็เห็นห้องโถงก่อนเป็นอันแรก ซึ่งมันมีขนาดที่กว้างขวางมาก รอบๆก็เต็มไปด้วยโซฟาและโต๊ะขนาดเล็ก ส่วนใหญ่แล้วก็มีคนนั่งเต็มไปหมด
และก็ยังมีกระเป๋าเดินทางจำนวนหนึ่งวางอยู่ที่โซฟาพร้อมกับคนเฝ้า บางทีพวกเขาอาจกำลังรอเช็คเอาท์อยู่ก็ได้
นอกจากนี้แล้วสภาพแวดล้อมหรือการตกแต่งภายในโรงแรมนั้น ที่นี่เต็มไปด้วยกระถางที่มีต้นไม้ปลูกอยู่ มันให้รู้สึกถึงความชุ่มชื้นและเงียบสงบ
บนพื้นเองก็สะอาดไม่มีฝุ่นหรือขยะเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ที่บนกำแพงก็มีสัญลักษณ์ห้ามสูบบุหรี่อยู่
ซูข่านมองดูรอบๆก็รู้สึกพอใจมาก อย่างน้อยก็รักษาความสะอาดอยู่พอสมควร แถมยังเป็นระเบียบอีกต่างหาก
เมื่อแขกที่ต้องการเข้ามาพักเห็นสภาพแวดล้อมแบบนี้ พวกเขาจะต้องรู้สึกถึงความเป็นมืออาชีพของโรงแรมเราแน่ๆ
"อะไรนะไม่มีห้องว่างแล้วงั้นเหรอ?"
ซูข่านได้ยินน้ำเสียงที่โกรธเล็กน้อยดังขึ้น มันเป็นเสียงของหญิงสาว เขาขมวดคิ้วและมองไปยังต้นทางของเสียงนั่น
ที่ต้นทางของเสียงมีผู้หญิงคนหนึ่งสวมเสื้อลายสก๊อตอยู่ ซึ่งเธอกำลังถามกับหญิงสาวที่แผนกต้อนรับของโรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรส
"นี่มันกี่โมงเอง? ทำไมถึงไม่มีห้องว่าง?"
หญิงสาวยังคงถามต่อด้วยน้ำเสียงเดิม
"คิดว่าฉันมาจากที่อื่นแล้วจะทำยังไงก็ได้งัั้นเหรอ? ไปหาห้องว่างของโรงแรมมาให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย"
"ทางเราต้องขอประทานอภัยคุณผู้หญิงจริงๆนะคะ ตอนนี้โรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรสห้องพักเต็มหมดแล้วค่ะ หากว่าคุณต้องการจะเข้าพักกับทางโรงแรม ต้องขอรบกวนให้คุณผู้หญิงต่อแถวแขกท่านอื่นก่อนนะคะ"
หญิงสาวที่แผนกต้อนรับพูดอย่างใจเย็น เธอสามารถรับมือการสถานการณ์ลูกค้าเอาแต่ใจได้เป็นอย่างดี
นี่คือสิ่งที่ซูข่านได้เน้นย้ำกับจางเฉียงมาโดยตลอด เขาจะต้องให้ความสำคัญการพนักงานอย่างมาก การบริการนั่นเป็นสิ่งที่สำคัญ
สิ่งนี้จะทำให้แตกต่างจากโรงแรมอื่นโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะพวกโรงแรมที่รัฐบาลยื่นมือเข้ามาจัดการ
ในแง่ของเงินเดือนแล้วซูข่านก็ให้เยอะกว่าโรงแรมที่อื่น พนักงานจะได้เต็มใจในการให้บริการลูกค้าเต็มที่
ซึ่งสิ่งนี้ซูข่านก็นำไปใช้กับทุกธุรกิจรวมถึงอุตสาหกรรมในเครือของเขาทั้งหมด เงินเดือนของคนที่ทำงานกับซูข่านจะมากกว่าค่าเฉลี่ยในระดับเดียวกันเสมอ และยังมีโบนัสเมื่อทำงานดีอีกด้วย
รวมๆแล้วต่อปี เงินเดือนของคนที่ทำงานกับซูข่านจะสูงกว่าคนทั่วหลายเท่า
ซูข่านรู้สึกพอใจมากที่เห็นหญิงสาวแผนกต้อนรับมีทักษะการบริการที่ดีเช่นนี้
ทักษะนี้ต้องฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แถมยังจะต้องมีใจที่รักบริการอีก การบริการลูกค้าเหมือนกับลูกค้าเป็นพระเจ้านั้นไม่ได้แปลว่าจะต้องตามใจลูกค้าทุกอย่าง แต่คือการบริการจากใจต่างหาก
หญิงสาวแผนกต้อนรับนี่ก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างของพนักงานที่รักในการบริการ เธอไม่มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปเลย แถมยังพูดจากับแขกดีอีกด้วย
"ฉันไม่สนอะไรทั้งนั้น ฉันต้องการจะพักอยู่ที่นี่คืนนี้!!"
หญิงสาวพูดจาก้าวร้าวมากขึ้นเรื่อยตามอารมณ์ของเธอ
"ต้องขออภัยด้วยจริงๆค่ะ ทางโรงแรมไม่มีห้องว่างแล้วค่ะ"
หญิงสาวแผนกต้อนรับยังคงพูดด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม
"คุณนายครับ คุณจะมาตั้งรกรากอยู่ที่เคาเตอร์อีกนานไหมครับ พวกผมอยากจะเช็คเอาต์แล้วเดินทางต่อแล้ว"
"ใช่ๆ มาที่หลังยังไม่เข้าแถวอีก"
"พนักงานก็บอกแล้วว่าห้องมันเต็ม ฉันว่าคุณไปพักที่เกสต์เฮ้าท์ใกล้ๆนี่ดีกว่า"
"ใช่ๆ"
ที่บนโซฟาแขกคนอื่นเริ่มที่จะหงุดหงิดกับหญิงสาวแล้ว คนเหล่านี้ส่วนใหญ่คือคนที่มักจะเดินทางมาที่หนานจิงเพื่อทำธุรกิจ พวกเขามีประสบการณ์ในการเดินทางไปทั่วประเทศ
ขนาดเดินทางไปทั่วประเทศแล้ว แต่โรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรสนั่นเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับพวกเขาอย่างมาก มันทำให้รู้สึกเหมือนกับอยู่บ้านของตัวเอง ไม่สิ มันดีซะยิ่งกว่าอยู่บ้านซะอีก
"พวกคุณไม่ต้องยุ่งกับเรื่องของฉันได้ไหม"
หญิงสาวหันกลับไปพูดกับเหล่าคนที่นั่งอยู่บนโซฟา น้ำเสียงของเธอนั้นเต็มไปด้วยความเย็นชาและดุร้าย
ตอนที่หญิงสาวคนนั้นได้หันมาพูดกับแขกคนอื่น ซูข่านก็ได้เห็นใบหน้าของเธอแบบชัดๆ เขารู้สึกคุ้นเคยใบหน้านี้ขึ้นมาทันที
ทำไมเขาต้องรู้สึกคุ้นเคยกับหญิงสาวคนนี้ด้วย ซูข่านพยายามครุ่นคิด
"พี่ซูข่าน!!"
ทันใดนั้นเองเสียงเรียกของหญิงสาวคนนั้นก็ได้ดังขึ้น ซูข่านมองไปก็เห็นหญิงสาวคนนั้นเรียกเขาด้วยรอยยิ้ม
เธอรีบวิ่งมากอดแขนของซูข่านทันที เมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาว ควาทรงจำของซูข่านก็ลอยเข้ามาในหัวของเขาทันที
เขารู้จักหญิงสาวคนนี้ เธอดูเด็กกว่าก่อนหน้านี้มาก
ซูข่านเลยพูดด้วยรอยยิ้ม
"ลี่ซี..เธอมาทำอะไรที่นี่?"
ใบหน้าของหญิงสาวชะงักไปชั่วครู่
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved