ตอนที่ 318

"เอ๊ะ!!"

จ้าวชิงชิงหยิบกระดาษที่ซูข่านยื่นให้โดยอัตโนมัติ เธอไม่รู้ตัวเหมือนกันว่ายื่นมือของเธอไปรับตอนไหน เธอก้มลงก็เห็นตัวเลขชุดหนึ่งซึ่งไม่ใช่เบอร์โทรศัพท์ทั่วไปที่ใช้ในประเทศจีน

อย่าบอกนะว่านี่คือหมายเลขโทรศัพท์ในประเทศสหรัฐอเมริกา

จ้าวชิงชิงตกใจมาก เธอไม่คิดเลยพี่สามจะมีคนรู้จักอยู่ที่นั่นด้วย หรือว่าพี่สามจะมีธุรกิจอยู่ที่นั่น?

"แค่บอกชื่อของฉัน คนที่นั่นก็รู้แล้วว่าต้องทำยังไง"

ซูข่านพูดด้วยรอยยิ้ม

เขาเคยเจอกับหวางรุยหลายครั้งอยู่เหมือนกัน หวางรุยเองก็เป็นเด็กสาวที่มีความมุ่งมั่นไม่น้อยไปกว่าคนอื่น ถ้าเธอได้ไปเรียนต่อเมืองนอก นี่ก็เป็นสิ่งเดียวที่ซูข่านคิดว่าเขาจะช่วยได้

ถึงแม้ว่าหวางรุยจะเรียนจบแล้วทำงานให้กับบริษัทอื่นที่นู้นก็ตาม ซูข่านเองก็ไม่ได้ว่าอะไร บางทีหวางรุยอาจจะประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องมาทำงานกับซูข่านก็ได้

เขาช่วยเหลือหวางรุยในฐานะที่เป็นคนจีนด้วยกัน ซูข่านเข้าใจดีว่าการเป็นคนจีนที่ประเทศนั้นจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง

แต่ถ้าเป็นไปได้ ซูข่านก็อยากให้หวางรุยสมัครเข้าทำงานกับบริษัทการลงและการลงทุนเฉียนฟ่านเหมือนกัน ไหนๆก็เป็นคนรู้จักกับซูข่านแล้ว

ถ้าเธอทำงานกับบริษัทเฉียนฟ่าน หวางรุยจะต้องทำเงินให้กับซูข่านได้มากมายแน่นอน แถมยังเป็นคนที่เรียนจบจากที่นั่นอีก ไม่มีอะไรเหมาะสมไปกว่านี้แล้ว

หมายเลขโทรศัพท์ที่ซูข่านจดให้จ้าวชิงชิงไป นั่นคือหมายเลขของบริษัทการเงินและการลงทุนเฉียนฟ่าน ถ้าเธอโทรไปเดี๋ยวหลี่เสว่เอ๋อจะอธิบายทุกอย่างให้เอง

"โหหหห พี่ซูข่าน"

ทันใดนั้นลี่ซีก็พูดขึ้นมาเสียงดังด้วยความตกใจ

"พี่มีคนรู้จักอยู่ที่อเมริกาด้วยเหรอคะ? สมแล้วที่พี่มาจากตระกูลซู"

เมื่อพูดจบลี่ซีก็นึกขึ้นมาได้ว่าเธอกำลังพูดอยู่กับคนในตระกูลซู

ตระกูลซูเองก็เป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ตระกูลอื่น ไม่แปลกที่คนจากตระกูลซูจะสามารถไปเรียนต่อเมืองนอกได้ พี่ซูข่านเองก็น่าจะมีญาติไปเรียนหรือทำงานที่นั่นเหมือนกัน

ซูข่านเห็นว่าลี่ซีกำลังเข้าใจอะไรบางอย่างผิด แต่เขาก็เลือกที่ปล่อยไปโดยไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม เรื่องพวกนี้หากอธิบายไปก็น่าจะกินเวลานาน หรือเรียกง่ายๆว่าขี้เกียจนั่นเอง

"เธอไปพักเถอะ เดี๋ยวตอนเย็นพี่จะพาเธอไปกินข้าวที่บ้าน"

ซูข่านมองไปยังลี่ซีและพูดช้าๆ

"ค่ะ"

ลี่ซีพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง พี่ซูข่านบอกว่าจะช่วยเหลือเธอในการไปเรียนต่อเมืองนอก เท่ากับว่าตอนนี้พี่ซูข่านเป็นพวกเราแล้ว เขาสั่งอะไรเราก็ต้องทำตามอย่างเดียว

"พี่สามคะ งั้นฉันขอตัวไปเรียนวิธีซ่อมของเก่ากับอาจารย์หลี่ต่อนะคะ"

จ้าวชิงชิงพูดขึ้นมาเช่นกัน

"เดี๋ยว!!"

ซูข่านพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ประหลาดใจ

"เฒ่าหลี่เริ่มซ่อมของเก่าพวกนั้นแล้วเหรอ?"

"ใช่ค่ะ"

จ้าวชิงชิงพยักหน้าน้อยๆของเธอและพูดต่อ

"จริงๆก็เริ่มซ่อมมาได้สักพักหนึ่งแล้ว ช่วงนี้อาจารย์กำลังยุ่งอยู่กับการซ่อมของเก่าพวกนั้นอยู่ค่ะ"

"งั้นเธอรีบไปช่วยเฒ่าหลี่เถอะ"

ซูข่านโบกมือให้กับจ้าวชิงชิง

เขารู้ว่าหลี่เจียงเฝิงกับเจิงฮัวเฉียงได้กลับมาจากรัฐเซียประมาณ 2-3 เดือนก่อนแล้ว ซึ่งช่วงนั้นซูข่านกำลังอยู่ที่เซียงเจียงพอดี

ตอนนั้นซูข่านเองก็กำลังยุ่งวุ่นวายกับการตกปลาที่เซียงเจียงเลยไม่รู้ว่าเฒ่าหลี่ได้เริ่มซ่อมของเก่าที่เขาเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้

ซูข่านไม่ได้ยื่นมือเข้าไปยุ่งในของเก่ามากมายเลย เขาปล่อยให้เฒ่าหลี่จัดการของเก่าพวกนี้อย่างเต็มที่ อย่างเดียวที่ซูข่านดูก็คือสมุดบันทึกที่ทำโดยเฒ่าหลี่

ในบันทึกเล่มนั้นมีของเก่าและวัตถุโบราณนับพันชิ้น เรียกว่ามีแทบทุกอย่างยกเว้นไข่มุกราตรีเพียงอย่างเดียว

จำนวนหน้าในหนังสือที่บันทึกนั้น นับวันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามที่จางเฉียงได้หาของเก่ามา เฒ่าหลี่เองก็ทำการจดบันทึกทุกชิ้นเช่นกัน

นี่คืองานที่เฒ่าหลี่ได้ทำให้กับซูข่าน ณ บ้านหลังนี้

ที่หลังบ้านตอนนี้ นอกจากจ้าวชิงชิงน่าจะมีเจิงฮัวเฉียงด้วยอีกหนึ่งคน

ชายคนนี้เป็นช่างไม้ที่มีฝีมือมาก ถ้าเฒ่าหลี่ต้องการที่จะซ่อมของเก่าหรือวัตถุโบราณ เขาจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากช่างไม้คนนี้

จ้าวชิงชิงและลี่ซีเดินออกจากห้องไป ตอนนี้เหลือเพียงซูข่านคนเดียวที่นั่งอยู่ เขาก็ใช้เวลาไปกับการจิบชาและพักผ่อนต่อ

ไม่นานซงหมิงเจียงก็ได้เดินเข้ามาและพูดกับซูข่าน

"พี่สามครับ"

"เจียงเฝิงมารายงานสถานการณ์ที่รัฐเซียครับ"

"ให้เขาเข้ามา"

ซูข่านพยักหน้าใหักับซงหมิงเจียง

หลี่เจียงเฝิงเองก็เดินทางกลับมาพร้อมกับเจิงฮัวเฉียง ในช่วงที่ซูข่านไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้ เขาก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำงานกับจางเฉียง

ตอนที่เขารู้ข่าวว่าซูข่านกลับมา หลี่เจียงเฝิงก็รีบมาหาซูข่านทันที

ไม่นานซงหมิงเจียงก็เดินเข้ามาอีกรอบพร้อมกับหลี่เจียงเฝิง

"สวัสดีครับพี่สาม"

หลี่เจียงเฝิงรีบทักทายซูข่านด้วยความเคารพ

ซูข่านมองไปยังหัวจรดเท้าของหลี่เจียงเฝิง เขาเห็นร่องรอยจากการโดนน้ำแข็งกัดหลายจุดตามใบหน้าและร่างกายของหลี่เจียงเฝิง ผิวของหลี่เจียงเฝิงเองก็แย่ลงกว่าก่อนจะเดินทางไปอีก

แค่เห็นก็รู้แล้วว่าสภาพอากาศที่นั่นแย่แค่ไหน แถมตอนที่เดินทางไปก็ไปช่วงใกล้ฤดูหนาวพอดีอีก พวกเขาจำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นตามกลางสภาพอากาศหนาวจนอุณหภูมิติดลบ

คนที่กลับมาจากที่นั่นส่วนใหญ่ก็น่าจะมีร่องรอยจากการโดนน้ำแข็งกัดซะส่วนใหญ่ โดยเฉพาะหลี่เจียงเฝิง บริเวณแขนของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลจำนวนมาก

"นายจะพักสัก 1-2 อาทิตย์ก่อนก็ได้นะ ไว้แผลหายแล้วค่อยกลับมารายงานก็ได้"

ซูข่านพูดกับหลี่เจียงเฝิง

"ไม่เป็นไรครับพี่สาม ขอบคุณมากครับ"

หลี่เจียงเฝิงพูดขอบคุณด้วยความเคารพ

ตอนที่หลี่เจียงเฝิงกลับมาจากรัฐเซีย ถึงแม้ว่าซูข่านจะไม่ได้อยู่ที่หนานจิง แต่เขาก็ได้สั่งให้จางเฉียงคำนวนวันที่หลี่เจียงเฝิงไปทำงานและมอบเงินให้กับเขา ซึ่งเป็นเงินจำนวนกว่าเกือบ 2,000 หยวน

ด้วยเงินจำนวนนี้ มันทำให้หลี่เจียงเฝิงมีความสุขมาก ถ้าหากว่าเขาทำงานทั่วๆไป กว่าที่เขาจะหาเงินถึง 2,000 หยวนได้ อาจจะใช้เวลาสัก 3-4 ปีเลยทีเดียว

ซึ่งงานใหม่นี้เทียบไม่ได้เลยกับตอนที่เขาเป็นทหารไปรบในสงคราม ที่นั่นมันเป็นอะไรย่ำแย่กว่าที่รัฐเซียมาก หลี่เจียงเฝิงยอมโดนน้ำแข็งกัดดีกว่าที่จะต้องไปรบในสงครามอีก

"นั่งลงสิ"

ซูข่านพูดกับหลี่เจียงเฝิงด้วยรอยยิ้ม จากนั้นซูข่านก็หันไปพูดกับซงหมิงเจียงต่อ

"หมิงเจียง นายก็นั่งลงเป็นเพื่อนเจียงเฝิงด้วย"

ซูข่านรู้ว่าซงหมิงเจียงเป็นห่วงพี่น้องที่ไปรัฐเซียมาก เขาจึงสั่งให้ซงหมิงเจียงฟังรายงานของหลี่เจียงเฝิงด้วย

"ขอบคุณมากครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงมองไปที่ซูข่านด้วยสายตาที่ซาบซึ้ง

ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังจะนั่ง ซูข่านก็ได้ถามขึ้นมาช้าๆ

"ที่นั่นเป็นยังไงบ้าง?"

หลี่เจียงเฝิงสูดหายใจเข้าเต็มปอดและค่อยๆตอบซูข่านอย่างใจเย็น

"ลำบากครับ ลำบากมากเลย โดยเฉพาะตอนช่วงฤดูหนาว"

"ข้างนอกที่พักเต็มไปด้วยหิมะทุกหนทุกแห่ง มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีขาวโพน ขนาดวันที่อุ่นที่สุดยังมีหิมะตกลงมาเลย"

"สภาพอากาศที่นั่นเป็นอะไรที่เลวร้ายมากครับ"

"แต่ก่อนที่จะถึงช่วงฤดูหนาว ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างดีเลยครับ ไทเกอร์กับเสี่ยวจุนบอกว่าสามารถทำเงินได้อย่างมหาศาล"

"โดยเฉพาะพวกของใช้ประจำวันครับ ผมเห็นคนที่นั่นยอมเอามอเตอร์ไซค์มาแลกกับของใช้ประจำวัน 2 ถุงใหญ่เลย"

"อะไรนะ?"

ซงหมิงเจียงตกใจมากเมื่อได้ยิน

"เอามอเตอร์ไซค์มาแลกของใช้ประจำวัน 2 ถุงเนี่ยนะ?"