ตอนที่ 333

รายได้ 100-200 หยวนนั้น แค่นี้มันก็เท่ากับเงินเดือนทั้งปีของชาวบ้านในหมู่บ้านซูเจียแล้ว มันเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว

อีกไม่กี่เดือนก็จะสิ้นปีเหมือนกัน ด้วยเงินจำนวนนี้มันจะทำให้ชาวบ้านมีเงินซื้ออาหารที่มีเนื้อสัตว์กินทุกมื้อได้แน่ๆ ปีหน้าอาจจะได้คนคนอ้วนจากหมู่บ้านนี้ก็ได้

ในวันปีใหม่พวกเขาก็จะมีเงินพอที่จะซื้อหมู เป็ด ไก่ได้มากถึง 2-3 ตัว เท่านี้ครอบครัวแต่ละบ้านก็จะได้ฉลองปีใหม่แบบที่พวกเขาไม่เคยได้ฉลองมาก่อน ปีใหม่ครั้งนี้จะเต็มไปด้วยอาหารที่พวกเขาต้องการ

ซาลาเปาแป้งเปล่าก็อาจจะถูกยัดไส้ด้วยหมูหรือไก่ พวกเขาไม่ต้องทนกินแป้งเปล่าๆอีกต่อไป

ทั้งนี้คือการเปลี่ยนแปลงที่ชาวบ้านซูเจียจะเห็นด้วยตาตัวเอง อย่างเร็วสุดที่จะเห็นได้ก็คือหนึ่งเดือนแรกตอนที่เงินเดือนออก

จากนั้นความเชื่อมั่นของชาวบ้านก็จะเพิ่มมากขึ้นและชักชวนให้คนในหมู่บ้านมาร่วมงานกับโรงงานผลิตวิกผมแห่งนี้ ซึ่งทุกคนไม่จำเป็นต้องเป็นพนักงานในการผลิตวิกผม มันยังมีงานส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้องอีกมาก

ยกตัวอย่างง่ายๆอย่างการรับผิดชอบในการเดินทางไปตามเมืองและหมู่บ้านต่างๆเพื่อจัดการซื้อเส้นผม แต่งานส่วนนี้ก็ไม่ใช่งานที่ง่ายเพราะจะต้องคัดเลือกเส้นผมที่มีมาตรฐานในการทำวิกด้วยเช่นกัน

ตัวโรงงานเองก็จะมีเกณฑ์รับซื้อเส้นผมจากโรงงานอยู่ ชาวบ้านคนไหนที่สามารถซื้อเส้นผมจากคนอื่นมาได้ในราคาที่ถูกก็สามารถกินส่วนแบ่งจากตรงนี้ไปได้อีกด้วย

อย่างเช่นเส้นยาว 30 เซน โรงงานอาจจะรับซื้อที่ราคา 1 หยวน แต่ชาวบ้านอาจจะไปซื้อต่อจากคนอื่นในราคาไม่ถึง 1 หยวนเพื่อกินส่วนแบ่งที่เหลือก็ได้

ซูข่านเห็นว่างานนี้มันคือการใช้ทักษะเจรจาขั้นสูง ใครที่สามารถต่อรองราคาหรือหาเส้นผมมาได้มาพวกเขาก็จะมีเงินเยอะกว่าคนอื่น

คนๆนั้นอาจจะเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้านก็เป็นได้

แต่อันดับความร่ำรวยก็แปรเปลี่ยนไปได้เสมอ ซูข่านไม่ได้จำกัดขอบเขตพวกเขาให้หาเส้นผมจากเมืองกิ่วหลู่เพียงเมืองเดียว

ชาวบ้านยังสามารถเดินทางไปยังมณฑลอื่นเพื่อรวบรวมเส้นผมมาก็ได้ ยิ่งรวบรวมมาได้มากเท่าไหร่ชาวบ้านก็จะได้เงินมากเท่านั้น

นี่ก็เท่ากับว่าคนที่ร่ำรวยจากการซื้อเส้นผมคนอื่นก็ไม่ได้มีเพียงคนกลุ่มเดียวอีกต่อไป รู้ไหมว่ามณฑลในประเทศจีนมีเท่าไหร่? รู้ไหมว่าแต่มณฑลมีคนอยู่กี่สิบล้าน? แค่นี้ก็จะมีเส้นผมเพียงพอต่อการทำวิกแล้ว

รวบรวมได้สักพักเดี๋ยวผมก็ยาวขึ้นมาใหม่พร้อมที่จะเก็บรอบสอง จากนั้นทุกอย่างก็จะวนลูปเดิมของมันไปเรื่อยๆ สิ่งที่ได้ตามมาคืออะไรล่ะ?

เงินจำนวนมากจะหลั่งไหลเข้าสู่ชาวบ้านซูเจียอย่างไม่ขาดสายเป็นประจำทุกเดือน จากเดือนละ 100-200 หยวนก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 500 หยวน

ถ้าได้หมู่บ้านประจำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆก็อาจจะกลายเป็น 1,000 หยวน แล้วถ้ายิ่งได้หลายหมู่บ้านรวมๆกันก็อาจจะกลายเป็น 10,000 หยวนได้ในไม่ยาก

เท่านี้คนในหมู่บ้านซูเจียก็จะเป็นหมู่บ้านแรกที่มีคนร่ำรวยจำนวนมาก โอกาสที่ซูข่านยื่นให้กับพวกเขานั้นจะทำให้ชาวบ้านพวกนี้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปอีกยาวนาน

"ผู้ใหญ่บ้านรับผิดชอบในเรื่องนี้นะครับ"

ซูข่านหันไปทางผู้ใหญ่บ้านและพูดว่า

"ผู้ใหญ่เองก็รู้จักกับคนในหมู่บ้านนี้ทั้งหมด พวกชาวบ้านเองก็ยอมรับในตัวของผู้ใหญ่ด้วย ตราบใดที่พวกชาวบ้านสามารถรวมรวบเส้นผมมาส่งโรงงานได้เป็นประจำสม่ำเสมอ พวกชาวบ้านก็จะได้เงินอย่างน้อย 100-200 หยวนครับ"

"เยอะขนาดนั้นเลยเหรอครับ?"

ผู้ใหญ่บ้านถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

"ถ้าชาวบ้านรู้ว่าหาได้ 100-200 หยวน ผมคิดว่าพวกเขาจะต้องออกเดินทางไปรวบรวมเส้นผมมาให้นายน้อยทันทีเลยละครับ"

อย่างไรก็ตามก็ต้องรอทางสูเจิ้งเหมาด้วย สิ่งที่พอจะทำได้ก็มีแค่เรื่องแจ้งรายละเอียดต่างๆให้ชาวบ้านได้รับรู้

จากนั้นซูข่านก็ได้คุยอะไรอีกเล็กน้อยกับชาวบ้านแล้วจึงแยกย้าย

ทันทีที่ประชุมเสร็จผู้ใหญ่บ้านก็เริ่มรับสมัครกลุ่มคนที่จะออกไปตามหมู่บ้านหรือเขตตัวเมืองเพื่อซื้อเส้นผม พวกเขาตกลงหมู่บ้านที่พวกเขาจะไปเพื่อที่จะไม่ให้ซ้ำกัน

ส่วนผู้หญิงในหมู่บ้าน ทันทีที่พวกเธอรู้ข่าวว่าเส้นผมของพวกเธอสามารถขายได้ พวกผู้หญิงเลยอยากจะขายเส้นผมเพื่อนำเงินมาจุนเจือครอบครับทันที

ซูข่านเห็นว่าใกล้หมู่บ้านซูเจียนั้นมีแม่น้ำอยู่ เขาจึงไปตกปลาที่นั่น

ที่แม่น้ำแห่งนี้ก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลาจำนวนมาก น้ำก็ใสจนมองเห็นปลาที่แหวกว่ายอยู่ พวกคนที่นี่จะยังไม่กินปลาจากแม่น้ำกัน ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากกินหรือตกมันขึ้นมาไม่ได้

แต่เป็นเพราะปลาชนิดที่อยู่ในแม่น้ำแห่งนี้มันคาวเกินไป พวกเขาไม่รู้ว่าจะจัดการดับกลิ่นคาวพวกนี้ยังไง

จริงๆก็ใช้เครื่องเทศไม่กี่ชนิดก็สามารถดับกลิ่นคาวได้แล้ว แต่ผู้คนที่นี่เป็นคนที่มีเงินมากขนาดนั้นเหรอ?

คนที่นี่ส่วนใหญ่จะนำปลาไปย่างแล้วก็กินเลยทันที ไม่แปลกหรอกที่กลิ่นคาวของปลาจะยังคงอยู่ การจัดการกับปลาพวกนี้จำเป็นต้องใช้น้ำมันหมูและเครื่องเทศ

ซูข่านเห็นว่าปลาที่นี่ก็มีขนาดตัวที่ใหญ่เขาจึงให้ซงหมิงเจียงและพรรคพวกไปจัดการซื้อเครื่องเทศและมันหมูเพื่อมาทำเป็นน้ำมัน

น้ำมันหมูที่ใช้ทอดปลานั้นจะทำให้ปลามีรสชาติที่อร่อย ซูข่านคิดถึงรสชาติของปลาทอดอย่างมาก อีกอย่างคือเขาก็ไม่อยากจะรบกวนกินอาหารจากบ้านผู้ใหญ่บ้านเท่าไหร่

ผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ได้รังเกียจที่จะต้องทำอาหารให้ซูข่านและคนอื่นๆกินเหมือนกัน จริงๆเขาจะยินดีด้วยซ้ำเพราะซูข่านให้ซงหมิงเจียงซื้อเนื้อสัตว์มาไว้ที่บ้านผู้ใหญ่

"นายน้อยซูครับ นายน้อยซู"

ขณะที่ซูข่านกำลังตกปลาอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงตะโกน

"ต้าเฉียง"

ซูข่านมองดูก็เห็นพบว่าเสียงที่ดังมานั้นมาจากซูต้าเฉียงซึ่งเป็นลูกชายของผู้ใหญ่บ้าน

"นายน้อยซูครั"

ซูต้าเฉียงหายใจหอบก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงผสมกับลมหายใจว่า

"ที่หน้าหมู่บ้านตอนนี้มีรถจำนวนมากและรถบรรทุกขนาดใหญ่กำลังขับเข้ามาครับ ดูเหมือนว่าผู้ว่าการมณฑลก็มาด้วยครับ"

ซูข่านได้ยินก็รู้ได้ทันทีว่าต้องเป็นสูเจิ้งเหมาแน่ๆ ผู้ว่าการมณฑลก็คงจะติดตามสูเจิ้งเหมามาด้วย พวกเขาคงอยากจะรู้แผนการที่สูเจิ้งเหมามาเยี่ยมที่เมืองนี้แน่ๆ

ตอนนี้สูเจิ้งเหมาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่างมากในประเทศจีน เขาเป็นนักธุรกิจจากเซียงเจียงที่นำเงินมาช่วยเหลือฝั่งแผ่นดินใหญ่จนได้รับฉายาว่าเป็นนักธุรกิจผู้รักชาติ

คนอย่างนี้ปรากฎตัวขึ้นในจังหวัดมีเหรอที่คนระดับสูงอย่างผู้ว่าการมณฑลจะไม่สนใจ เหล่าผู้นำพวกนี้จะต้องให้ความสนใจกับสูเจิ้งเหมาอย่างแน่นอน พวกเขาอยากจะรู้ว่าสูเจิ้งเหมามีแผนอะไรที่จะมาพัฒนาจังหวัดกิ่วหลู่แห่งนี้

ซูข่านหันไปพูดกับซูต้าเฉียงเบาๆ

"ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวฉันจัดการเอง"

"หมิงเจียง!!"

จากนั้นซูข่านก็หันไปเรียกซงหมิงเจียง ไม่นานซงหมิงเจียงก็มายืนด้านข้างซูข่าน

"ครับพี่สาม"

"ไปหาเหลาสูบอกเขาว่าอย่าเพิ่งมาฉันตอนนี้ หลังจากที่พวกผู้ว่าหรือคนของเขากลับไปแล้วค่อยให้เหลาสูมาหาฉัน"

ซูข่านพูดกับซงหมิงเจียงช้าๆ

สถานะปัจจุบันของเขาตอนนี้ยังไม่เป็นที่รู้จักในสังคมสักเท่าไหร่ ถ้าพวกผู้นำกิ่วหลู่รู้ถึงแผนการของซูข่าน บางทีพวกนั้นอาจต้อนรับซูข่านคราวหน้าที่เขามาก็ได้

ซูข่านไม่อยากให้ตัวเองต้องมาลำบากหรือวุ่นวายอะไรกับพวกนี้ ปล่อยให้สูเจิ้งเหมาเป็นคนรับหน้าเรื่องพวกนี้ดีกว่า

"ครับพี่สาม เดี๋ยวผมจะรีบไปแจ้งหัวหน้าสูทันที"

ซงหมิงเจียงพยักหน้าเล็กน้อย เขาเข้าใจในตัวซูข่านได้ทันทีว่าพี่สามนั้นไม่ชอบให้ตัวเขามีชื่อเสียง เขาสามารถทำทุกอย่างได้จากเงามืด

"นายน้อยซูจะไม่ไปเหรอครับ?"

ซูต้าเฉียงถามด้วยความสงสัย

"อืม"

ซูข่านพยักหน้า

"ฝากบอกคนในหมู่บ้านด้วยว่าฉันไม่ได้อยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้"

"ครับ"

ซูต้าเฉียงพยักหน้าอย่างรวดเร็ว