ตอนที่ 313

ซูข่านได้ใช้เวลาอยู่ในเซี่ยงไฮ้ถึงสองวันด้วยกัน ปีนี้ยังไม่มีหอไข่มุกตะวันออกที่เอาไว้ชมทิวทัศน์ของเมือง เช่นเดียวกันเดอะบันด์

แลนมาร์คต่างๆของเซี่ยงไฮ้ในปีก่อน 2000 เนี่ยแทบไม่มีอะไรเลย

ดังนั้นซูข่านจึงเพลิดเพลินไปกับการท่องเที่ยวชมเมืองเก่าซะมากกว่า เขาได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเดินไปรอบๆเมือง

เดินเมืองเซี่ยงไฮ้ในปีนี้ก็ให้ความรู้สึกดีไปอีกแบบ มันเป็นบรรยากาศของเมืองเก่า ผู้คนก็ไม่ได้วุ่นวายเหมือนอย่างปี 2000

หลังจากที่ซูข่านได้ใช้เวลาชื่นชมตัวเมืองไปแล้วถึงสองวัน วันที่สามซูข่านและคนอื่นก็ได้เดินทางมาที่สถานีรถไฟ

พวกเขาทั้งหมดขึ้นรถไฟเพื่อกลับไปยังหนานจิง

จางเฉียงเองเป็นคนที่มารับซูขา่นเองถึงที่สถานีรถไฟ ดูเหมือนว่าจางเฉียงจะเปลี่ยนรถอีกแล้ว ตัวตนของจางเฉียงนั้นเป็นที่รู้จักของคนหมู่มากในหนานจิงและรอบๆ

ในเมืองหนานจิงเองก็มีสมาคมอุตสาหกรรมและการค้าของเมืองอยู่ ซึ่งรองประธานของสมาคมนี้ก็เป็นคนที่ซูข่านรู้จักเป็นอย่างดี หวางเอ๋อนั่นเอง

หลังจากที่ซูข่า่นทราบข่าวเขาก็พูดไม่ออกเหมือนกัน หวางเอ๋อคนนั้นได้ก้าวมาถึงจุดนี้แล้ว หวางเอ๋อคนนั้นดูเหมือนจะเจอทางที่ใช่สำหรับตัวเอง

โดยทั่วไปแล้วกว่าที่ได้เป็นตำแหน่งเดียวกันหวางเอ๋อ ส่วนใหญ่ก็มักจะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 40-50 ไปแล้ว แต่หวางเอ๋อเองก็ได้ถูกเสนอชื่อและเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆของประธานเลยทีเดียว

ซึ่งครอบครัวและตระกูลของหวางเอ๋อส่วนใหญ่จะอยู่ในแวดวงเกี่ยวกับเมืองหนานจิงทั้งนั้น

ส่วนพวกที่เหลืออย่างเสี่ยวเว่ยและเฒ่าจาง พวกเขายังไม่ได้เข้าสมาคมเดียวกับหวางเอ๋อก็จริงอยู่ แต่พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสมาคมนี้เยอะอยู่แล้ว

ส่วนใหญ่ลูกค้าของร้านอาหารวังหลวงก็เป็นพวกคณะฑูตกับพวกคนรวยซะมากกว่า ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าเฒ่าจางเริ่มมีเส้นสายกับพวกคนต่างชาติงั้นมาหน่อยหนึ่งแล้ว

เขาได้รับความนิยมมากจากอาหารที่แสนอร่อยของเขา

นอกจากนี้แล้วร้านอาหารวังหลวงเองก็ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ของนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่แล้วร้านวังหลวงเป็นร้านที่มีเงินจากต่างประเทศไหลเข้ามาเยอะที่สุด

ขนาดสถานีโทรทัศน์ของประเทศอังกฤษยังมีการกล่าวชื่นชมรสชาติอาหารของเฒ่าจางเลย พวกเขาบรรยายถึงรสชาติอาหารและบรรยากาศของร้านว่าเหมือนกับเป็นราชวังจริงๆ

นั่นแหละทำให้นักท่องเที่ยวจากประเทศอังกฤษ นอกจากจะมาเยี่ยมชมเมืองหนานจิงแล้ว เกือบทุกคนจะต้องแวะกินร้านอาหารวังหลวง

แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้แวะมากินแค่รอบเดียว

สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ซูข่านคาดไม่ถึงเหมือนกัน เฒ่าจางเองก็จัดการร้านและควบคุมคุณภาพของอาหารได้อย่างดี แล้วก็ยังเรื่องการบริการของพนักงานอีก

ดังนั้นสถานะปัจจุบันของเฒ่าจางตอนนี้ เขาไม่ใช่คนเจ้าของร้านอาหารธรรมดาแล้ว ถ้าบอกว่าหัวหน้าเซฟของร้านอาหารวังหลวงเป็นขอทานมาก่อน พวกคนทั่วไปจะต้องไม่เชื่อแน่

แต่ถึงจะมีคนยกย่องเฒ่าจางแค่ไหนก็ตาม ต่อหน้าซูข่านแล้วเฒ่าจางยังคงเคารพซูข่านอยู่เสมอ เขาไม่หลงระเริงไปกับคำยกย่องจากคนอื่นเลย เขายอมรับแต่คำชมจากซูข่านเท่านั้น

"พี่สามครับ"

ระหว่างซูข่านนั่งอยู่ในรถ จางหม่านก็ได้มองมายังกระจกหลังและพูดอย่างตื่นเต้น

"ที่ผมมารับพี่ด้วยตัวเองครั้งนี้ ผมอยากจะรายงานเกี่ยวกับโรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรสด้วยครับ"

ก่อนหน้านี้ที่จางเฉียงได้เจอกันซูข่าน ตอนนั้นจางเฉียงมีแผนที่จะสร้างโรงแรมสุดหรูไว้สำหรับนักท่องเที่ยวในหนานจิง แต่ซูข่านก็ได้ให้แนะนำให้เปลี่ยนเป็นโรงแรมระดับกลางแทน

นั่นก็คือโรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรส

หลังจากที่เวลาผ่านมาได้หลายเดือน จางเฉียงก็ไปจัดการทำตามแผนที่ซูข่านได้บอกแบบเดียวกับหวางเอ๋อตอนทำ KFC

โรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรสจึงได้เปิดบริการเมื่อสิ้นเดือนที่แล้ว

"เป็นยังไงบ้างล่ะ?"

ซูข่านถามกับจางเฉียงอย่างเบาๆ

ก่อนที่โรงแรมฮั่นหยู่จะเปิด จางเฉียงก็ได้ถามซูข่านว่าเขาจะกลับมาร่วมในพิธีเปิดไหม แต่ตอนนั้นซูข่านยังคงวุ่นวายกับการตกปลาที่เซียงเจียงอยู่

จางเฉียงจึงทำการเปิดโรงแรมและบริหารด้วยตัวเองนับแต่นั้นมา

ตอนนี้โรงแรมมาเปิดได้เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว จางเฉียงก็ดูมีสีหน้าที่แจ่มใส ซูข่านเดาได้เลยว่าธุรกิจใหม่ที่เริ่มนั้นจะต้องออกมาดีแน่นอน

"ดีมากเลยครับพี่สาม ธุรกิจดีมากๆเลยครับ"

จางเฉียงพูดด้วยรอยยิ้ม

"ผมเลยอยากมารายงานให้พี่สามรู้เร็วที่สุด"

"ตั้งแต่เปิดโรงแรมมาจนถึงตอนนี้นะครับ ไม่มีวันไหนเลยที่จะไม่มีแขกมาเข้าพักโรงแรมของเรา"

"มีอาทิตย์ก่อนเท่านั้นเองครับที่ห้องพักถูกจองไปแค่ 90% เท่านั้น นอกนั้นคือห้องพักทุกห้องทุกจองหมด 100% ครับ"

"ตอนนี้โรงแรมที่อยู่ในหนานจิงนอกจากโรงแรมฮั่นหยู่แล้ว ยังมีโรงแรมอื่นๆขนาดใกล้ๆกันอีก 2-3 แห่งครับ ลูกค้าที่เข้าพักต่างส่ายหัวให้กับโรงแรมเหล่านั้นและย้ายมาโรงแรมของเราตลอด"

"พวกเขาบอกว่าสภาพแวดล้อมในห้องดีมาก การบริการ ความสะอาด รวมไปถึงอุปกรณ์ที่ใช้ภายในห้องพักนั้นเป็นอย่างที่พวกเขาใช้กันในยุโรป"

"ทุกคนต่างยกนิ้วให้กับโรงแรมและก็กลับไปบอกต่อคนที่จะมาท่องเที่ยวเมืองหนานจิงแห่งนี้"

"มีลูกค้าบางคนถามถึงการขยายสาขาไปยังเมืองอื่นอีกด้วย พวกเขาบอกว่าที่เมืองอื่นไม่มีที่พักดีๆแบบที่นี่เลย พวกเขาอยากให้โรงแรมไปเปิดที่ หางโจว ซูโจว และเซี่ยงไฮ้ด้วยครับ"

ซูข่านไม่ได้ตอบอะไร เขาพยักหน้าให้กับจางเฉียงเล็กน้อยและมองออกไปทางนอกตัวรถ

เรื่องนี้เหนือเป็นเรื่องที่ซูข่านคิดว่ามันจะเกิดขึ้นนานแล้ว แต่การที่อัตราเข้าพักถึง 100% เนี่ย มันทำให้ซูข่านรู้สึกประหลาดใจเหมือนกัน

มันดีกว่าที่คาดไว้หน่อยหนึ่ง

โรงแรมสุดหรูเองในยุคนี้ก็มักจะมีราคาค่าเข้าพักสูงไปหน่อย โรงแรมที่ลดราคาลงมามันจะตอบโจทย์นักท่องเที่ยวมากกว่า

เพราะยังคนที่มาท่องเที่ยวก็ไม่ใช่เศรษฐีกันทั้งหมด บางคนก็เป็นมนุษย์เงินเดือนที่อยากจะออกมาดูโลกกว้างบ้างเท่านั้นเอง

คนพวกนี้แหละที่จะชอบพักโรงแรมที่ราคาประหยัด พวกเขาไม่มีเงินพอจะอยู่โรงแรมสุดหรูตลอดการท่องเที่ยวหรอก

"ใช้ได้"

ซูข่านหันหน้าเข้ามามองจางเฉียงและพูดช้าๆ

"ที่โรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรสมีคนเข้าพักทุกห้องแบบนี้ แสดงว่าการบริหารของโรงแรมนั้นดีมาก"

"ขอบคุณครับพี่สาม"

จางเฉียงพูดอย่างรวดเร็ว

"ผมมีแผนที่จะเปิดโรงแรมฮั่นหยู่ขึ้นอีกครับนอกเหนือจากในหนานจิงแล้ว ผมอยากจะเปิดโรงแรมฮั่นหยู่ในเทียนจินด้วย จากนั้นก็ขยายออกไปเรื่อยๆให้ครบทุกเมืองในประเทศจีน"

"พี่สามคิดว่าไงครับกับเรื่องนี้"

ที่โรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรสเป็นอย่างทุกวันนี้ได้เพราะคำแนะนำของพี่สามทั้งหมด หากว่าแผนการต่อไปจะเป็นยังไง พี่สามก็จะต้องรู้เรื่องพวกนี้และอนุญาติก่อนเท่านั้น

ถ้าไม่มีพี่สาม บางทีจางเฉียงอาจจะขาดทุนกับโรงแรมสุดหรูแล้วก็ได้

"เป็นความคิดที่ดี"

ซูคานพยักหน้าหลังจากได้ยินและพูดต่อว่า

"ยังไงตอนนี้ก็มีเงินเก็บเหลือเยอะอยู่แล้ว นายแบ่งเอาไว้ลงทุนสร้างแบบนี้ในเมืองรอบๆก่อนก็ได้"

"ถ้าจะเปิดอีกสาขาฉันอยากให้นายจำไว้ให้ขึ้นใจอย่างหนึ่ง"

จางเฉียงยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เขากำลังจิตนาการถึงการที่โรงแรมฮั่นหยู่ไปอยู่ทั่วทุกมุมของประเทศ ขนาดแค่คิดหัวใจของจางเฉียงก็พองโตออกมาแล้ว

"ครับพี่สาม"

จางเฉียงพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุข

"โรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรสที่อื่น จะต้องเป็นโรงแรมที่ขึ้นชื่อเรื่องบริหารเหมือนกับที่นี่ ไม่ใช่แค่เรื่องบริการอย่างเดียว เรื่องความสะอาด สุขอนามัย ความสะดวกสบาย ทุกอย่างจะต้องเหมือนกันทั้งหมด"

"ไม่ว่าคนจะเข้าพักโรงแรมเยอะแค่ไหน ห้ามลืมเรื่องพวกนี้เป็นอันขาด นี่คือสิ่งที่ทำให้โรงแรมของเราอยู่เหนือกว่าคู่แข่งคนอื่น"

"หากว่านายปล่อยปะละเลยสักโรงแรมหนึ่ง บอกได้เลยว่าชื่อเสียงของโรงแรมที่เหลือก็จะเสียไปด้วย ถ้ามีปลาเน่าสักตัวในบ่อน้ำ นายจะยอมซื้อปลาที่มาจากบ่อน้ำนี้ไหม?"

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากในธุรกิจที่เปิดสาขามากกว่า 1

ซูข่านเลยจำเป็นต้องเน้นย้ำอย่างมากให้กับจางเฉียง เรื่องนี้ซูข่านเคยเห็นมานักต่อนักแล้ว ขนาดแบรนด์ระดับโลกยังมีแค่ไม่กี่แบรนด์เลยที่ทำได้

"ครับพี่สาม"

จางเฉียงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"หยุดรถก่อน!!"

ซูข่านรีบสั่งให้จางเฉียงหยุดรถทันที ที่หางตาของซูข่านดูเหมือนจะเห็นโรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรสอยู่

ซูข่านลงจากรถและเดินไปที่โรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรสทันที

นี่เป็นการเยี่ยมชมโรงแรมครั้งแรกของซูข่าน