ตอนที่ 326

ซูข่านมองไปยังชาวนาพวกนั้น เขาจำชาวนาที่กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ได้คนหนึ่ง ซูข่านเคยพบกับชาวนาคนนี้มาแล้วในตอนที่เขายังเป็นเด็ก

ตอนนั้นชาวนาคนนี้ได้ไปที่บ้านของตาเฒ่า ซึ่งซูข่านได้เป็นคนออกไปรับเขาเองกับมือตัวเอง แถมตอนนั้นชาวนาคนนี้ยังพาคนในหมู่บ้านไปอีกด้วย

แสดงว่าชาวนาคนนี้จะต้องเป็นผู้ใหญ่บ้านหรืออะไรสักอย่าง ไม่อย่างงั้นเขาคงไม่กล้าไปคุยกับตาเฒ่าแห่งตระกูลซูหรอก

ซูข่านคิดจบก็กระโดดลงจากรถไถทันที จากนั้นเขาก็มองไปยังชาวนาที่กำลังสูบบุหรี่อยู่ก่อนจะพูดว่า

"สวัสดีครับผู้ใหญ่บ้าน"

"พ่อหนุ่มรู้จักข้าด้วยงั้นเหรอ?"

ชาวนาคนนั้นมองที่ซูข่านด้วยสีหน้าที่งุนงง สายตาของเขาบ่งบอกได้ว่าเขาไม่เคยเจอกับซูข่านมาก่อนในชีวิต

"เห็นไหมล่ะ พ่อหนุ่มคนนี้รู้จักกับพวกคุณด้วย"

คนขับรถไถหัวเราะออกมาและพูดต่อว่า

"ไม่อย่างงั้นพ่อหนุ่มจะจ้างให้ผมมาส่งเขาที่นี่ทำไมกัน แถมยังให้ค่ารถสูงกว่าปกติอีกด้วย"

ผู้ใหญ่บ้านและชาวนารอบๆก็หันมามองหน้ากันก่อนจะมองไปยังซูข่านและข้าวของบนรถ

เสื้อผ้าหน้าผมมันสามารถบ่งบอกได้ว่าพวกที่มานั้นไม่ใช่ชาวไร่ชาวนาอย่างแน่นอน โดยทั่วไปแล้วหมู่บ้านซูเจียเองก็ไม่มีคนประเภทนี้อยู่ด้วย

เมื่อเห็นการแต่งกายของซูข่านและคนอื่นแล้ว พวกเขาทั้งหมดรู้สึกได้ว่าคนที่มาเยือนที่นี่ไม่ใช่คนท้องถิ่นหรือมาจากมณฑลนี้

"ฮ่าๆๆ"

ซูข่านหัวเราะก่อนจะมองไปยังผู้ใหญ่บ้านและก็พูดด้วยรอยยิ้ม

"ผมเจอกับผู้ใหญ่บ้านที่บ้านคุณปู่ในหนานจิงไงครับ ตอนนั้นผมยังเป็นเด็กอยู่เลย"

"หนานจิง?"

"คุณปู่?"

เมื่อได้ยินคำพูดของซูข่าน ผู้ใหญ่บ้านก็ชะงักไปชั่วขณะ เขาตัวแข็งไปสักครู่ก่อนจะได้สติและพูดด้วยน้ำเสียงที่ประหลาดใจ

"ปะ..เป็นไปไม่ได้"

ซูข่านพยักหน้าเบาๆ

"พ่อหนุ่มคือหลานของนายท่านเหรอเนี่ย?"

"พระเจ้า!!"

"ถึงว่าทำไมข้ารู้สึกคุ้นหน้าพ่อหนุ่มอยู่"

"พ่อหนุ่มหน้าคล้ายกับนายท่านมากเลย"

ผู้ใหญ่บ้านพูดเป็นชุดด้วยความตกใจ

"อะไรนะ เขาเป็นหลานของนายท่านจากหนานจิงงั้นเหรอ?"

"เป็นไปไม่ได้น่า"

"นี่คือคนที่เราต้องมารอใช่ไหม?"

"เขาก็ดูเหมือนกับนายท่านอยู่เหมือนกันนะ แถมข้ารู้สึกว่าเขาจะมีความยิ่งใหญ่อะไรบางอย่างซ่อนอยู่อีกด้วย"

คนที่เหลือมองที่ซูข่านด้วยความตกใจเช่นเดียวกัน

ซูข่านเลยหันไปพูดกับคนเหล่านั้นด้วยรอยยิ้ม

"ใช่แล้วครับ คุณปู่เองไม่สะดวกมาด้วยตัวเองเขาจึงส่งผมมาแทน เดี๋ยวผมจะขอไปดูในหมู่บ้านก่อนว่าจะช่วยอะไรหมู่บ้านนี้ได้บ้างนะครับ"

"สวรรค์ทรงโปรด!!"

ผู้ใหญ่บ้านจับมือของซูข่านและพูดด้วยความตื่นเต้นว่า

"นายท่านยังเป็นห่วงพวกเราอยู่สินะ ข้าติดหนี้บุญคุณนายท่านอีกแล้ว"

มือของผู้ใหญ่บ้านนั้นสากและแข็งกระด้างมากเนื่องจากการทำงานที่หนักมาเป็นเวลาหลายสิบปี ซูข่านเองไม่ชอบสัมผัสที่มือนั้นมาโดนตัวเขาเท่าไหร่แต่ก็พอเข้าใจได้

ซูข่านเลยจับมือของผู้ใหญ่บ้านและพูดด้วยรอยยิ้ม

"เข้าไปในหมู่บ้านกันเถอะครับผู้ใหญ่ เนื่องจากผมมาที่หมู่บ้านซูเจียที่เป็นบ้านเกิดของคุณปู่เป็นครั้งแรก ผมเลยซื้อเนื้อหมูและผักมา เรามาชวนคนในหมู่บ้านมากินฉลองกันเถอะครับ"

"ไม่ได้ ไม่ได้ ข้าทำแบบนั้นไม่ได้"

ผู้ใหญ่บ้านอุทานออกมาด้วยความตกใจ

ถึงแม้ว่าผู้ใหญ่บ้านจะปฏิเสธการกินหม้อไฟของซูข่าน แต่เขาก็ไม่สามารถซ่อนสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขของเขาได้ คนขับรถไถมองมาที่ผู้ใหญ่บ้านแล้วก็หัวเราะอย่างมีความสุข

ดูเหมือนว่าพ่อหนุ่มคนนี้จะทำให้ผู้ใหญ่บ้านเก็บทรงไว้ไม่อยู่แล้ว กลับมาตามคำสั่งของครอบครัวแถมยังซื้อเนื้อหมูกับผักมาเลี้ยงฉลองอีก ที่สำคัญเลยคือเชิญคนทั้งหมู่บ้านเลยด้วย

หมู่บ้านซูเจียเนี่ยเต็มไปด้วยคนดีๆจริงๆ

"ผมซื้อเนื้อหมู วุ้นเส้นกับผักมาแล้วนะครับ ถ้าผู้ใหญ่บ้านไม่จัดการเดี๋ยวเนื้อพวกนี้จะเน่าเอานะครับ"

ซูช่านเห็นผู้ใหญ่บ้านรีบปฏิเสธ เขาก็เลยพูดด้วยรอยยิ้ม ชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่นี่ส่วนใหญ่จะลำบากกว่าคนในหนานจิงซะอีก เนื้อสัตว์ 1 ชิ้นยังแทบไม่มีสามารถหามากินได้เลย

ของกินที่ขึ้นชื่อในมณฑลนี่ก็คือวุ้นเส้นหมูตุ๋น

วัตถุดิบที่ซื้อมาสามารถทำวุ้นเส้นหมูตุ๋นกินทั้งหมู่บ้านได้เลย แถมยังมีเหลือพอที่จะทำอีกเมนูอย่างหมูผัดกระหล่ำปลีอีกด้วย นี่เป็นอาหารที่คนที่นี่จะนิยมกินกัน

ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะกินผักกะหล่ำคู่กับข้าวสวยไม่ก็ซาลาเปาซะมากกว่า เนื้อหมูเองก็แทบไม่มี ที่ใส่ลงไปก็เป็นส่วนที่ติดกระดูกซะส่วนใหญ่

ขนาดหมู่บ้านซูเจียที่มีความเจริญมากกว่าหมู่บ้านอื่นยังได้กินเนื้อสัตว์แค่ประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้งเท่านั้นเอง

แต่เนื้อหมูที่ซูข่านซื้อมานั้นสามารถนำมาแจกจ่ายให้กับทุกคนในหมู่บ้านได้ แถมยังได้ชิ้นใหญ่อีกต่างหาก

ผู้ใหญ่บ้านไม่มีทางเลือกเลยหันไปบอกกันคนที่อยู่ข้างๆเสียงดัง

"พวกแกจะรออะไรอีกล่ะ!! รีบไปขนของจากรถลงมาเร็วเข้า"

"เราจะทำวุ้นเส้นหมูตุ๋นกันวันนี้"

เมื่อได้ยินคำพูดของผู้ใหญ่บ้าน คนที่ยีนอยู่ด้วยก็ต่างพากันโห่ร้องด้วยความดีใจ บางคนมีน้ำตาซึมเต็มที่ดวงตาของเขา พวกเขารีบวิ่งไปยังรถไถและรีบขนของลงทันที

ซงหมิงเจียงและคนอื่นๆจะช่วยพวกชาวบ้านขนของ แต่ผู้ใหญ่บ้านก็โบกมือบอกให้พวกซงหมิงเจียงลงจากรถ

ซูข่านมองดูผู้ใหญ่บ้านที่มีสีหน้าดีขึ้นจากก่อนหน้า จิตวิญญาณผู้นำของผู้ใหญ่บ้านถูกปลุกให้ลุกโชนขึ้นมา เขาสมควรแล้วที่จะเป็นผู้นำของชาวบ้านเหล่านี้

สำหรับชีวิตที่ต้องดิ้นรนทุกๆวัน พวกเขาจำเป็นต้องทำนาโดยเอาหลังสู้ฟ้าเอาหน้าสู้ดิน ตากแดดเป็นปีๆเพื่อให้ได้มาซึ่งความอยู่รอด

พวกเขาไม่เคยคิดหวังอะไรที่มันโลภเกินตัวพวกเขาเลยแม้แต่นิดเดียว

การที่ได้กินอาหารอร่อยๆสักหนึ่งมื้อ แค่นี้ก็ทำให้พวกเขามีกำลังใจในการไปทำงานหนักต่อแล้ว

ซูข่านและคนอื่นๆได้เดินตามผู้ใหญ่บ้านเข้าไปยังในหมู่บ้าน

ดูเหมือนว่าผู้ใหญ่บ้านได้พาพวกเขามายังบ้านหลังหนึ่งที่ดูเหมือนจะนำมาป็นสถานที่ส่วนกลางสำหรับหมู่บ้านนี้

เมื่อเข้ามาข้างในแล้ว ผู้ใหญ่บ้านก็ได้สั่งให้คนของเขาเอาเนื้อหมู กะหล่ำปลี วุ้นเส้นออกไปทำอาหาร จากนั้นเขาก็เดินมาบอกกับซูข่านช้าๆ

"นายน้อยซูครับ เดี๋ยวคนของผมเอาของพวกนี้ไปจัดการก่อนนะครับ"

ผู้ใหญ่บ้านชี้ยังเนื้อหมู

"ครับ"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย เขาได้นั่งบนเก้าอี้ม้านั่งตัวหนึ่งถึงมันค่อนข้างที่จะสกปรกมาก

ผู้ใหญ่บ้านได้แอบมองซูข่านด้วยหางตาอยู่ตลอดเวลา

จากนั้นไม่นานก็เริ่มมีคนในหมู่บ้านมาหยิบเนื้อหมูและผักออกมาหั่น มีบางคนเตรียมหม้อใบใหญ่ไว้สำหรับใส่อาหารทั้งหมดลงไป

คืนนี้คนในหมู่บ้านจะได้กินวุ้นเส้นหมูตุ๋นกันทั้งหมู่บ้าน