ตอนที่ 335

ในตอนเย็นซูข่านได้ไปยังส่วนกลางของหมู่บ้าน

เกือบทุกคนในหมู่บ้านได้มารวมตัวกันที่ส่วนกลางตรงนี้ ภายในส่วนกลางนั้นมีกลิ่นหอมของอาหารลอยคุ้งไปทั่ว แค่ดมกลิ่นกระเพาะก็ร้องออกมาแล้ว

จากนั้นชาวบ้านก็ได้ยกหม้อใบใหญ่ออกมา ความใหญ่ของมันต้องใช้แรงผู้ชายยกถึงสองคน ทันทีที่ฝาหม้อถูกเปิดออกไอน้ำก็ได้พุ่งสวนขึ้นมา นี่คือต้นตอของกลิ่นหอมในส่วนกลางหมู่บ้านนี้

เด็กๆที่วิ่งเล่นกันอยู่ต่างหยุดวิ่งและมามุ่งที่หม้ออย่างใจจดใจจ่อ เหล่าชาวบ้านและเด็กๆดูมีความสุขมาก

ซูข่านอดยิ้มไม่ได้ที่เห็นภาพเหล่านี้

ไม่นานอาหารก็ได้ถูกยกมาทั้งหมด วันนี้มีเนื้อสัตว์มากกว่าวันที่ซูข่านได้นำมาเลี้ยงซะอีก

"สะ…สุดยอดไปเลย ขอบคุณพระเจ้าที่เมตตาพวกเรา"

ผู้ใหญบ้านเห็นโต๊ะขนาดใหญ่ที่วางอาหารไว้เต็มโต๊ะ มือของเขานั้นก็สั่นด้วยความตื่นเต้น นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาได้เห็นอาหารมากมายอยู่ตรงหน้าเขา

ครั้งแรกก็ตอนที่ผู้ใหญ่บ้านได้ไปกินข้าวกับนายท่าน ตอนนั้นนายท่านได้ทำอาหารเลี้ยงพวกเขาเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังน้อยกว่าตอนนี้

ภายในหนึ่งอาทิตย์คนในหมู่บ้านได้กินเนื้อสัตว์เยอะขนาดนี้ถึง 2 ครั้ง นี่เป็นชีวิตที่เขาใฝ่ฝันมาตลอด

นายท่านเคยบอกว่าไม่ควรทำอาหารเยอะเกินกว่าที่ตัวเองจะกินไหว กินเล็กน้อยแค่พออิ่มท้องก็พอแล้ว คนที่กินเยอะแล้วเหลือทิ้งนั้นเป็นบาปมหันต์

ถ้าได้กินอาหารเยอะแบบนี้ทุกวัน ผู้ใหญ่บ้านเองก็อยากที่จะเป็นคนบาปเหมือนกันนะ อาหารที่สามารถกินได้ทั้งหมู่บ้านแบบนี้ เป็นใครก็ต้องยอม

ในวันนั้นทั้งหมู่บ้านก็ได้กินเลี้ยงฉลองกันด้วยความสุข

เช้าวันต่อมา

หลังจากที่ซูข่านตื่นขึ้น เขาได้คนพูดคุยกันเสียงดังที่หน้าบ้านพักของพวกเขา ซูข่านเลยเปิดประตูออกไปดู

เขาเห็นสูเจิ้งเหมาและซงหมิงเจียงกำลังคุยอะไรบางอย่างกันอยู่

"หัวหน้าสู พี่สามตื่นแล้วครับ"

ซงหมิงเจียงมองซูข่านแว่บหนึ่งก่อนจะหันไปพูดกับสูเจิ้งเหมา

ใบหน้าของสูเจิ้งเหมานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข บางทีเมื่อคืนเขาคงจะถูกผู้นำท้องถิ่นที่นี่ชื่นชมตลอดคืนแน่ๆ

"อรุณสวัสดิ์ครับคุณซู"

สูเจิ้งเหมารีบเดินมาทักทายซูข่านอย่างรวดเร็ว

"เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อน ไว้เดี๋ยวคุยกันที่หลัง"

ซูข่านพูดจบก็ไม่รอคำตอบอะไรจากสูเจิ้งเหมา เขาหยิบอุปกรณ์อาบน้ำและเดินไปที่บ่อน้ำทันที ซูข่านตักน้ำขึ้นมาแล้วก็เริ่มต้นอาบน้ำ

ประมาณสิบนาทีซูข่านก็ได้อาบน้ำเสร็จ เขาได้ส่งอุปกรณ์อาบน้ำต่อให้กับหลี่เจียงเฝิง

จากนั้นซูข่านก็เดินไปหาสูเจิ้งเหมาซึ่งตอนนี้เขานั่งรออยู่ที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน เมื่อซูข่านไปถึงเขาก็เห็นมีหม้อใบใหญ่ตั้งอยู่บนเตาเตาอั้งโล้ ถึงแม้จะปิดฝาอยู่แต่มันก็ยังส่งกลิ่นหอมจางๆของเนื้อแกะออกมา

"สักครู่นะครับพี่สาม

ซงหมิงเจียงได้เดินไปหยิบชามใบใหญ่มา จากนั้นเขาก็เปิดฝาหม้อออก ทันทีที่ฝาหม้อเปิดออก กลิ่นหอมของซุปเนื้อแกะก็ลอยฟุ้งไปทั่วส่วนกลางหมู่บ้านทันที

"ซุปเนื้อแกะที่สูเจิ้งเหมาซื้อมาจากในตัวเมืองครับ ผมคิดว่าพี่สามน่าจะยังไม่ตื่นเลยก่อเตาอั้งโล่อุ่นซุปนี้ไว้รอพี่สามครับ"

ซงหมิงเจียงยกซุปเนื้อแกะชามใหญ่วางไว้บนโต๊ะ

ซูข่านพยักหน้าให้กับซงหมิงเจียงก่อนจะหันไปพูดกับสูเจิ้งเหมา

"ขอบใจมากนะเหลาสู"

"เล็กน้อยครับคุณซู"

สูเจิ้งเหมาพูดอย่างสุภาพ

ซูข่านมองไปที่โต๊ะรอบๆแล้วก็มองไปยังหม้อซุปเนื้อแกะ ภายในหม้อนั้นยังมีซุปเหลืออยู่จำนวนมาก ซูข่านรู้ได้ทันทีว่าซงหมิงเจียงหรือคนอื่นๆน่าจะรอกินหลังจากที่เขากินเสร็จ

ซูข่านใช้ช้อนคนชามซุปที่อยู่หน้าเขา นอกจากเนื้อแกะชิ้นใหญ่แล้วยังมีเนื้อส่วนอื่นๆอีก นอกจากนี้ก็ยังมีต้นหอมสับที่โรยโดยซงหมิงเจียงก่อนจะยก

ระหว่างที่ซูข่านกำลังดูสิ่งที่อยู่ในซุปนั้น ซงหมิงเจียงก็ได้ยกซาลาเปาแป้งเปล่ามาวาง ดูจากควันแล้วเหมือนจะเพิ่งอบเสร็จได้ไม่นาน

"ไปเรียกคนอื่นมากินพร้อมกัน"

ซูข่านมองไปที่ซงหมิงเจียงแล้วก็พูดเบาๆ

"ครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงพยักหน้าและเดินไปตามคนอื่นมากินข้าวเช้า

สูเจิ้งเหมาได้ซื้อซุปเนื้อแกะมาตั้งแต่เช้าแล้วก็จริง แต่ซงหมิงเจียงแล้วคนอื่นๆก็ไม่มีใครแตะต้องมันเลย

ในฐานะบอดี้การ์ดของพี่สามครับ เขาจะมีสิทธิกินก่อนพี่สามได้อย่างไร

ไม่นานคนที่เหลือก็เดินมาที่ส่วนกลางหมู่บ้านพร้อมกับถือชามใบใหญ่ พวกเขาตรงดิ่งไปตักซุปเนื้อแกะทันทีด้วยความหิว

ซูข่านมองที่สูเจิ้งเหมาก่อนจะพูดว่า

"เหลาสู นั่งกินด้วยกันสิ"

"เอ่อ..ได้ครับ"

สูเจิ้งเหมาพยักหน้าอย่างรวดเร็ว แม้ว่าเขาจะกินอะไรรองท้องมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่เขาก็อยากที่จะร่วมโต๊ะอาหารเช้ากับซูข่าน

สูเจิ้งเหมาไม่พลาดโอกาสนี้อยู่แล้ว มีโอกาสเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่จะได้กินอาหารกับคุณซู

ซงหมิงเจียงไปตักซุปเนื้อแกะและยื่นให้กับสูเจิ้งเหมาหนึ่งชาม ซูข่านพยักหน้าแล้วก็เริ่มต้นใช้ช้อนตักน้ำซุปขึ้นมากินช้าๆ

การได้กินซุปร้อนๆท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายแบบนี้ มันเป็นอะไรที่มีความสุขมากๆ

ซุปเองก็รสชาติเข้มข้นและหอมอร่อย

นี่เป็นรสชาติของเนื้อแกะโดยไม่ได้ปรุงแต่งเพิ่มแต่อย่างใดเลย กลิ่นหอมของไขกระดูกกับผักต่างๆที่ใส่ลงไปในซุปมันดึงรสชาติของเนื้อแกะได้เต็มๆ

เนื้อแกะเองนุ่มซะจนใช้ลิ้นดันก็ขาด แถมยังมีน้ำซุปแทรกอยู่ในเนื้อแกะอีกด้วย

มีความเผ็ดร้อนเล็กน้อยจากพริกไทยที่ใส่ลงไป มันช่วยให้ตื่นตัวอย่างมากในอากาศที่ค่อนข้างเย็นแบบนี้ ข้างๆก็ยังมีซาลาเปาที่เพิ่งอบเสร็จอีก

ซูข่านหยิบซาลาเปาขึ้นมาแล้วก็กินเข้าไปหนึ่งคำ กลิ่นหอมของแป้งนั้นช่วยลดความเข้มข้นของน้ำซุปได้เป็นอย่างดี

หากกินทั้งสองคู่กันมันจะเป็นอะไรที่ลงตัวสุดๆ

ซูข่านรู้สึกอร่อยกับอาหารเช้ามื้อนี้มาก ระหว่างที่กำลังกินอยู่สูเจิ้งเหมาก็ได้พูดกับซูข่าน

"เครื่องจักรที่คุณซูบอกพร้อมแล้วนะครับ ผมได้จัดการปรับแต่งเล็กน้อยก่อนจะย้ายมาที่นี่แล้ว"

"ส่วนเรื่องสัญญาผมยังไม่ได้เตรียมเอกสารอะไรเลย ตอนนี้ทำได้แค่สัญญาใจไปก่อน"

ซูข่านตอบกับสูเจิ้งเหมาช้าๆ

"ไว้จัดการเรื่องนี้ทีหลังก็ได้ แต่ฉันขอแค่ข้อเดียวพอ"

"ห้ามโกงชาวบ้านเด็ดขาด!! พวเขาไม่สามารถเข้าใจในเรื่องสัญญาแบบละเอียดได้ นายต้องใส่ใจเรื่องลายเซ็นหรือรายละเอียดให้ดี"

ประสบการณ์ในช่วงชีวิตก่อนหน้านี้ของซูข่านนั้น เขาได้เห็นมันมากมายตามบ้านนอกคอกนาต่างๆ ชาวบ้านๆพวกนี้มักจะโดนพวกนายทุนหลอกได้ง่ายๆ

ไม่แปลกเลยที่จะเห็นพวกคนจนต่างรวมตัวกันไปขึ้นศาลเพื่อสู้คดีต่างๆ สุดท้ายแล้วพวกเขาก็พ่ายแพ้ให้กับนายทุนพวกนั้นอยู่ดี

นี่คือสิ่งที่ซูข่านจะไม่ให้เกิดขึ้นในสัญญาของเขากับชาวบ้านเด็ดขาด