ตอนที่ 347

ซูข่านได้มองดูจางเฉียงที่เดินเข้ามา

"สวัสดีครับพี่สาม"

จางเฉียงทักทายซูข่านอย่างรวดเร็ว

"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมนายต้องรีบขนาดนี้?"

ซูข่านมองไปที่จางเฉียง ปกติแล้วเขามักจะมีท่าทีที่สุขุมและเยือกเย็นกว่านี้

จางเฉียงสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะพูดว่า

"มีข่าวจากเซียงเจียงถึงพี่สามครับ"

"ข่าวอะไร?"

ซูข่านถามด้วยความสงสัย

ที่เซียงเจียงตอนนี้ก็ไม่มีอะไรที่ซูข่านกำลังตามอยู่ การดำเนินการช่วยเหลือตลาดอสังหาฯเองก็เป็นไปตามแบบแผนทุกอย่าง ซึ่งทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปเองก็เป็นตัวตั้งตัวตีในการช่วยเหลือตลาดอสังหาฯครั้งนี้

อสังหาฯหลายแห่งได้ถูกซื้อและครอบครองโดนว่านเซี่ยงกรุ๊ป ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็เป็นตึกที่มีทำเลดี ในอีกสิบปีข้างหน้าก็จะไม่เป็นปัญหาในการซื้อขายหรือว่าจะปล่อยเช่า

นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือระหว่างบริษัทสิทธบัตรฮั่วถงและทางอีริคสันในการวิจัยและทดลองเกี่ยวกับเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายด้วยเงิน 100 ล้านจากจางหม่านอีกด้วย

การลงทุนครั้งนี้มันเพียงพอที่จะทำให้ทางบริษัทฮั่วถงสามารถซื้อเทคโนโลยีและงานวิจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งซูข่านให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมนี้มาก เรียกได้มันเป็นสิ่งที่ซูข่านคาดหวังมากที่สุด

การสื่อสารไร้สายมันเป็นรากฐานที่จะต่อยอดไปได้อีกหลายธุรกิจ หากว่าพัฒนาสำเร็จได้เป็นเจ้าแรกๆ ธุรกิจประเภทอื่นก็จะตามมาอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญเลยคือสิทธิบัตรเกี่ยวกับเทคโนโลยีพวกนี้

ซูข่านไม่สนเลยว่าจะต้องลงเงินเท่าไหร่เพื่อให้ได้มา ยังไงทางบริษัทฮั่วถงเองก็พร้อมที่จะสนับสนุนทุนวิจัยให้อยู่แล้ว

แล้วทางบริษัทสิทธบัตรฮั่วถงเองก็จะมีสิทธิบัตรมากมายเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้ จากนั้นก็จะกลายเป็นเจ้าแห่งวงการการสื่อสาร

จะลงทุน 100 ล้านหรือจะ 1,000 ล้านซูข่านก็ไม่ว่า สำหรับเขาแล้วเงินเป็นเพียงแค่ตัวเลขเท่านั้น และยิ่งในสมัยนี้ต่อให้มีเงินเยอะแค่ไหนมันก็ไม่สามารถเอาไปต่อยอดได้

พวกคนที่บอกว่าเอาเงินไปฝากธนาคารเพื่อกินดอกเบี้ยรู้ไหมว่าดอกเบี้ยที่ได้รับแต่ละปีมันได้เท่าไหร่? ต่อให้ฝากเงินไป 100 ล้านยังได้ดอกเบี้ยไม่ถึงยอดขายของร้าน KFC เลย

และที่สำคัญเลยคือค่าเงินหยวนนั้นจะมีมูลค่ามากขึ้นเรื่อยๆตามสภาพเศรษฐกิจ อีกไม่กี่สิบปีข้างหน้าค่าเงินหยวนจะเริ่มมีมูลค่ามากขึ้นพร้อมกับค่าครองชีพ

ทางบริษัทอสังหาจงฮงเองก็ไล่ซื้ออสังหาฯทั่วเซียงเจียงไม่หยุดเหมือนกัน เงินทุนของพวกเขาหนามาก การซื้ออสังหาฯหรือตั้งโครงการใหม่ๆจึงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

บริษัทอสังหาฯของคู่แข่งเองก็เริ่มที่จะเข้ามาขายที่ดินของพวกเขาบ้างแล้ว ก่อนหน้านี้ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ตลาดอสังหาฯตกต่ำ บริษัทอสังหาฯบางแห่งก็เลือกที่จะเก็บทรัพย์สินพวกเขาไว้

ซึ่งมีหลายโครงการที่กำลังก่อสร้างอยู่อย่างบ้านจัดสรรหรือไม่ก็ตึกแถว บางโครงการก็ได้ขายให้กับบริษัทอสังหาฯจงฮง แต่ส่วนใหญ่แล้วมันจะล้มละลายไปกับตลาดทั้งนั้น

ด้วยโอกาสที่ดีอย่างดีทางบริษัทอสังหาฯจงฮงจึงคว้าเอาไว้และสานต่อโครงการให้หมด เรียกได้ตอนนี้ทรัพย์ของทางบริษัทเองก็มีทั้งที่เป็นสำเร็จรูปแล้วกับที่กำลังสร้างอยู่

บริษัทต่างๆในเซียงเจียงเองก็มีการพัฒนาตามแผนที่ซูข่านได้วางเอาไว้ แล้วทำไมถึงยังจะมีข่าวจากเซียงเจียงมาอีก?

ข่าวดีหรือข่าวร้าย?

ซูข่านรู้สึกสงสัยเล็กน้อย

จากนั้นก็มีกลิ่นหอมจากในบ้านลอยออกมา ยายของชูเฟิงน่าจะเริ่มทำอาหารแล้ว

จางเฉียงได้พูดขึ้นอย่างรวดเร็ว

"พี่สามครับ บริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงได้ฝากข่าวมาบอกพี่ครับ"

บริษัทสิทธิบัตรฮั่วถง?

ซูข่านรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้ยิน แสดงว่าจะต้องเป็นข่าวจากหยางไท่เฉียนแน่ เขาเพิ่งไปถึงที่เซียงเจียงไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงส่งข่าวมาเร็วขนาดนี้?

ซูข่านครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นดวงตาของซูข่านก็เบิกกว้างออก

"รึว่า…."

ซูข่าจำได้ว่าในชาติที่แล้วของเขา เนื่องจากอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศญี่ปุ่นได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้ตลาดรถยนต์ในยุโรปและอเมริกาต้องรีบพัฒนารถยนต์มาสู้

ซึ่งมีบริษัทหลายแห่งชื่อดังได้ทุ่มเงินอย่างมหาศาลและได้ล้มละลายลง

แน่นอนมันไม่ใช่พวกบริษัทชื่อดังอย่าง Volkswagen หรือ BMW อยู่แล้ว พวกเขามีเทคโนโลยียานยนต์ที่ล้ำหน้ามาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีเกี่ยวกับตัวของเครื่องยนต์ แม้ว่าจะไม่ได้บอกว่าพวกเขาเป็นอันดับหนึ่งแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเครื่องยนต์จากสองแบรนด์ที่ว่ามานั่นอายุทนทานมาก

หากว่าได้บริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงซื้อสิทธิบัตรเกี่ยวกับเครื่องยนต์พวกนี้ มันจะเป็นอะไรที่สะดวกมาก

"ทางบริษัทฮั่วถงได้ฝากถามพี่สามครับ พวกเขาบอกว่ามีบริษัทรถยนต์ในยุโรปและอเมริกาได้ปิดตัวอยู่จำนวนมาก ควรซื้อบริษัทพวกนี้เพื่อเอาสิทธิบัตรเกี่ยวกับเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไหมครับ?"

หลังจากจางเฉียงพูดจบ เขาก็มองไปที่ซูข่านด้วยสายตาที่อิจฉา

พี่สามสามารถซื้อบริษัทรถยนต์จากยุโรปและอเมริกาได้ เขาช่างเป็นคนที่ยอดเยี่ยมอะไรอย่างนี้ จะรวยไปถึงไหนกัน?

จากนั้นขนแขนของจางเฉียงก็ได้ลุกขึ้น เขาจินตนาการถึงความร่ำรวยของซูข่านแล้วก็นึกถึงความยิ่งใหญ่ของเขา

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย เขาพยายามเก็บซ่อนความตื่นเต้นไว้ก่อนจะพูดว่า

"นายส่งข่าวกลับไปที่เซียงเจียงที"

"ให้หยางไท่เฉียนบินไปที่ยุโรปทันทีและซื้อบริษัทรถยนต์พวกนั้นให้ฉัน หากว่าเงินไม่พอให้ติดต่อจางหม่าน"

"บอกเขาด้วยว่าไม่ต้องเสียดายเงิน"

คำพูดของซูข่านนั้นทรงพลังอย่างมกา

แน่นอนว่าเขาไม่ได้ขาดแคลนเงินเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่เขาต้องการตอนนี้เลยคือเทคโนโลยีเกี่ยวกับรถยนต์

แม้ว่าจะไม่ใช่ระดับสูงสุดก็ตาม แต่มันก็ยังต่อยอดและพัฒนาต่อได้

รถยนต์บางประเภทก็ไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีอะไรที่ดีขนาดนั้น ในทางกลับกันเทคโนโลยีเกี่ยวกับเครื่องยนต์ของพวกแบรนด์ดังให้รถระดับล่างไม่น่าซื้อ

ด้วยความเย่อหยิ่งในชื่อเสียงของแบรนด์ ทางบริษัทรถยนต์ดังๆจะไม่ยอมลดความสามารถของเครื่องยนต์เขามาเพื่อตีตลาดระดับกลาง-ล่างหรอก

แต่บอกได้เลยว่าตลาดกลาง-ล่างนี้แหละจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้รถยนต์จากญี่ปุ่นครอบครองส่วนแบ่งทางตลาดเกือบทั้งหมด

และในปัจจุบันเองก็ยังไม่เป็นที่ต้องการสักเท่าไหร่ ซูข่านเลยไม่มีแผนที่จะผลิตรถยนต์ระดับสูงมาสู้อยู่แล้ว

ทุกอย่างต้องสร้างไปที่ละนิด

เอาให้ทุกเมืองในประเทศจีนมีถนนให้ครบก่อนแล้วค่อยสร้างโรงงานก็ยังไม่สาย