ตอนที่ 383

เมื่อเห็นท่าทางที่มั่นใจของทั้งสองคน ซูข่านเลยคิดว่าทั้งสองน่าจะตัดสินใจกันมาเป็นอย่างดีแล้ว

ตอนที่คาร์ฟูร์ได้เปิดช่วงแรกๆ ตอนนั้นคาร์ฟูร์สามารถทำยอดขายต่อวันได้เป็นหมื่นๆหยวน ทั้งสองคนคงคิดว่าพวกเขานั้นเหนือกว่าคนอื่น

แต่หลังจากที่เห็นธุรกิจของคนอื่นเติบโตอย่างรวดเร็วแล้ว ทั้งสองคนเลยรู้ว่าสิ่งที่พวกเขารับผิดชอบอยู่นั้นมันเล็กไปเลยถ้าเทียบกับคนอื่น

แต่การรับผิดชอบห้างซูเปอร์มาร๋เก็ตอย่างคาร์ฟูร์นั้นไม่ได้กระจอกเลย รู้ไหมว่าห้างๆหนึ่งต้องเติมสินค้าเยอะแค่ไหนในแต่ละวัน ไหนจะเรื่องปัญหาสินค้าภายในอีก

แม้ว่าจะมีแค่สาขาเดียวก็ตาม แต่คาร์ฟูร์ก็ยังคงทำเงินได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เปิดจนถึงทุกวันนี้

กว่าที่ซูปเปอร์มาร์เก็ตจะมาเปิดในประเทศจีนก็อีกตั้งหลายปี เมื่อถึงตอนนั้นซูข่านคงจะมีประสบกาณ์หรือโมเดลธุรกิจประเภทนี้ไว้ในมือแล้ว

ตลาดในประเทศจีนนั้นไม่เหมือนกับประเทศอื่นในโลก ต่อให้มาเปิดร้านเพื่อหาฐานลูกค้าก่อน แต่พอร้านจริงมาเปิดลูกค้าไม่เข้าเลยก็มี ที่นี่มันไม่สามารถโยนหินเพื่อถามทางได้เลย

เงินหมุนเวียนในห้องคาร์ฟูร์เมื่อปีที่แล้วก็เฉียดๆล้านหยวน ถ้าอ้างอิงจากรายงานยอดขายที่ทั้งสองคนได้ทำมาให้กับซูข่าน เฉลี่ยแล้วต่อวันสามารถทำเงินได้ถึงวันละ 5,500 หยวนเลยทีเดียว แต่ก็ยังไม่ได้หักต้นทุน

ยอดขายได้วันละ 5,500 หยวน ลองเทียบกับคนที่มีเงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 30 หยวนดูสิ ต่างกันราวฟ้ากับเหว บางวันก็อื่นจะขายได้ไม่ถึง 5,500 หยวนก็มี แต่ก็มีวันที่ขายได้เป็นหมื่นๆหยวนอยู่เหมือนกัน

โดยรวมแล้วซูข่านค่อนข้างพอใจกับตัวเลขที่คาร์ฟูร์สามารถทำได้มาก เขาไม่ได้มีแผนที่จะขยายสาขาของห้างคาร์ฟูร์เท่าไหร่ ซูข่านหวังว่าให้คาร์ฟูร์เติบโตไปได้เรื่อยๆก็พอใจแล้ว

เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ค่อยขยายสาขาไปยังเมืองอื่นก็ไม่ได้เสียหายอะไร

ซู่เฟิงและเสี่ยวเว่ยน่าจะมีการเตรียมการอะไรบางอย่างมาก่อนแล้วแน่ๆถึงได้กล้ามาคุย

"พวกนายอยากเปิดสาขาที่สองจริงๆงั้นเหรอ?"

ซูข่านถามด้วยรอยยิ้มพร้อมกับมองไปยังทั้งสองคน

ซู่เฟิงและเสี่ยวเว่ยอ้าปากค้างพร้อมกับมองที่ซูข่านด้วยความหวาดกลัว

"อยากเปิดก็เปิดได้ ตามใจพวกนายเถอะ"

ซูข่านพูดต่อด้วยรอยยิ้ม

เสี่ยวเว่ยชะงักไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำพูดของซูข่าน จากนั้นเขาก็ได้สติคืนมาก่อนจะพูดขอบคุณซูข่านซ้ำไปซ้ำมา

"ขอบคุณมากครับพี่สาม ขอบคุณจริงๆครับ ขอบคุณครับ"

ซู่เฟิงก็ยิ้มออกมาหลังจากที่ซูข่านได้อนุญาติให้เปิดสาขาที่สองได้

แต่การเปิดห้างคาร์ฟูร์สาขาที่สองนั้นมันไม่ง่ายเลย ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่มีเงินทุนที่จะเปิด แต่สถานที่ต่างหากล่ะที่เป็นปัญหา

แค่คาร์ฟูร์แห่งเดียวก็สามารถเรียกลูกค้าจากทั่วทั้งหนานจิงได้แล้ว แถมยังรองรับคนทั่วทั้งเมืองได้อีกด้วย การเปิดสาขาที่สองในหนานจิงจึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีสักเท่าไหร่

"แล้วพวกนายจะเปิดสาขาสองที่ไหน?"

ซูข่านมองไปยังทั้งสองคนและถามช้าๆ

เสี่ยวเว่ยหายใจเข้าลึกๆเพื่อระงับความตื่นเต้นและตอบซูข่านว่า

"พี่สามครับ พวกเราสองคนวางแผนว่าจะเปิดสาขาที่สองที่เทียนจินครับ"

"ใช่ครับ"

ซู่เฟิงพูดเสริม

"เศรษฐกิจของที่นั่นกำลังพัฒนาอย่างเร็ว ดูได้จากร้าน KFC ที่เปิดมีลูกค้าแน่นตลอดทั้งวัน แล้วลูกค้าจำนวนมากก็ได้เดินทางมาจากเทียนจินด้วย ถ้าเปิดคาร์ฟูร์อาจจะได้ลูกค้าจากทั้งเมืองก็ได้ครับ"

"เทียนจินงั้นเหรอ?"

ซูข่านพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

เทียนจินอยู่ใกล้กับเมืองหนานจิงมาก ผู้คนจากที่นั่นจำนวนมากก็ได้เดินทางมาที่หนานจิงเพื่อซื้อของในห้างคาร์ฟูร์ แต่ถ้าเปิดสาขาขึ้นที่นั่นอาจจะดึงดูดคนทั้งเมืองเทียนจินเลยก็ได้

แถมที่นั่นก็ยังมีร้าน KFC ของหวางเอ๋ออีก อุปสรรคอะไรในการเปิดสาขาที่สองที่นั่นแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ

"อึ้ก"

เสี่ยวเว่ยกลืนน้ำลายลงในคออย่างบากลำบาก เขารู้สึกว่าทั้งเขาและซู่เฟิงต่างก็โดนพี่สามมองทะลุแผนทั้งหมด

ซู่เฟิงสามารถรับมือสถานการณ์นี้ได้ดีกว่าเสี่ยวเว่ยเล็กน้อย ใบหน้าของเขานั้นยังคงนิ่งสงบอยู่

ซูข่านมองไปทั้งสองคนแล้วก็พูดว่า

"ถ้าอยากเปิดสาขาใหม่ฉันอยากให้พวกนายจำอะไรให้ขึ้นใจหน่อย อย่างแรกเลยทำเลที่ตั้ง มันจะต้องไม่อยู่ใกล้กันมากเกิน ไม่อย่างงั้นมันจะเป็นการแย่งลูกค้ากันเองมากกว่า"

"เรื่องที่สองคือห้ามเช่าสถานที่เพื่อเปิดสาขาเด็ดขาด ไม่ว่ายังไงก็ต้องซื้อที่ดินตรงนั้นก่อนที่จะเปิด ที่พวกนายกำลังลังเลเพราะว่ากลัวเงินทุนที่ต้องลงไปใช่ไหม?"

"ใช่ครับ"

เสี่ยวเว่ยตอบอย่างรวดเร็ว

ซู่เฟิงเองก็พยักหน้าด้วยเช่นกัน

ที่ดินที่ตั้งคาร์ฟูร์อยู่ในหนานจิงนั้นเป็นที่ดินที่เพิ่งซื้อก่อนจะก่อสร้าง ดูเหมือนว่าพี่สามจะเป็นคนเตรียมการที่ดินตรงนี้ไว้ให้กับพวกเขาแล้ว

นอกจากนี้ร้าน KFC ดูเหมือนก็จะเป็นแบบเดียวกันด้วย แม้กระทั่งโรงแรมฮั่นหยู่ของพี่จางเฉียงก็ยังมีที่ดินตรงนั้นเป็นของตัวเอง

พี่สามสามารถที่ดินพร้อมบ้านได้โดยไม่เดือดร้อนเลยสักนิด

เมื่อเห็นซู่เฟิงกับเสี่ยวเว่ยพยักหน้า ซูข่านก็รู้สึกพอใจขึ้นมาเล็กน้อย

สาเหตุหลักที่ร้านค้าต่างๆใหญ่ๆต้องปิดตัวลงจนไม่เห็นในยุคหลังๆได้ก็คือค่าเช่านี่แหละ ยิ่งนานวันไปเรื่อยๆค่าเช่าก็ยิ่งแพงขึ้นไปอีก

ไหนจะยังจ่ายเงินค่าที่เช่า ไหนจะเรื่องค่าน้ำค่าไฟอีก และยิ่งเป็นซูปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ รู้ไหมว่าค่าเช่าที่เขาคิดกันเป็นชั้นด้วยนะ ยิ่งมีหลายชั้นก็ยิ่งเสียค่าเช่าเยอะ

รวมๆแล้วปีหนึ่งก็เสียค่าเช่าที่รวมกับค่าน้ำค่าไฟปีละเกือบหมื่นกว่าล้านเห็นจะได้

นี่แหละคือสาเหตุที่ทำไมซูปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆถึงได้ปิดตัวลง

เพื่อป้องกันปัญหาพวกนี้ เวลาที่จะขยายสาขาหรืออะไรก็ตาม ซูข่านเลยอยากที่จะครอบครองที่ดินบริเวณตรงนั้นเอาไว้ก่อน ต่อให้ในอนาคตซูปเปอร์มาร์เก็ตตรงนั้นจะไม่สามารถเปิดต่อได้เพราะขาดทุน

แต่อย่างน้อยก็ยังปล่อยเช่าให้คนอื่นได้อีกปีละหลายหมื่นล้าน

ซึ่งทรัพย์สินอะไรพวกนี้ก็สามารถรวมเข้าไปอยู่ในบริษัทที่ได้เลยอีกด้วย ที่สำคัญเลยราคาที่ดินในยุคนี้นั้นถูกยิ่งกว่าราคากระหล่ำปลีซะอีก

"ถ้างั้นพวกนายก็จำสิ่งที่ฉันบอกให้ขึ้นใจล่ะกัน ถ้าพวกนายไม่มีเงินก็มาบอกฉันสิ"

ซูข่านพูดพร้อมกับมองไปทั้งสองคนด้วยแววตาที่แน่นิ่ง

ยอมเสียเงินเยอะตอนนี้ดีกว่าไปเสียค่าเช่าเป็นล้านๆดีกว่าตั้งเยอะ ถึงแม้ว่ามันจะต้องใช้เงินในการลงทุนมาก แต่ในระยะยาวมันก็คุ้มกว่าอยู่แล้ว

ซูข่านเต็มใจที่จะเสียเงินให้กับเรื่องนี้อยู่แล้ว