"จับตาหลี่กรุ๊ปเหรอคะ?"
จางหม่านถามด้วยความสงสัย
"เจ้านายคะ? ทำไมต้องจับตาหลี่กรุ๊ปด้วย ตอนนี้ทั้งทางหลี่กรุ๊ปเองกับทางบริษัทว่านเซี่ยงก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันนะคะ"
หลังจากจางหม่านพูดจบ ทันใดนั้นเธอก็เหมือนจะคิดอะไรได้
"หรือว่าเจ้านายหมายถึงหลี่เจียเฉิง"
"ใช่"
ซูข่านพยักหน้า
"มันน่าแปลกไหมที่ทำไมหลี่เจียเฉิงถึงขายที่ดินและตึกของเขาในปีที่แล้ว ตึกที่เขาขายสามารถทำเงินให้เขาได้ถึงสองเท่าจนเขากลายเป็นกรณีศึกษาของการซื้อที่ดินเพื่อเกร็งกำไร"
"แต่ฉันไม่คิดหรอกว่าเขาจะขายตึกนั้นเพียงเพราะว่าได้กำไรเพียงอย่างเดียว ฉันคิดว่าเขาน่าจะมองการพังทลายของตลาดอสังหาฯในเซียงเจียงออกเลยชิงขายก่อน"
ทั้งสองคนประหลาดใจมากที่ได้ยินเรื่องนี้จากซูข่าน สิ่งที่หลี่เจียเฉิงทำนั้นน่าทึ่งพอๆกับที่เจ้านายของพวกเธอทำเลย
สายตาของเขาช่างเฉียบแหลมจริงๆ ทำไมเขาถึงคาดการณ์การพังทลายของตลาดอสังหาได้เหมือนกับเจ้านาย
แต่หลี่เจียเฉิงอายุตั้งเท่าไหร่แล้ว เจ้านายของพวกเธอยังดูหนุ่มกว่าตั้งเยอะ เห็นได้ชัดว่าเจ้านายของเธอนั้นเก่งกว่า
"พวกเธอรู้อะไรไหม? นอกเหนือจากที่เขาคาดการณ์ตลาดอสังหาได้ล่วงหน้าแล้ว ยังมีอีกอย่างที่เขาได้ทำในปีที่แล้ว"
เรื่องนี้เป็นความลับในเซียงเจียงอย่างมาก น้อยคนนักที่จะรู้เรื่องนี้ ทางหลี่เจียเฉิงเองก็ปกปิดเรื่องราวนี้ไว้เป็นอย่างดีจนไม่มีใครสังเกตเห็นได้เลย
แต่ว่าซูข่านรู้เรื่องนี้จากชาติที่แล้วของเขา หลังจากที่เขาเริ่มมีชื่อเสียงก็ได้เปิดเผยรายละเอียดพวกนี้กับสื่อ
มันก็สมกับเป็นเขาจริงๆนั่นแหละ
"มันคืออะไรเหรอคะ?"
จางหม่านถามด้วยความสงสัย
หลู่เฉียนซานเองก็ทำหน้างุนงงพร้อมกับขมวดคิ้วและมองไปที่ซูข่าน
ทันใดนั้นเองพนักงานของโรงแรมก็ได้นำอาหารที่ซูข่านสั่งไว้ตอนแรกมาเสิร์ฟ เป็นอาหารง่ายๆ 2-3 จาน แล้วก็ยังมีถ้วยซุปอีก 1 จาน
อาหาร 4 อย่างก็น่าจะเพียงพอสำหรับ 3 คนพอดี
หลังจากพนักงานเสิร์ฟอาหารเสร็จซูข่านก็ได้พูดขึ้นมา
"กินกันก่อนเถอะ"
ซูข่านไม่รอช้าเขาเอาช้อนไปตักเนื้อตุ๋นในน้ำซอสขึ้นมาอย่างเบามือ เนื้อที่เสิร์ฟมามีขนาดใหญ่เล็กน้อย แต่ด้วยความนุ่มของมันแค่ใช้ช้อนก็สามารถตัดได้ขาดอย่างง่ายดาย
เขาค่อยๆตักเนื้อตุ๋นเอาปากและเคี้ยวเบาๆ แล้วรสอร่อยของเนื้อก็เต็มทั่วทั้งปากของซูข่าน กลิ่นหอมของมันก็ทำให้อยากกินอีกคำเพิ่มอีก ถ้าลดความหวานของซอสลงได้หน่อยน่าจะอร่อยกว่านี้
ตั้งแต่กินอาหารของเฒ่าจางมา ซูข่านเลยพอรู้ว่าการจับคู่รสชาติอาหารอยู่บ้าง เมนูบางอย่าง ซอสหรือรสชาติก็ไม่ควรจะจัดเกินไป มันจะทำให้กลบรสชาติของเนื้อ
ระหว่างที่กำลังกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยนั้น ซูข่านก็ได้พูดต่อว่า
"รู้ไหมว่าปีที่แล้วนอกจากบริษัทว่านเซี่ยงของเรา ทางหลี่กรุ๊ปเองก็ได้ลงทุนกับฟิวเจอร์น้ำมันเหมือนกัน"
หลังจากซูข่านพูดจบ จางหม่านและหลู่เฉียนซานก็ทำหน้าตกตะลึง
"อะไรนะคะ? ทำไมฉันไม่รู้ข่าวพวกนี้เลย"
จางหม่านรู้สึกประหลาดใจอย่างมากกับข่าวนี้
ขนาดหลู่เฉียนซานที่ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชายังมีท่าทางที่แปลกออกไปเลย สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
"พวกเขาสามารถทำกำไรได้อย่างมากในปีที่แล้ว ถึงจะไม่เยอะเท่ากับของเราก็เถอะ น่าจะสัก 2-3 พันล้านเห็นจะได้"
ซูข่านพยักหน้าให้กับทั้งสองสาวและอธิบายช้าๆ
ซูข่านรู้สึกชื่นชมในตัวของหลี่เจียเฉิงเป็นอย่างมาก เขาเป็นนักธุรกิจที่เก่งที่สุดสำหรับซูข่านแล้ว
สายตาในการมองเรื่องต่างๆของเขานั้นเฉียบแหลมสุดๆ
เขาสามารถคาดเดาการขึ้นของราคาน้ำมันดิบโลกได้ และยังสามารถทำนายการพังทลายของตลาดอสังหาฯในเซียงเจียงได้อีก
ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมปีที่แล้วทางหลี่กรุ๊ปเองถึงได้กำไรมหาศาลในช่วงไตรมาสท้ายๆของปี หลังจากการขายตึกของเขาไม่นานมูลค่าที่ดินในตลาดก็เริ่มนิ่ง
ไม่นานหลังจากนั้นมูลที่ดินก็ค่อยๆตกลงเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน
"สะ..สะ..สามพันล้านเลยเหรอคะ?"
จางหม่านพยายามพูดอย่างยากลำบาก
"นั่นมันมากกว่าที่ทาง HSBC หาได้อีกนะคะ"
"ใช่"
ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย
ทาง HSBC และ ซูข่านนั้นได้มีข้อเสนอส่วนตัวกันอยู่ ทำให้ผู้คนไม่รู้ถึงการร่วมมือครั้งนี้
หลู่เฉียนซานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมาว่า
"ที่เจ้านายบอกให้จับตาดูหลี่กรุ๊ปเอาไว้ เพราะเจ้านายกลัวพวกเขาจะเข้าสู่ตลาดอสังหาฯในช่วงเวลานี้ด้วยใช่ไหมคะ?"
"ถูกต้อง"
ซูข่านพยักหน้าและอธิบาย
"ยังไงก็ตามทางหลี่กรุ๊ปก็จะยื่นมือเข้ามาในตลาดอสังหาฯอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเขาจะเข้ามาตอนไหนเท่านั้นเอง"
"ถ้าราคาของที่ดินหรือว่าตลาดหุ้นมันเริ่มแปลกๆ เธอก็ควรที่จะตามข่าวของหลี่กรุ๊ปทันที พยายามทำอะไรให้ล่วงหน้าพวกเขาสัก 1 ก้าวดู"
ที่ดินทำเลสวยๆหรือว่าตึกต่างๆนั้น ราคาของมันยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะไม่ถึงจุดต่ำสุดแต่มันก็เพียงพอต่อการทำกำไรแล้ว
ในปีนี้หรือปีหน้ามูลค่าของมันอาจจะลดลงหรือเพิ่มขึ้นสักเล็กน้อยก็จริง แต่หลังจากนี้ไปอีก 10-20 ปีมูลค่าของมันจะสูงกว่านี้อีกหลายเท่าตัวเลย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตตัวเมือง ราคาของที่ดินในเมืองนั้นเทียบไม่ได้กับชานเมืองเลยสักนิดเดียว
"เข้าใจแล้วค่ะ"
จางหม่านพยักหน้าและพูดต่อ
"เดี๋ยวฉันจะกำชับเรื่องนี้ให้ทีมการตลาดเป็นพิเศษเลยค่ะ พวกเขาจะได้เน้นไปทางที่ดินที่ทำเลดีๆในเซียงเจียง"
"เดี๋ยวทางทีมการเงินจะคอยจับตาดูหลี่กรุ๊ปเองค่ะ"
หลู่เฉียนซานก็พูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมากที่เจ้านายถึงขนาดเอ่ยปากบอกให้จับตาดูทางหลี่กรุ๊ปด้วยตัวเองขนาดนี้
เมื่อเทียบกำไรกับทางบริษัทว่านเซี่ยงแล้วทางหลี่กรุ๊ปเองก็ไม่ได้ทำให้บริษัทเรารับผลกระทบขนาดนั้นซักหน่อย แต่ระวังไว้ก่อนก็ไม่เสียหายอะไร
"อืม"
ซูข่านพยักหน้า
ถึงแม้ว่าซูข่านจะไม่ได้ถือว่าทางหลี่กรุ๊ปเป็นศัตรูกับพวกเขาก็จริง แต่ทางหลี่กรุ๊ปเองก็มักจะนำหน้าทุกอย่างก่อนหน้าซูข่าน 1 ก้าวเสมอ
แล้วทางซูข่านและหลี่กรุ๊ปที่เหมือนกันอีกอย่างก็คือการปกปิดตัวตนของตัวเอง ยิ่งทำเงินได้มากเท่าไหร่ก็จะยิ่งถูกจับตามอง แล้วส่วนแบ่งที่จะได้รับก็จะโดนผู้คนแบ่งออกไปอีก
ซูข่านเองก็ไม่อยากให้คนอื่นรู้ข่าวอะไรพวกนี้เช่นเดียวกับหลี่กรุ๊ป
ในงานนี้ซูข่านไม่ได้อยากจะเป็นคู่แข่งกับหลี่กรุ๊ปในตลาดอสังหาฯก็จริงอยู่ แต่ในไม่ช้ายังไงทั้งสองก็ต้องเผชิญหน้าในการแย่งที่ดินในเซียงเจียงกันอยู่แล้ว
นี่เป็นการแข่งขันของสองมหาเศรษฐีที่คนทั่วไปจะไม่รู้เรื่องราวเลย ผู้ชนะก็คือคนที่ได้ที่ดินครอบครองและมีมูลค่าเยอะที่สุด
"เจ้านายคะ"
จางหม่านนั่งหลังตรงพร้อมกับพูดกับซูข่านด้วยความยากลำบาก
"เจ้านายบอกว่าจะมอบรางวัลเป็นบ้านให้กับฉันในเซียงเจียงใช่ไหมคะ"
"พอดีว่าฉันอยากได้บ้านบนภูเขาอะค่ะ"
จางหม่านหน้าแดงเล็กน้อยหลังจากพูดจบ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved