ตอนที่ 442

"ฮี่ๆ"

ลี่ซีทำหน้ามุ่ยและยิ้มอย่างมีความสุข

"นั่นคือเพื่อนของเธอเหรอ?"

ซูข่านมองไปทางจางหยางที่กำลังยืนสั่นด้วยความหวาดกลัวอยู่

ทันทีที่ซูข่านมาถึงที่สนามบินแห่งนี้ เขาก็เห็นจางหยางกำลังตามตื้อลี่ซีอยู่ แต่ซูข่านก็ไม่เห็นว่าจางหยางทำอะไรที่มันเกินเลยกว่าที่ควรจะเป็น

ซูข่านจึงปล่อยให้ทั้งสองคุยกันสักพักก่อนที่เขาบอกให้คนอื่นจะลงจากรถ

"ใช่ค่ะ"

ลี่ซีพยักหน้าเล็กน้อย

ซูข่านเลยพูดกับลี่ซีด้วยรอยยิ้ม

"งั้นพี่ว่าเธอไปบอกลาเพื่อก่อนดีไหม? พวกเราจะได้ออกจากที่นี่สักที"

"ไม่ต้องหรอกค่ะ เป็นเพื่อนก็จริงแต่ไม่ได้สนิทขนาดนั้น จริงๆจะเรียกว่าเพื่อนก็ยังไงอยู่"

ลี่ซีส่ายหัวอย่างรุนแรงและส่งสายตาไปที่ซูข่าน

"โอเคงั้นพวกเรากลับกันเถอะ"

ซูข่านเอามือมาขยี้หัวของลี่ซีอีกครั้งก่อนจะหันกลับไปมองที่ซงหมิงเจียงและคนอื่น จากนั้นเขาก็พาลี่ซีเดินไปขึ้นรถเบนท์ลีย์ก่อนที่ตัวซูข่านจะขึ้นตามไป

ซงหมิงเจียงเข้าใจได้ทันทีว่าซูข่านหมายความว่ายังไง เขาเดินไปทางจางหยางทันที

"ขอบคุณมากครับที่ช่วยดูแลคุณผู้หญิง แต่คุณผู้หญิงนั้นไม่เหมือนกับคุณ ผมหวังว่าจะไม่ได้ยินหรือเห็นอะไรแบบนี้อีกนะครับ"

ซงหมิงเจียงเองก็ยืนอยู่ไม่ไกลซูข่านและลี่ซี เขาเองก็ได้ยินการสนทนาของทั้งคู่เล็กน้อยและก็พอจับใจความได้ว่ากำลังพูดเรื่องอะไรกันอยู่

ฟังๆดูแล้วคุณลี่ซีเองจะไม่ชอบเพื่อนของเธอคนนี้เอามากๆ

ดังนั้นซงหมิงเจียงจึงมาเตือนจางหยางให้อยู่ห่างจากเธอไว้ดีกว่า

แต่ถ้าจางหยางไม่เชื่อคำเตือนและยังคงทำตามใจของตัวเองต่อไป ถ้าวันหลังลี่ซีฟ้องซูข่านขึ้นมา ถึงตอนนั้นแหละซงหมิงเจียงจำเป็นต้องสอนบทเรียนอะไรบางอย่างให้กับจางหยาง

ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ซงหมิงเจียงไม่อยากจะทำสักเท่าไหร่ เขาจึงมาเตือนจางหยางก่อนด้วยความหวังดี

เรื่องนี้มันไม่ได้จบแค่ตัวของจางหยางเพียงอย่างเดียวแน่ แต่อาจจะกระทบไปถึงธุรกิจครอบครัวของเขาอีกด้วย

"อึ้ก"

จางหยางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเขาเองนั้นได้พยักหน้าตอบรับซงหมิงเจียงไปแล้ว แค่พูดคุยกันธรรมดาตัวของจางหยางก็รู้สึกได้ถึงความกดดันที่ออกมาจากชายตรงหน้า

จางหยางรับรู้ได้ทันทีว่าว่าถ้าหากชายคนตรงหน้าเขาลงมือเมื่อไหร่ ตัวจางหยางเองก็จะไม่มีวันได้ลืมตามาดูแสงอาทิตย์อีกเป็นครั้งที่สอง

"เอ๊ะ!!"

จางหยางได้สติกลับมาอีกครั้งเพราะว่าซงหมิงเจียงได้ดึงกระเป๋าเดินทางของลี่ซีออกไปและเอากลับไปใส่ในรถฮัมเมอร์

เจ้าตัวนั่งรถเบนท์ลีย์ส่วนบอดี้การ์ดนั่งรถฮัมเมอร์ คนพวกนี้มันอะไรกันแน่

จางหยางยังคงยืนตะลึงอยูที่สนามบินมองดูขบวนรถฮัมเมอร์และเบนท์ลีย์ขับออกไปช้าๆ

เมื่อรถขับออกมาได้สักพักหนึ่ง ลี่ซีก็ละสายตาจากหน้าต่างเพื่อหันมามองซูข่านในรถและถามพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ

"พี่เสว่เอ๋อบอกว่าจะมีคนมารับหนูที่นี่ หนูไม่คิดมาก่อนเลยว่าคนที่จะมารับจะเป็นพี่ซูข่าน"

"พี่อยู่ในเซียงเจียงพอดีเลยมารับได้น่ะ"

ซูข่านพูดด้วยรอยยิ้ม

สำหรับพี่เสว่เอ๋อที่ลี่ซีพูดถึงนั้น ซูข่านได้เลยว่าเป็นใคร จะต้องเป็นหลี่เสว่เอ๋ออย่างแน่นอน เพราะว่าซูข่านได้บอกให้เธอดูแลลี่ซีให้ดี แล้วดูเหมือนหลี่เสว่เอ๋อก็ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด

ลี่ซีได้ยินก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

ซูข่านเองมองไปที่ลี่ซีก็เดาได้แล้วว่าเพื่อนของเธอที่อยู่ตรงสนามบินนั้นต้องการอะไร ชายคนนั้นจะต้องการอวยรวยต่อหน้าลี่ซีแน่ๆ เขาคงคิดว่าถ้าอวดรวยให้กับลี่ซีดู ลี่ซีอาจจะหันมาสนใจเขาก็ได้

แต่โชคร้ายหน่อยนะพ่อหนุ่มคนนั้น พอดีว่าลูกพี่ลูกน้องลี่ซีคนนี้มีตัวตนที่ซ่อนอยู่อีก บางทีเธออาจจะไม่สนใจเรื่องความรักเลยก็เป็นได้

ถ้าหากเป็นอย่างนี้จริงซูข่านเองก็รู้สึกพอใจอย่างมาก เพราะมันแสดงถึงความตั้งใจไปเรียนต่อเพียงอย่างเดียว เมื่อคิดเรื่องนี้จบ

ซูข่านก็ได้นึกถึงการหาคนมาดูแลความปลอดภัยให้เธอที่อเมริกาพอดี หากมีอะไรเกิดขึ้นกับลี่ซีที่นั่น ซูข่านคงไม่มีหน้าไปพบพ่อกับแม่ของลี่ซีแน่ และซูข่านอาจจะต้องรู้สึกผิดไปชั่วชีวิตเลยก็ได้

ในตอนที่ตระกูลซูล้มละลายในชาติที่แล้ว ตระกูลลี่หรือลี่ซีนี่แหละที่เป็นคนแรกๆที่ให้การช่วยเหลือแก่ซูข่าน ไม่อย่างนั้นในตอนนั้นชีวิตของเขาก็คงจะจบสิ้นไปพร้อมกับตระกูลซูเหมือนกัน

ขบวนรถได้ขับออกจากตัวเมืองเซียงเจียงอย่างรวดเร็วไปทาภูเขาไทปิง ลี่ซีหันมองซ้ายมองขวาตลอดทั้งทาง

"พี่ซูข่านคะ เราจะไปไหนกัน?"

ลี่ซีกระพริบตาโตๆของเธอและถามด้วยความสงสัย

"กลับบ้านไง"

ซูข่านตอบด้วยรอยยิ้ม

"บ้านของพี่?"

ลี่ซีมีสีหน้าที่งุนงงกว่าเก่า เธอเห็นว่ารถกำลังขับขึ้นเขาแท้ๆ มันจะไปบ้านของพี่ซูข่านได้ยังไง

"พี่ซูข่านซื้อบ้านบนภูเขาเหรอ? ทำไมพี่ซื้อไกลจากตัวเมืองจัง?"

"ฮ่าๆๆๆๆ"

ซูข่านหัวเราะออกมาและพูดด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย

"เดี๋ยวก็รู้เองแหละ"

"เอ่อ.."

หลี่ซีมีคำถามมากมายอยู่เต็มหัวไปหมด เธอไม่รู้จริงๆว่าลูกพี่ลูกน้องของเธอคนนี้มีความคิดอะไรถึงได้มาซื้อบ้านห่างไกลจากตัวเมืองแบบนี้

จากนั้นรถก็ได้ขับขึ้นไปยังภูเขาเรื่อยๆจนลี่ซีรู้ตัวอีกที เธอก็เห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของแม่น้ำเซียงเจียงซะแล้ว

แสงแดดที่กระทบลงสะท้อนเข้าตาเธอรวมกับสีเขียวของป่าไม้ที่อยู่ข้างๆ ทันใดนั้นเองความคิดของลี่ซีก็ได้เปลี่ยนไปทันที

ถ้ามีบ้านอยู่ในสถานที่แห่งนี้คงจะวิเศษน่าดู ตื่นเช้ามาคงจะได้เห็นอะไรแบบนี้ในทุกๆวัน

ไม่ช้ารถก็ได้ขับมาถึงคฤหาสน์ขนาดใหญ่หลังหนึ่ง ซึ่งความยิ่งใหญ่ของมันเหมือนกับคฤหาสน์ในภาพยนต์ของชาวตะวันตกเลย ลี่ซีจ้องมองออกจากตัวรถด้วยความตกใจ

และพอรถค่อยๆเคลื่อนเข้าในคฤหาสน์ช้าๆ ลี่ซีก็ยิ่งตกใจกว่าเดิม เธอเห็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่อยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ด้วย

นี่มันเป็นบ้านของเศรษฐีที่เธอเห็นได้ตามทั่วไปในประเทศอเมริกา ทันใดนั้นเองเธอก็เหมือนจะนึกอะไรออกขึ้นมาและหันไปพูดกับซูข่านด้วยความประหลาดใจ

"นี่คือ…บ้านของพี่ซูข่านเหรอคะ?"

"ใช่"

ซูข่านตอบด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก

"นี่เป็นบ้านของพี่เองที่เซียงเจียง เธอสามารถเดินดูรอบๆบ้านได้นะ"

ลี่ซีรีบเปิดประตูและลงจากรถอย่างรวดเร็ว เธอมองซ้ายขวาและกวาดสายตาไปรอบๆตัว ตอนนี้ลี่ซีอยากจะกรี๊ดร้องออกมาดังๆ

"พี่ซูข่าน"

"คถหาสน์ใหญ่ขนาดนี้เป็นบ้านของพี่เหรอเนี่ย?"

"แน่นอน"

ซูข่านตอบพร้อมกับยกไหล่อย่างช่วยไม่ได้

"รวย….พี่ซูข่านรวยเกินไปแล้วนะ"

ลี่ซีมองมาที่ซูข่านด้วยความประหลาดใจ

เป็นเวลาเกือบหนึ่งปีแล้วที่เธอได้มาเรียนต่อที่ประเทศอเมริกา ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมานั้นเธอก็ได้ซึมซับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาเรื่อยๆจากสิ่งที่เธอเห็น

ทั้งหนังฮอลลีวูด ซีรี่ย์ ละคร เพลง รถยนต์ ฯลฯ เต็มไปหมด และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือคฤหาสาน์ของเศรษฐีที่อยู่ในอเมริกา

ในตอนนี้ลูกพี่ลูกน้องของเธอก็มีคฤหาสาน์แบบเศรษฐีพวกนั้นเหมือนกัน พี่ซูข่านเป็นผู้ชายที่เธอเห็นตั้งแต่เธอยังเป็นเด็ก และตอนนี้ผู้ชายคนนี้ก็ได้อยู่สูงกว่าเธอหลายเท่าแล้ว

ที่สำคัญเลยที่นี่คือเซียงเจียง ลี่ซีได้ยินมาว่ามูลค่าของที่ดินที่นี่นั้นแพงมาก ราคาต่อตารางเมตรนี่ขายกันเท่ากับราคาท่องคำแท่งเลย แล้วนับประสาอะไรกับคฤหาสน์หลังใหญ่โตแบบนี้

"พี่ซูข่าน…พี่ซื้อบ้านหลังนี้มาเท่าไหร่?"

ลี่ซีอดไม่ได้ที่จะถามออกมา

"ไม่มากเท่าไหร่หรอก ประมาณ 70 ล้านเอง"

ซูข่านตอบด้วยรอยยิ้ม

"70 ล้าน!!"

ลี่ซีได้ยินก็แทบจะกระอักเลือดออกมา