ตอนที่ 261

สูเจิ้งเหมาที่ยืนอยู่หน้าซูข่านตอนนี้ดูเหมือนจะย่อตัวลงเล็กน้อยด้วย

ตอนนี้เขาคือเศรษฐีที่ทุ้มเงิน 500 ล้านในการสร้างตึกที่สูงที่สุด และสามารถตอบคำถามในรายการทีวีได้อย่างคล่องแคล่ว เศรษฐีคนดังกล่าคนนี้กำลังมองดูชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่ซาบซึ้งในบุญคุณสุดๆ

ชายหนุ่มตรงหน้าเขาคนนี้มีบุญคุณกับเขาจนไม่สามารถชดใช้ให้หมดในชาตินี้ได้

ใครมันจะไปคิด จากเป็นเจ้าของโรงงานเล็กๆในเซียงเจียง ตอนนี้เขาได้กลายเป็นบุคคลยิ่งใหญ่ที่คนทั่วประเทศรู้จักเขาแล้ว

แถมในฮ่องกงบางคนยังรู้จักกับเขาอีกด้วย ไม่ต้องผู้ถึงในฝั่งแผ่นดินใหญ่เลย เกือบทุกคนต้องได้ยินชื่อของสูเจิ้งเหมา

แต่ต่อให้มีชื่อเสียงมากมายแค่ไหน ไปไหนมาไหนมีคนรู้จักมากมายเพียงใด ต่อหน้าซูข่านแล้วสูเจิ้งเหมาก็เป็นเพียงชายธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น

"นั่งก่อนสิ"

ซูข่านเทชาลงในถ้วยพร้อมพูดกับสูเจิ้งเหมา

"ขอบคุณครับคุณซู"

สูเจิ้งเหมานั่งลงยังเก้าอี้ข้างๆ และมองไปยังซูข่านด้วยความเคารพกับความชื่นชม

ระหว่างที่ซูข่านกำลังรินชาสูเจิ้งเหมาก็ได้พูดขึ้นมา

"คุณซูครับ การประกวดออกแบบตึกซิงซีเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ โดยผู้ชนะก็เป็นพวกที่ออกแบบตึกสูงในยุโรปที่มีชื่อเสียงอันโด่งดังครับ"

"อืม"

ซูข่านพยักหน้า ตอนนี้เขารินชาหนึ่งถ้วยเสร็จแล้ว เขาเลยยื่นถ้วยนี้ให้กับสูเจิ้งเหมา

"ขอบคุณครับคุณซู"

สูเจิ้งเหมารับถ้วยชาของซูข่านด้วยสองมือ จากนั้นก็ค่อยๆจิบชาช้าๆ กลิ่นหอมของใบชาพร้อมกับรสชาติได้ปะทะเข้ากับร่างกายของสูเจิ้งเหมาเต็มๆ รสชาตินี้สูเจิ้งเหมาไม่ค่อยดื่มมันมาก่อน

"คุณซู ชาของคุณซูอร่อยมากเลยครับ กลิ่นของมันหอมอบอวล ขนาดจิบลงคอไปแล้วกลิ่นยังอยู่ในปากอยู่เลย"

ซูข่านไม่ได้ตอบ เขาหยิบถ้วยชาที่รินเสร็จของเขามาจิบเช่นกัน

สูเจิ้งเหมาวางถ้วยชาลงบนโต๊ะก่อนจะพูดต่อว่า

"สำหรับคนจีนแล้ว คนที่ได้คะแนนสูงที่สุดเป็นของคณะสถาปัตยกรรมของมหาวิทยาลัยชิงหวาครับ"

"คะแนนของมหาวิทยาลัยชิงหวาสูงกว่ามหาวิทยาลัยอื่นๆทั่วประเทศเลยครับ"

ซูข่านพยักหน้าและพูดว่า

"เรื่องปกติอยู่แล้ว คณะสถาปัตยกรรมของมหาวิทยาลัยชิงหวาขึ้นชื่อเรื่องนี้ แถมพวกเขายังรู้ข่าวการประกวดเร็วกว่าที่อื่นอีก ไม่แปลกหรอกที่พวกเขาจะไม่ชนะ"

เพราะความสัมพันธ์ของซูข่านกับจ้าวชิงชิงและสูเจิ้งเหมา ทำให้มหาวิทยาลัยชิงหวารู้ข่าวเรื่องนี้ คณะสถาปัตยกรรมของมหาวิทยาลัยเองก็มีชื่อเสียงมานานอยู่แล้ว

มีศาสตราจารย์หลายคนสอนอยู่ที่นี่ และยังมีสถาปนิกระดับโลกที่มีชื่อเสียงจบจากที่นี่เช่นกัน

แต่พวกเขาส่วนใหญ่เลือกที่จะไปทำงานต่อที่ต่างประเทศกันทั้งนั้น น้อยคนมากที่จะอยู่ทำงานออกแบบในประเทศจีน ผลงานการออกแแบบของพวกเขาก็มีแต่สถานที่ดังๆทั้งนั้น

ยกตัวอย่างง่ายๆก็อย่างมหาวิทยาลัยชิงหวา ทั้งหมดถูกออกแบบโดยคนจากคณะสถาปัตยกรรม

จะเรียกได้เต็มปากว่ามหาวิทยาลัยชิงหวามีคณะสถาปัตยกรรมอันดับหนึ่งก็ได้ ด้วยผลงานของพวกเขาก็การีนตีตำแหน่งนี้ได้อยู่แล้ว

"ขณะนี้การก่อสร้างตึกซิงซีได้เริ่มขึ้นแล้วครับ"

สูเจิ้งเหมาได้พูดต่อ

"คาดว่าประมาณ 3 ปีน่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ครับ"

ซูข่านได้ยินก็พยักหน้า

"ไม่เลวนิ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญไม่แพ้กันเลย ในแง่ของการก่อสร้างนายต้องใส่ใจเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่งเลยนะ"

"ครับคุณซู"

สูเจิ้งเหมาตอบด้วยสีหน้าที่จริงจัง

"ผมจะติดตามการก่อสร้างอย่างใกล้ชิดที่สุดเลยครับ หากว่ามีอะไรที่มันดูไม่ปลอดภัยผมจะเร่งให้แก้ไขให้ไวที่สุด"

ซูข่านยิ้มพร้อมกับพูด

"เหลาสูพูดแบบนี้ ก็วางใจได้ในระดับหนึ่ง"

"ครับคุณซู"

"นอกจากนี้แล้วนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมของมหาวิทยาลัยชิงหวา บางคนได้เข้าร่วมกับทางทีมโครงสร้างแล้วด้วยครับ ผมได้บอกให้พวกเขาให้นักศึกษาพวกนี้ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบหรือควบคุมการก่อสร้างด้วย"

"ดีมาก แล้วต้าชุนกับเหลาหลี่ล่ะ?"

ก่อนที่ซูข่านจะเดินทางกลับมาที่หนานจิง เขาได้ให้เงิน 200,000 หยวนแก่ต้าชุนและเหลาหลี่ ซูข่านได้สั่งให้พวกเขาตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้าง และร่วมสร้างตึกซิงซีด้วย

"เรียบร้อยแล้วครับ"

สูเจิ้งเหมาตอบพร้อมกับมองไปยังซูข่านด้วยสายตาที่ชื่นชม

"หลังจากที่พวกเขาได้จดทะเบียนและก่อตั้งบริษัทรับเหมา จากนั้นก็มีอีกหลายสิบคนได้เข้าร่วมในบริษัทนี้ ตอนนี้การรับเหมาก่อสร้างที่นั่นบริษัทของพวกเขาคือตัวเลือกอันดับหนึ่งเลยครับ"

"อันดับหนึ่งเลยเหรอ?"

ซูข่านตกใจเล็กน้อย เขาไม่คิดเลยว่าต้าชุนกับเหลาหลี่จะพัฒนากันเร็วขนาดนี้

ก็จริงอยู่ที่ทั้งสองคนนั้นเป็นคนฉลาดและเป็นคนเก่ง แต่การที่พวกเขาสามารถจัดการเรื่องภายในบริษัทกันเองโดยมีลู่กั๋วเฉียงให้คำปรึกษาเนี่ย ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะทำได้ดีขนาดนี้

สูเจิ้งเหมาได้พูดต่ออีกว่า

"ตอนนี้ทีมงานของพวกเขาก็ได้เข้าร่วมในการสร้างตึกซิงซีแล้ว ถ้าตึกซิงซีสร้างเสร็จ ผมคิดว่าบริษัทพวกเขาน่าจะกลายเป็นบริษัทยักษ์ใต้แห่งภาคใต้ได้เลย"

"ใช่"

ซูข่านตอบด้วยรอยยิ้ม

"ถ้าหากพวกเขามีปัญหาการเงิน ต้องรบกวนเหลาสูช่วยอัดฉีดเงินให้กับพวกเขาหน่อยนะ เดี๋ยวค่อยมาเก็บเงินที่หลังก็ได้"

"ครับผม"

สูเจิ้งเหมาพยักหน้า

ซูข่านเห็นว่าสูเจิ้งเหมากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาก็ไม่พูดซูข่านเลยได้ถามสูเจิ้งเหมาไป

"มีอะไรอีกไหม?"

"คุณซูครับ ผมไม่รู้จะบอกเรื่องนี้ให้คุณซูรู้ดีไหม คือเรื่องมันเพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน"

"เรื่องอะไรล่ะ?"

ซูข่านรู้สึกประหลาดใจ

"สองวันก่อนที่ผมจะมาที่นี่ ผมได้เจอกับนักลงทุนสองคน"

"พวกนั้นจะขอให้นายลงทุนกับพวกเขารึยังไง?"

ซูข่านพูดพร้อมหัวเราะเบาๆ

สูเจิ้งเหมาตอนนี้กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงทั่วประเทศแล้ว ไม่แปลกหรอกที่จะมีนักลงทุนเข้าหาเขา

ตัวเขาเองจะต้องรับมือกับนักลงทุนพวกนี้ด้วยเช่นกัน จะมีทั้งชวนลงทุนหรือจะมาลงทุนในตึกซิงซีด้วย แต่เงินที่ได้รับไปสร้างตึกซิงซีก็คือ 500 ล้าน

จริงๆสูเจิ้งเหมาไม่ต้องการนักลงทุนเพิ่มอีกแล้ว เงินจำนวนนี้มันเพียงพอและยังสามารถซื้อที่ดินรอบๆตามที่ซูข่านได้บอกไว้อีก

แต่การที่สูเจิ้งเหมาถึงกับรายงานเรื่องนี้ แสดงว่ามันคงไม่ใช่เรื่องเล็กๆที่เขาสามารถจัดการได้แน่

"ใช่ครับ"

สูเจิ้งเหมาพยายามยิ้มอย่างขมขื่นและพูดต่อ

สูเจิ้งเหมาเองก็น่าจะรู้ดีว่าซูข่านเองไม่ได้ขาดแคลนเงิน มันต้องเป็นข้อเสนอที่ทำให้สูเจิ้งเหมารู้สึกลำบากใจแน่ๆ

"พวกเขาขอให้ผมไปร่วมลงทุนในการสร้างตึกสูงอีกแห่งหนึ่งครับ เขาบอกว่าไม่จำเป็นต้องสูงเท่ากับตึกซิงซีก็ได้ แต่พวกเขาอยากได้ประมาณ 100 ชั้นครับ"

"อุ๊บ"

ซูข่านได้ยินก็เกือบจะหัวเราะออกมา ไม่แปลกเลยที่นักลงทุนจะอยากทำตามสูเจิ้งเหมาแบบนี้ พวกเขาคงเล็งเห็นเม็ดเงินมหาศาลเช่นกัน แต่การลงทุนพวกนี้จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก

ลำพังเงินของพวกนักลงทุนเองก็อาจจะสร้างตึกสูงได้แค่ 50 ชั้นเท่านั้น