ตอนที่ 289

เว้นก็แต่ทางอีริคสันจะไม่ยอมรับเงื่อนไขแล้วปล่อยให้โนเกียแซงนำพวกเขาไป

อีริคสันกับโนเกียก็มีอะไรบางอย่างที่คล้ายกันอยู่ ในชาติที่แล้วของซูข่าน พวกเขาทั้งสองเป็นบริษัทชั้นนำในเรื่องอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ

แต่หลังจากเกิดขึ้นของโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ IOS และ Android จากบริษัทสองยักษ์ใหญ่ในวงการโทรศัพท์มือถือ พวกเขาได้หายไปจากโลกนี้อย่างรวดเร็วเหลือไว้เพียงเรื่องเล่าเท่านั้น

โนเกียกับอีริคสันที่เคยครองโลกนั้นเหลือแค่เพียงตำนานเท่านั้น

ลองไปถามเด็กๆที่โตมาในยุคของสมาร์ทโฟนดูสิ ไม่มีเด็กคนไหนรู้จักกับโนเกียและอีริคสันสักคน

"ได้ครับเจ้านาย"

หยางไท่เฉียนพยักหน้าด้วยความเคารพ

"ให้ความสำคัญกับห้องวิจัยด้วยนะ ไปติดต่อกับทางมหาวิยาลัยเอานักศึกษามาก็ได้ แต่ต้องเป็นระดับหัวกะทิเท่านั้นนะ"

ซูข่านได้สั่งเสียงเข้ม

เทคโนโลยีการสื่อสารพวกนี้นั้นหากว่าเปิดให้บุคคลทั่วไปใช้งานจะต้องค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว ในช่วงแรกจะยังไม่ค่อยมีคนที่มีโทรศัพท์มือถือกันมากซะเท่าไหร่ แถมสัญญาณเองก็ไม่ได้ดีอีกด้วย

แต่รู้อะไรไหมหลังจากปี 1990 ตลาดนี้จะขยายตัวเป็นวงกว้างอย่างมาก เกือบทุกประเทศจะต้องมีสัญญาณสื่อสารไร้สายเป็นของตัวเอง แล้วตอนนั้นก็จะก่อให้เกิดบริษัทผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มากมาย

มีบริษัทต่างชาติที่ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มาทำธุรกิจนี้ในประเทศจีน มูลค่าเม็ดเงินในธุรกิจนี้มากกว่าหลายแสนล้านหยวนเลยทีเดียว

หากว่าได้ส่วนแบ่งจากก้อนนี้สัก 20% ซึ่งก็น่าจะเพียงพอที่จะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ได้แล้ว ประชากรตั้งพันล้านคน จะมีตลาดไหนในโลกที่ใหญ่เท่ากับที่นี่อีก ไม่มีแล้ว

กว่า 20% ของประเทศจีนเป็นคนชนชั้นกลาง นี่เป็นคนกลุ่มที่จะทำการซื้อโทรศัพท์มือถือเยอะที่สุด พวกคนชนชั้นแรงงานก็นิยมใช้โทรศัพท์สาธารณะหรือไม่ก็โทรศัพท์บ้าน

ซูข่านเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าทางบริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงของเขานั้น จะสามารถใช้ประโยชน์อะไรจากจุดนี้ได้บ้าง

"ครับเจ้านาย ผมคิดว่าทางอีริคสันเองก็น่าจะเห็นด้วยกับประเด็นนี้ครับ"

หยางไท่เฉียนพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

"ถ้าพวกเขาอยู่ในประเทศจีนคงจะง่ายกว่านี้เยอะ แต่พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องมาทำอะไรที่นี่เหมือนกัน"

ซูข่านพูดด้วยน้ำเสียงที่เสียดายหน่อยๆ

ประเทศจีนน่าจะเป็นประเทศอันดับท้ายๆเลยที่ทางอีริคสันน่าจะมาทำการตลาดด้วย แม้ว่าประชากรของประเทศจะเยอะแค่ไหนก็ตาม

นี่เป็นโอกาสอันดีของซูข่านเหมือนกันที่จะไม่มีคู่แข่งเข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด

ด้วยเหตุนี้ซูข่านก็สามารถใช้ประเทศจีนเป็นหนูทดลองตลาดในเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายที่ทางอีริคสันพัฒนาขึ้นได้

ผู้ให้บริการสัญญาณก็ส่วนหนึ่ง โทรศัพท์มือถือก็ส่วนหนึ่ง

ซูข่านจะไม่ยอมพลาดโอกาสส่วนแบ่งทางการตลาดของอุตสาหกรรมมือถือเด็ดขาด ในประเทศจีนนี่จะเป็นแหล่งทำเงินชั้นดีเลยทีเดียว

ถ้ามีเวลามากพอ ซูข่านก็อยากจะหาช่างเทคนิคมาเริ่มพัฒนาสมาร์ทโฟนเหมือนกัน รวมไปถึงเครือข่ายสัญญาณอินเตอร์เน็ตด้วย ไม่ว่าจะเป็น 3G 4G 5G

ในยุคสมาร์ทโฟนสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยคือสัญญาณอินเตอร์เน็ต ใครก็ตามที่ให้บริการสัญญาณพวกนี้ได้ พวกเขาก็จะทำเงินมากมายมหาศาลเช่นเดียวกัน

เทคโนโลยีพวกนี้จริงๆจะต้องเกิดหลังจากยุค 2000 แต่ถ้าหากว่าลงทุนพัฒนาในตอนนี้ บางทีอาจจะได้เร็วกว่ากำหนดก็ได้

ซูข่านเองก็ยินดีที่จะลงทุนในเรื่องพวกนี้เช่นกัน

หากว่าพัฒนาสมาร์ทโฟนออกมาได้ก่อนเป็นเจ้าแรก ก็สามารถตีตลาดไปทั่วโลกได้ก่อนคู่แข่งคนอื่น

รู้ไหมว่าส่วนแบ่งทางการตลาดของสมาร์ทโฟนสูงกว่าหมื่นล้านในแต่ละปีเลยทีเดียว

ในบางปีได้มียอดขายสูงจนทะลุ 2 แสนล้านก็มี

ถ้ามีก่อตั้งบริษัทที่สามารถครอบครองส่วนแบ่งทางการตลาดนี้ได้สัก 10% ละก็ บริษัทนั้นก็จะมียอดขายประจำปีเป็นหมื่นล้านทุกปี

คนจีนเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกอเมริกาหรือพวกคนยุโรปเลย หากว่ามีเงินทุนให้สำหรับพวกเขาวิจัยและพัฒนา ผลิตภัณฑ์ต่างๆในประเทศจีนก็สามารถสู้กับคนอื่นได้หมดทั้งโลก

และยิ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากคนจีนด้วย มีเหรอที่คนจีนจะไม่สนับสนุน เว้นซะแต่ผลิตภัณฑ์นั้นห่วยจริงๆ นอกจากไม่สนันสนุนแล้วจะโดนซ้ำเติมอีกด้วย

อย่างไรก็ตามที่ว่ามาทั้งหมดนั้นจะสูญเปล่าทันที หากว่าเริ่มทุกอย่างช้าก่อนคนอื่น เพราะฉะนั้นแล้ว ต้องเตรียมตัวล่วงหน้าสำหรับเรื่องพวกนี้ให้เต็มที่

ซูข่านมองไปยังหยางไท่เฉียนและก็ได้พูดต่อ

"นายพยายามเลือกพวกนักศึกษาที่เป็นคนจีนหน่อยนะ แล้วก็อย่าลืมคัดระดับหัวกะทิด้วยล่ะ"

หยางไท่เฉียนรู้สึกสงสัยเล็กน้อย แต่ก็ได้ตอบรับไป

"ได้ครับเจ้านาย ผมจะเลือกนักศึกษาจีนก่อนเป็นอันดับแรกเลย"

ซูข่านพยักหน้า

เหล่าคนจีนที่ได้มีโอกาสไปเรียนต่อเมืองนอกนั้น ส่วนมากจะอยู่ที่นั่นเลย ไม่ค่อยมีใครกลับประเทศกันเท่าไหร่

ค่าครองชีพของประเทศจีนกับประเทศอื่นนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว

คนที่กลับมายังประเทศนั้นจะต้องมีจิตใจที่มุ่งมั่นและรักบ้านเกิดอย่างมาก

แต่ในบรรดาเหล่าคนจีนที่ได้ไปเรียนต่อต่างประเทศและไม่ยอมกลับประเทศนั้น หลายต่อหลายคนก็เป็นคนที่มีชื่อเสียงมาก

เรียกได้ว่าแทบจะทุกวงการจะต้องมีคนจีนติดอันดับตลอด

ถึงแม้ว่าพวกนักศึกษาจะไม่มีความคิดที่จะกลับประเทศ แต่ซูข่านก็ยังอยากจะสนันสนุนคนพวกนี้อยู่ดี

หากว่าเงินเดือนของที่ประเทศจีนเท่ากับประเทศในยุโรป มีเหรอที่พวกเขาจะไม่ยอมกลับมา

"นายต้องการเงินเท่าไหร่ก็ทำรายงานไปที่ว่านเซี่ยงกรุ๊ปซะ ฉันจะให้จางหม่านอนุมัติให้เร็วที่สุด"

ซูข่านพูดช้าๆ

"ครับเจ้านาย ขอบคุณมากครับ"

หยางไท่เฉียนพยักหน้าด้วยความเคารพ

"นายทำงานของนายได้ดีมาก ฉันหวังน่าจะรักษามาตรฐานนี้ของนายเอาไว้เรื่อยๆนะ"

"ผมจะไม่ทำให้เจ้านายผิดหวังแน่นอนครับ"

หยางไท่เฉียนพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรีม

เมื่อมองไปที่หยางไท่เฉียนที่พูดออกมาด้วยความมั่นใจ ซูข่านก็แอบหัวเราะในใจเล็กน้อย ก่อนหน้านี้เขายังทำตัวเกร็งๆอยู่เลย

แต่ทุกอย่างที่ได้มานั้นต้องขอชมหยางไท่เฉียนจริงๆ เขาเป็นคนที่ทำงานได้ดีเลยทีเดียว สมแล้วที่จางหม่านเลือกมาด้วยตัวเธอเอง

ซูข่านยิ้มออกมาด้วยพึงพอใจ