ตอนที่ 260

ซูข่านได้พูดต่อว่า

"นายกลับไปเตรียมตัวได้แล้ว อีกไม่กี่วันเดี๋ยวนายจะต้องเดินทางไปยังตะวันออกเฉียงเหนือล่ะ"

"ครับพี่สาม"

เจิงฮัวเฉียงพูดด้วยความตื่นเต้น

"หมิงเฉียง!! เข้าไปในห้องฉันและหยิบเงิน 200 หยวนมาให้กับเจิงฮัวเฉียงหน่อย"

"ครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงพยักหน้าแล้วหันหลังเดินเข้าไปในบ้าน

ไม่นานซงหมิงเจียงก็เดินออกมาพร้อมกับเงิน 200 หยวน จากนั้นเขายื่นมันให้กับเจิงฮัวเฉียง

เจิงฮัวเฉียงมือสั่นมาก นี่เป็นเงินสดเยอะที่สุดในชีวิตที่เขาเคยถือมา

"ขอบคุณมากครับพี่สาม ขอบคุณมากครับ"

"ไปได้แล้ว"

ซูข่านโบกมือไล่

จากนั้นซงหมิงเจียงก็ได้เดินออกไปพร้อมกับเจิงฮัวเฉียง ตอนนี้ที่สวนหน้าบ้านของซูข่านเหลือเพียงเฒ่าหลี่กับซูข่านที่นั่งอยู่เท่านั้น เฒ่าหลี่ไปมองไปยังซูข่านและพูดกับเขาเบาๆ

"เด็กที่สร้างกงเมิงล็อคคนนี้นั้น ฝีมือของเขาใกล้เคียงกับช่างไม้ที่ผมรู้จักอยู่คนหนึ่งเลย"

"เขาอายุน้อยก็จริงอยู่ แต่ทักษะของเขาดูเก่งเกินวัยไปแล้ว"

ซูข่านพยักหน้าเห็นด้วยกับเฒ่าหลี่

นานๆจะได้ยินเฒ่าหลี่พูดอะไรที่มันมีสาระออกมาบ้าง ไม่ใช่เอาแต่พูดแซวเขาอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่ไม่ได้ยินเฒ่าหลี่ชมใครมาแบบนี้มานานมากแล้ว

"ผมมีความคิดหนึ่งอยู่"

เฒ่าหลี่มองไปที่ซูข่านด้วยสายตาที่จริงจังเป็นพิเศษ

"ความคิด?"

ซูข่านประหลาดใจมาก ปกติเฒ่าหลี่ไม่ใช่คนที่ทำอะไรจริงจังขนาดนี้ ทำไมครั้งนี้เขาดูเหมือนจะกระตือรือล้นเป็นพิเศษ

"ของเก่าที่นำมานั้นส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นพวกเครื่องเรือนหรือว่าเครื่องครัวต่างๆ มีทั้งที่ทำจากกระเบื้อง ดินเผา หรือแม้แต่กระทั่งไม้"

"ของพวกนี้มีประวัติศาสตร์มายาวนาน บางชิ้นก็หลายสิบปี บางชิ้นก็หลายร้อยปี จนไปถึงพันปีก็ยังมี"

เฒ่าหลี่พูดถูก ของเก่าที่อยู่ในบ้านซูข่านนั้นไม่ได้มีแต่พวกที่อายุสิบปีกับร้อยปีอย่างเดียว ยังคงมีของเก่าหรือวัตถุโบราณที่มีอายุร่วมพันปีอยู่ด้วย

ของพวกนี้จะถูกนับเป็นมรดกระดับโลกยังได้เลย

"โดยเฉพาะพวกที่เป็นวัตถุโบราณประเภทไม้ ของพวกนี้จะไม่ได้มีอายุยืนนานเท่ากับพวกดินเผาหรือว่าพวกหิน โดยรวมแล้วมันก็ยังแข็งแรงดีอยู่แต่ก็มีบางมุมที่หักหรือว่าพังไปเลยก็มี"

"ผมเลยมีความคิดว่าอยากจะซ่อมแซมพวกมุมที่หักหรือพังเหล่านั้น"

ซูข่านหรี่ตาลงเล็กน้อยและมองไปยังเฒ่าหลี่ เฒ่าหลี่พูดมาแค่นี้เขาเองก็รู้จุดประสงค์ของเฒ่าหลี่ได้ทันที

"เฒ่าหลี่อยากให้เจิงฮัวเฉียงมาช่วยซ่อมใช่ไหม?"

"ใช่แล้ว"

เฒ่าหลี่พยักหน้า

"ผมคิดว่าเขาเป็นคนที่ซื่อสัตย์มากๆ ไหนจะยังเป็นคนรู้จักของซงหมิงเจียงอีก ฝีมือทักษะด้านไม้ของเขาก็อยู่ในระดับที่ดีใช้ได้เลยทีเดียว หากว่าผมยังไม่แก่ผมก็คิดว่าจะซ่อมมันด้วตัวเองอยู่หรอก"

"ผมเลยอยากให้เจิงฮัวเฉียงมาใช้ทักษะความสามารถของเขาในการซ่อมวัตถุโบราณประเภทไม้พวกนี้ แต่ผมก็อยากจะถามความเห็นก่อน"

"ไม่มีปัญหา"

ซูข่านตอบอย่างรวดเร็ว

"ตอนนี้เจิงฮัวเฉียงต้องไปทำงานที่ตะวันออกเฉียงเหนือ ฉันคิดว่าเขาน่าจะกลับมาต้นปีหน้า พอถึงตอนนั้นค่อยให้ช่วยเฒ่าหลี่ได้ไหม?"

"ได้สิ"

เฒ่าหลี่ตอบด้วยรอยยิ้ม

"ถึงเขามาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะซ่อมได้เลย ผมต้องเตรียมวัสดุพิเศษให้กับเขาก่อน ถ้าปีหน้าผมคิดว่าผมน่าจะเตรียมให้เขาทันพอดี"

"โอเค เดี๋ยวฉันจะบอกเจิงฮัวเฉียงให้เฒ่าหลี่เอง"

จากนั้นเฒ่าหลี่ก็ยกถ้วยชามาจิบจนหมดแล้วลุกขึ้นยืนและตรงดิ่งไปยังหลังบ้านทันที ก่อนจะไปเขาก็โบกมือลาซูข่านเล็กน้อย

ซูข่านมองดูก็ยิ้มและส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้

จุดประสงค์ที่เฒ่าหลี่ออกมาจากของเก่าหลังบ้าน อาจเป็นเพราะเขาต้องการคนไปช่วยซ่อมดูแลของเก่าพวกนั้นนั่นเอง

เขายังคงให้ความสำคัญกับของเก่าพวกนี้ราวกับเป็นของเขาจริงๆ โชคดีจริงๆที่ได้ช่วยเฒ่าหลี่ไว้ในคืนวันนั้น ไม่อย่างงั้นความรู้ความสามารถของเฒ่าหลี่ก็อาจจะหายไปจากโลกนี้ก็ได้

จะมีสักกี่คนที่มีความรู้เรื่องวัตถุโบราณมากขนาดนี้ แถมยังรู้จักวิธีทะนุบำรุงรักษาอีกต่างหาก

ซูข่านสามารถปล่อยให้เฒ่าหลี่จัดการของเก่าของเขาได้อย่างเต็มที่ เขาไว้ใจความสามารถของเฒ่าหลี่เป็นอย่างมาก

แต่ก็มีแค่เรื่องวัตถุโบราณอย่างเดียวที่ซูข่านไว้ใจ บางเรื่องเฒ่าหลี่ก็ชอบมาทำให้เขาปวดหัวไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงรอบๆตัว

หลังจากนั้นผ่านไปประมาณ 3 วัน เจิงฮัวเฉียงก็ได้มาที่บ้านของซูข่านพร้อมกับหลี่เจียงเฝิง พวกเขาพร้อมที่จะเดินทางไปยังตะวันออกเฉียงเหนือกันแล้ว

การเดินทางไปยังตะวันออกเฉียงเหนือครั้งนี้ คาดว่าจะกินเวลานานเป็นเวลาหลายเดือน พวกเขาทั้งคู่อาจจะได้กลับมาช่วงหลังปีใหม่พอดี

ส่วนไทเกอร์และเสี่ยวจุนเอง พวกเขายังคงต้องวางรากฐานธุรกิจให้แข็งแรงซะก่อน หากว่าดำเนินการไปได้ครึ่งๆกลางๆแล้วหยุดกลับบ้านนั้น อาจจะทำให้ธุรกิจของซูข่านต้องพังลงก็เป็นได้

ตอนนี้ซูข่านกำลังดูสูเจิ้งเหมาที่กำลังออกทีวีอยู่ เขากำลังถูกสัมภาษณ์ลงในรายการข่าวที่ออกฉายทั่วประเทศตอน 19.00 น.

ในรายการทีวีนี้มีกระทั่งผู้บริหารต่างๆและวิชาการเข้าร่วมมากมาย ซูข่านได้มองดูก็ยิ้มอยู่ภายในใจ

ตอนนี้สูเจิ้งเหมากำลังไปได้สวยเลยทีเดียว ครอบครัวของเขาที่อยู่ในเซียงเจียงจะต้องภูมิใจในตัวสูเจิ้งเหมาอย่างมากถ้ารู้ข่าวพวกนี้

อาคารซิงซีที่กำลังจะสร้างนั้นถูกยอมรับจากภาครัฐและภาคเอกชนทั่วประเทศ นี่จะกลายเป็นสิ่งเชิดหน้าชูตาให้กับประเทศจีนในยุคต่อมา

สองวันถัดมาได้มารถคันหนึ่งมาจอดที่หน้าบ้านซูข่าน ซูข่านที่นั่งอยู่ที่หน้าบ้านก็เห็นซงหมิงเจียงเป็นคนขับรถคันนั้น

ไม่นานร่างของสูเจิ้งเหมาก็เปิดประตูรถตู้ลงมาและเดินเข้ามาในบ้านของซูข่าน เขาสวมชุดสูทที่ดูเข้ากับหุ่นของเขา

ซูข่านเองภาพนี้แล้วก็อยากจะหัวเราะออกมา สูเจิ้งเหมาคนนี้นั่งรถหรูตลอดในตอนอยู่ที่เซียงเจียงและเผิงเฉิง แต่การมาในหนานจิงนั้นสูเจิ้งเหมาเองต้องนั่งรถธรรมดาเพื่อไม่ให้คนอื่นจับสังเกตได้

สูเจิ้งเหมามองดูก็เห็นซูข่านนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่จึงรีบเดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว

"สวัสดีครับคุณซู"

สูเจิ้งเหมาทักทายซูข่านอย่างมีความสุข

ซูข่านพยักหน้าให้กับสูเจิ้งเหมา

เมื่อวันก่อนสูเจิ้งเหมายังอยู่ในรายการทีวีอยู่เลย แต่วันนี้เขากลับได้เดินทางมาอยู่ที่หนานจิงแล้ว

เขาอาจจะมาที่นี่สัก 2-3 วันเพื่อทำธุระอะไรบางอย่างก่อนจะออกเดินทางอีกครั้ง

"นายจะอยู่ที่นี่กี่วันล่ะ 2-3 วันเหรอ?"

"ไม่ครับ"

สูเจิ้งเหมารีบตอบทันที

ซูข่านได้ยินก็ประหลาดใจขึ้นมา