ตอนที่ 423

ประตูบานใหญ่ได้เปิดออก และรถเบนท์ลีย์ก็ได้ขับเข้าไปข้างใน ไม่นานรถก็ได้หยุดและซูข่านก็ลงจากรถ

"ยินดีต้อนรับค่ะคุณซู"

คนที่ทำงานในบ้านของซูข่านได้ยืนเรียงรายกันและกล่าวต้อนรับซูข่านพร้อมกัน

"ไปทำงานของพวกคุณต่อเถอะ และฉันไม่ต้องการอะไรแบบนี้เวลาที่ฉันมาที่นี่อีก"

ซูข่านโบกมือและพูดกับเหล่าคนงานในบ้านของซูข่าน

เขาไม่ชอบแนวต้อนรับแบบนี้เลย มันดูเสแสร้างเกินไป เอาเวลายืนรอเข้าแถวไปทำงานอย่างอื่นดีกว่าตั้งเยอะ

เมื่อเห็นเหล่าคนงานเดินแยกย้ายกันไป ซูข่านก็มองไปยังสวน

ดอกไม้ พุ่มไม้และต้นไม้ถูกดูแลเป็นอย่างดี ทุกอย่างดูสวยงามและเป็นระเบียบ

ที่สระว่ายน้ำก็เห็นน้ำที่ใสจนมองไปถึงก้นสระได้ ตัวสระเองก็ถูกทำความสะอาดอย่างดี พื้นที่รอบๆสระก็แทบไม่มีตระไคร้น้ำมาเกาะเลยสักนิด

ซูข่านพยักหน้าด้วยความพึงพอใจเมื่อมองรอบๆบ้าน

หลู่เฉียนซานที่ลงรถตามมาที่หลังก็ได้อธิบายช้าๆ

"ที่บริษัทได้ส่งคนมาตรวจที่บ้านหลังนี้ทุกอาทิตย์ค่ะ"

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย

จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในตัวบ้านไปยังห้องรับแขก ห้องรับแขกของบ้านหลังนี้มีเนื้อที่ใหญ่มาก ระหว่างที่ซูข่านกับหลู่เฉียนซานเดินเข้ามานั้น พวกเขาทั้งสองก็ได้ยินเสียงรถหยุดลงที่ข้างนอก

"ตึกๆๆ"

ไม่ช้าก็มีเสียงเท้าเดินอย่างเร่งรีบเข้ามาภายในห้อง

"พี่สามครับ"

ซงหมิงเจียงได้เดินเข้ามาอย่างรวดเร็วและก้มหน้าลงเล็กน้อย

"เรียบร้อยไหม?"

ซูข่านชำเหลืองไปยังซงหมิงเจียงและถามเบาๆ

"เรียบร้อยครับ"

ซงหมิงเจียงพยักหน้าและพูดต่อว่า

"เป็นปาปารัซซี่จริงๆด้วยครับ เขาเห็นคุณหลู่ที่ท่าเรือกำลังมารอรับใครอยู่ ปาปารัซซี่เลยตามมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นและถ่ายรูปพวกเราตลอดทางเลยครับ"

"ขอโทษด้วยค่ะ เป็นเพราะฉันเจ้านายเลยต้อง…"

หลู่เฉียนซานยืนขึ้นและก้มหัวลงก่อนจะกล่าวขอโทษ

"ไม่เป็นไร นั่งลงเถอะ"

ซูข่านส่ายหัวและมองที่หลู่เฉียนซานก่อนจะพูดช้าๆ

"เธอกับจางหม่านไปจ้างบอดี้การ์ดหญิงกันได้แล้ว อย่าเสียดายเงินกับเรื่องแค่นี้เลย ตอนนี้ว่านเซี่ยงกรุ๊ปกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ เราไม่รู้หรอกข้างนอกมีใครคิดไม่ดีกับพวกเราบ้าง"

พวกคนร้ายมันไม่เลือกวิธีการเท่าไหร่หรอก พวกนี้มันทำทุกอย่างได้เพื่อเงินอยู่แล้ว ต่อให้เป็นเรื่องผิดกฏหมายหรือไร้มนุษยธรรมแค่ไหนพวกนี้ก็ไม่เว้น

หากว่าเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นกับพวกเธอทั้งสองคน ซูข่านไม่อยากจะคิดเลยว่าว่านเซี่ยงกรุ๊ปจะเป็นยังไง ทางที่ดีเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยให้กับพวกเธอดีกว่า

"ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะนำเรื่องนี้ไปบอกกับคุณจาง"

หลู่เฉียนซานพยักหน้าและพูดอย่างรวดเร็ว

"แกร๊กๆ"

ทันใดนั้นเองซงหมิงเจียงก็ได้หยิบม้วนฟิล์มสีดำหลายม้วนออกมาแล้ววางบนโต๊ะ

"พี่สามครับ นี่คือฟิล์มของปาปารัซซี่คนนั้นทั้งหมดครับ ผมได้ค้นทั้งตัวเขาและในรถแล้วด้วย"

เป็นไปได้ว่าหลังจากที่ปาปารัซซี่ถ่ายรูปเสร็จแล้ว อาจจะเปลี่ยนฟิล์มแล้วถ่ายต่อ ดังนั้นจำเป็นต้องยึดฟิล์มทั้งหมดมาซะ ซงหมิงเจียงได้คิดแบบนี้

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

ซงหมิงเจียงและทีมงานของเขาเริ่มมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว ซูข่านรู้สึกพอใจอย่างมากในการเติบโตไปในทางที่ดีของการทำหน้าที่บอดี้การ์ด

สำหรับปาปารัซซี่ที่โดนซงหมิงเจียงยึดฟิล์มมาทั้งหมดนั้น เขาสามารถไปแจ้งตำรวจเอาเรื่องได้ แต่ต้องรู้อะไรก่อนว่าตำรวจเซียงเจียงนั้นเฉยชากับเรื่องของปาปารัซซี่มาก

เพราะภาพถ่ายที่พวกเขานำไปขายให้กับสื่อต่างๆนั้นทำให้ บุคคลๆสูญเสียมากมายอาจะเป็นล้านหรือสิบๆล้านเลยก็ได้

เงินจำนวนมากขนาดนั้นมันเทียบไม่ได้เลยกับฟิล์มราคาไม่กี่หยวน

ปาปารัซซี่ในเซียงเจียงจึงต้องทำทุกวิถีทางไม่ให้อีกฝ่ายจับได้ ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็อาจจะโดนเล่นงานและยึดฟิล์มแบบปาปารัซซี่คนที่มาถ่ายรูปซูข่านคนนี้

ซูข่านได้บอกให้คนไปต้มน้ำร้อน เขาได้เอาใบชาจากบ้านที่หนานจิงมาที่เซียงเจียงด้วย ไม่นานก็มีคนยกกาน้ำร้อนมาเทน้ำร้อนในกาน้ำชาในห้องรับแขก

หลู่เฉียนซานเพียงแค่ได้กลิ่นหอมของชาก็เผลอยิ้มออกมาทันที

ซูข่านเทชาลงในถ้วยก่อนจะหยิบขึ้นมาจิบเบาๆและพูดกับหลู่เฉียนซานว่า

"เล่าถึงสถานการณ์ธนาคารวิงออนหน่อย"

หลู่เฉียนซานวางถ้วยชาในมือลงและนั่งหลังตรงทันที เมื่อเป็นเรื่องงานแล้ว หลู่เฉียนซานดูจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

ซูข่านเห็นก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมเธอ ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่ทุ่มเทให้กับงานของเธอจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมถึงมีคนเรียกเธอว่าเจ้าหญิงหิมะ

เพราะว่ามุ่งมั่นของเธอที่มีต่องานมันช่างเหมือนกับภูเขาน้ำแข็งขนาดมหึมายังไงล่ะ ความหนาวเย็นนี้จะต้องทำให้ผู้คนหวาดกลัวและไม่กล้าเข้าใจเธอแน่

"หลังจากการพังทลายของตลาดอสังหาฯในเซียงเจียงเมื่อปีที่แล้ว ที่ดินและบ้านจำนวนมากที่เป็นทรัพย์สินของธนาคารได้กลายเป็นหนี้เสียเกือบทั้งหมดค่ะ"

"ในหมู่ธนาคารที่ว่ามานั้น ธนาคารขนาดเล็กจะเป็นพวกที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด หากธนาคารไหนไม่สามารถเคลียร์หนี้เสียออกไปได้ก็จะเริ่มขาดทุนต่อเนื่องสะสมมาเรื่อยๆ"

"ธนาคารวิงออนก็เป็นหนึ่งในธนาคารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ค่ะ ทางกรรมการของบริษัทก็เลยหาช่องทางในการขายธนาคารของพวกเรา"

ซูข่านได้ยินก็พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะพูดแทรกขึ้นมาว่า

"ทางธนาคารวิงออนไม่ได้ติดต่อมาที่ว่านเซี่ยงกรุ๊ปอย่างเดียวใช่ไหม? พวกเขาติดต่อกับบริษัทยักษ์ใหญ่รายอื่นๆในเซียงเจียงด้วยรึเปล่า?"

หลู่เฉียนซานพยักหน้าและตอบอย่างรวดเร็ว

"ใช่ค่ะเจ้านาย ว่านเซี่ยงกรุ๊ปไม่ใช่ตัวเลือกเดียวของธนาคารวิงออน พวกเขายังได้ติดต่อไปยังธนาคารฮั่งเส็ง ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ หลี่กรุ๊ป ฯลฯ อีกมากมายเลยค่ะ"

"นอกจากนี้ยังมีติดต่อบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นด้วยค่ะ"

ซูข่านไม่คิดว่าบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นจะมาสนใจธนาคารในประเทศจีนหรอก แม้ว่าเศรษฐกิจของพวกเขาจะเติบโตอย่างเร็วและขยายฐานลูกค้าไปยังทั่วโลก

แต่ธนาคารที่อยู่ในเซียงเจียงนั้นอยู่ในกับประเทศญี่ปุ่นมากเกินไป พวกเขาต้องไม่มาสนใจลงทุนกับกลุ่มประเทศที่อยู่ใกล้ๆกันหรอก

เดี๋ยวกลุ่มนักธุรกิจในเซียงเจียงก็เริ่มจะรวมตัวกันมากขึ้นนับจากนี้แล้วด้วย ขนาดบริษัทต่างชาติชื่อดังยังไม่สามารถสู้อิทธิพลของกลุ่มนักธุรกิจในเซียงเจียงได้เลย

ดังนั้นซูข่านจึงไม่กังวลเกี่ยวกับบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นเลยสักนิด

ที่ซูข่านกังวลอยู่ตอนนี้ก็คือธนาคารฮั่งเส็งในเซียงเจียงมากกว่า นี่เป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่อยู่ในระดับแนวหน้าของเซียงเจียง

ในชีวิตก่อนของซูข่านนั้น ธนาคารวิงออนก็ถูกขายให้กับธนาคารฮั่งเส็งด้วย