ตอนที่ 233

การแข่งขันด้านการลงทุนลูกค้าจะเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง การที่ธุรกิจจะทำไรได้มากได้น้อยนั้นขึ้นอยู่กลุ่มลูกค้าที่เข้ามา

นี่เป็นปีที่ก้าวหน้าไปได้อีกหนึ่งก้าว รายได้ของธุรกิจใหม่นั้นมากเกินที่คาดไว้มาก

ถึงจะยังไม่ได้หักจากต้นทุนก็ตาม แต่ยอดขายที่เยอะขนาดนี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพลักษณ์ของธุรกิจดูดีมาก มันจะช่วยทำให้ธุรกิจขนาดเล็กเริ่มหมดกำลังใจและยอมแพ้ไปในที่สุด

ลองคิดดูธุรกิจที่มียอดขายต่อวัน 40,000 กับธุรกิจที่มียอดขายต่อวัน 400 ต่างกันขนาดไหน เพราะว่ามันเป็นแค่ยอดขายไม่ได้คิดจากกำไร ยอดขาย 40,000 อาจได้กำไรไม่ถึง 20% ด้วยซ้ำ แต่ยอดขาย 400 อาจจะได้กำไรมากกว่า 60%

ซูข่านได้เห็นหลายธุรกิจที่เป็นแบบนั้นมาแล้ว บุคคลที่ธุรกิจของพวกเขากำลังไปได้สวย แต่พวกเขาไม่สามารถตามเกมของธุรกิจขนาดใหญ่ได้ ก็ได้โดนกำจัดและถูกลบออกจากประวัติศาสตร์ไป

มีธุรกิจมากมายที่ต้องพบจุดจบอย่างนี้ แม้แต่ในอุตสาหกรรมมือถือ เจ้าโลกแห่งมือถืออย่างโนเกีย ครั้งหนึ่งโทรศัพท์ของพวกเขาเคยครอบครองโลกใบนี้เอาไว้ ตอนนั้นใครๆก็พกมือถือโนเกียติดตัวตลอด

ต่อมาก็ได้มีสมาร์ทโฟนถือกำเนิดขึ้น ในเวลาเพียงไม่กี่ปีโนเกียที่เคยได้ครองตลาดทั้งโลกอยู่ก็ได้หายไปจากประวัติศาสตร์ ไม่มีใครคิดเลยว่าโนเกียที่เคยครองตลาดโลกจะต้องมาล้มละลายแบบนี้

"สมาร์ทโฟน"

ซูข่านหรี่ตาลงเล็กน้อย นี่คือตลาดที่ใหญ่ที่สุดในอนาคต ซูข่านจะไม่มีวันพลาดตลาดนี้อย่างแน่นอน

น่าเสียดายที่เทคโนโลยีในปัจจุบันยังไม่สามารทำได้ และตัวเขาเองก็ไม่ใช่ช่างเทคนิคหรือผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ซูข่านเองก็ไม่มีความรู้เกี่ยวกับสมาร์ทโฟนเลย

ทั้งหมดที่ซูข่านรู้ก็มีเพียงเทคโนโยลีหน้าจอสัมผัสหรือทัชสกรีนเท่านั้น นอกนั้นซูข่านไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ดังนั้นซูข่านจึงอยากได้บริษัทที่เริ่มต้นเกี่ยวกับระบบของสมาร์ทโฟน บริษัทเหล่านั้นเพิ่งจะเริ่มเป็นสตาร์ทอัพเท่านั้น

ในยุคนี้แนวคิดของสมาร์ทโฟนยังคงเป็นจินตนาการของนิยายไซไฟหรือในภาพยนตร์แค่นั้นเอง

ใครมันจะไปรู้ว่าโทรศัพท์มือถือจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้ มันใช้งานได้ทั้งสะดวกและรวดเร็ว

ตอนนี้ซูข่านหวังว่าเมื่อถึงเวลา สมาร์ทโฟนของเขาจะต้องใช้งานได้ดีกว่ารุ่นอื่นๆทุกรุ่น มันถึงจะน่าสนใจกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป

หลังจากที่แอปเปิ้ลได้เปิดตัวโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ถึงแม้ว่าจะลงทุนไปหลายหมื่นล้านแต่กลับไม่ได้ส่วนแบ่งทางการตลาดอะไรเลย

มูลค่าของบริษัทพวกเขาก็จะเริ่มลดลงเหลือเพียงสำหรับอุปกรณ์เท่านั้น แล้วส่วนไหนที่ได้กำไรมหาศาล? แน่นอนต้องเป็นส่วนที่ถือสิทธิบัตรเหล่านั้นอยู่แล้ว

ตอนนี้ซูข่านกำลังเตรียมสร้างบริษัทที่ดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิบัตรที่จดทะเบียนในต่างประเทศอยู่

การที่จางหม่านไปที่อเมริกาก็เพื่อทำการนี้โดยเฉพาะ

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้วเขาก็นึกถึงจางหม่าน เธอที่ได้ไปอเมริกาได้เกือบเดือนแล้ว เธอน่าจะทำการตกลงธุรกิจกับทางไมโครซอร์ฟและแอปเปิ้ลเรียบร้อย

ขณะเดียวกับบนดินแดนของสหรัฐอเมริกา

ณ สำนักงานของบริษัทเฉียนฟ่าน จางหม่านได้นั่งอยู่ถัดจากเก้าอี้ตำแหน่งประธานอยู่

"ท่านประธานจางคะ"

หลี่เสว่เอ๋อในชุดสูทก็ได้มองจางหม่านด้วยสายตาที่ไม่มั่นใจ

"วันนี้ท่านประธานจะกลับเซียงเจียงจริงๆเหรอคะ"

หลี่เสว่เอ๋อกับจางหม่าน ทั้งสองคนเดินทางมาจากเซียงเจียงมาที่สหรัฐอเมริกาแห่งนี้ หลี่เสว่เอ๋อเองก็เพิ่งรู้ว่าชายหนุ่มที่มากับประธานจางคือเจ้าของบริษัทว่านเซี่ยงที่แท้จริง

เหตุผลที่เธอรู้เรื่องนี้เพราะการมาอเมริกา ชายคนนั้นต้องการจะก่อตั้งบริษัทเพื่อลงทุนในประเทศนี้โดยเฉพาะ

ตอนนั้นเองที่หลี่เสว่เอ๋อได้ล่วงรู้ความจริงของเบื้องหลังบริษัทว่านเซี่ยงแห่งนี้ แต่เดิมเธอคิดว่าจางหม่านที่เป็นประธานคือเจ้าของบริษัทมาโดยตลอด

ชื่อที่ก่อตั้งก็คือบริษัทเฉียนฟ่าน นี่เป็นบริษัทแห่งแรกที่ก่อตั้งนอกอาณาเขตของประเทศจีน เธอได้รับมอบหมายจากจางหม่านให้รับผิดชอบดูแลบริษัทแห่งนี้

ทุนจดทะเบียนของบริษัทนี้คือ 50 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ มันเป็นมูลค่าที่มากกว่าบริษัทหลายแห่งด้วยซ้ำ

และในเดือนที่ผ่านมา งานที่เจ้านายใหญ่ของพวกเธอได้มอบหมายเอาไว้ก็ได้ทำเสร็จสิ้น พวกเธอทำการติดต่อกับแอปเปิ้ลและไมโครซอร์ฟเรียบร้อยแล้ว

นี่คือบริษัทสองแห่งแรกที่ได้ลงทุนโดยใช้ชื่อของบริษัทเฉียนฟ่าน ผู้ประกอบการต่างให้ความสนใจการลงทุนทั้งสองอย่างมาก

เพราะหลังจากการก่อตั้งบริษัทแล้ว บริษัทเฉียนฟ่านก็ได้ใช้เงินไปหลายล้านในการซื้อหุ้นไมโครซอร์ฟกับแอปเปิ้ล

"ใช่"

จางหม่านพยักหน้า

"เราลงทุนไมโครซอร์ฟด้วยเงินจำนวนมากไปแล้วโดยแลกกับหุ้น 15% ตราบใดที่ไมโครซอร์ฟมีโครงการอะไรต้องการขยายใหม่ เราก็จะอัดฉีดทุนเพิ่มต่อเนื่อง"

ซูข่านได้บอกให้จางหม่านใช้เงินก้อนนี้อยู่แล้ว ผู้ก่อตั้งไมโครซอร์ฟดูเป็นคนที่ประหลาดจริงๆ

ถ้าเทียบกับทางแอปเปิ้ลแล้ว ที่นั่นสามารถซื้อได้ง่ายกว่าไมโครซอร์ฟเยอะ

จางหม่านหวังว่าผลลัพธ์นี้จะต้องไม่ทำให้เจ้านายผิดหวัง เจ้านายของเธอดูตั้งความหวังกับทั้งสองบริษัทนี้สูงมาก

ถึงแม้ว่าจะได้หุ้นของพวกเขามาถือในมือแล้ว ตราบใดที่ยังมีโอกาสในอนาคตเธอก็ยังต้องการให้บริษัทเฉียนฟ่านอัดฉีดทุนเข้าไปอีก เพราะนี่เป็นคำสั่งที่มาจากปากของเจ้านายเอง

ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันเจ้านายถึงต้องการบริษัททั้งสองแห่งนี้มาก แต่จางหม่านก็ได้นึกถึงความสามารถอันน่ากลัวของซูข่าน

สิ่งที่เกิดขึ้นในบริษัทว่านเซี่ยงในเวลาไม่กี่เดือน มันอธิบายได้ยากกว่าการสอบเพื่อเรียนจบอีก

"เธอเคยเรียนที่นี่มา 2-3 ปีแล้ว เธอคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมฝั่งนี้มากกว่าพวกเรา ดังนั้นการที่เธอเป็นคนรับผิดชอบในการดูแลบริษัทที่นี่ มันทำให้ฉันกับเจ้านายสบายใจด้วย"

จางหม่านหันไปพูดกับหลี่เสว่เอ๋อด้วยรอยยิ้ม

หลี่เสว่เอ๋อเองก็เคยทำงานร่วมกับจางหม่านมา จางหม่านเองก็รู้ประสิทธิภาพของลูกน้องเธออยู่ เธอมั่นใจว่าหลี่เสว่เอ๋อจะต้องทำบริษัทเฉียนฟ่านให้เติบโดได้อย่างรวดเร็วแน่ๆ

ในอนาคตตัวหลี่เสว่เอ๋อเองก็อาจะมีสิทธิพูดคุยกับเจ้านายมากกว่านี้ เพราะตอนนี้เธอได้กลายมาเป็นลูกน้องของเจ้านายเต็มตัวแล้ว

แต่ตัวตนของเจ้านายนั้นยังคงลึกลับและสูงส่งอยู่ การที่จางหม่านเองได้ทำงานกับซูข่านมานาน แต่เธอก็รู้จักซูข่านแค่เพียงตัวตนภายนอกเท่านั้น ยังคงมีหมอกที่หนาปิดบังตัวตนของเขาอยู่

เมื่อคิดถึงความน่ากลัวของซูข่านแล้ว จางหม่านก็เชื่อมั่นว่าสิ่งที่เขากำลังเล็งอยู่ที่นี่ต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ

หลังจากที่คิดจบแล้วจางหม่านก็ได้หยิบโน้ตขึ้นมาจากกระเป๋าข้างเธอๆ จากนั้นเธอก็ได้ยื่นมันให้กับหลี่เสว่เอ๋อ

"นี่คือบริษัทที่เจ้านายสนใจ ถ้าเธอมีโอกาสก็ลงทุนในบริษัทเหล่านี้ซะ"

"ไม่เกี่ยงเรื่องจำนวนเงิน ขอแค่ได้มีหุ้นส่วนอยู่ในบริษัทเหล่านี้ก็พอ"

จางหม่านได้สั่งเสียงเข้ม

หลี่เสว่เอ๋อหยิบกระดาษขึ้นมาดูด้วยความสงสัย บางชื่อในกระดาษเธอก็รู้จัก แต่บางชื่อก็เป็นชื่อที่ดูไม่คุ้นตาของเธอเลย