ตอนที่ 265

ซูข่านอ่านทวนอีกรอบเพื่อความแน่ใจ และเขาเองตะลึงที่ข้อความนั้นเป็นความจริง

ราคาของหุ้นแอปเปิ้ลมันสูงกว่าชาติที่แล้วจริงๆด้วย เขาจำได้ราคาของหุ้นแอปเปิ้ลมันน้อยกว่านี้ประมาณ 3 เท่า

โดยรวมแล้วมันสูงกว่าเดิมอีกตั้ง 1 ดอลลาห์ และทีมงานของแอปเปิ้ลเองก็ได้เปลี่ยนไปจากเดิมด้วย ดูเหมือนจะเกิดเรื่องอะไรบางอย่างในช่วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา

แต่โชคดียังดีที่การเปลี่ยนแปลงพวกนี้มันยังแตกต่างจากเดิมแค่เล็กน้อยเท่านั้น โชคตะชาที่ซูข่านได้เปลี่ยนมันไม่ได้แตกต่างจากเดิมไปสักเท่าไหร่

เช่นเดียวกับคลื่นในมหาสมุทรแปซิฟิกที่ซัดเข้าสู่ชายฝั่ง มันสามารถซัดคลื่นให้สูงหลายเมตรได้ แต่สุดท้ายน้ำก็จะไหลคืนสู่มหาสมุทรอยู่ดี

ราคาหุ้นของแอปเปิ้ลเองก็เช่นกัน ตอนนี้มันสูงกว่าชาติก่อนก็จริงอยู่ แต่ตามหลักแล้วหุ้นของแอปเปิ้ลมันจะสูงขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงหลักร้อยดอลลาห์เลยทีเดียว จะช้าหรือเร็วหุ้นก็จะราคาขึ้นอยู่ดี

แล้วการที่บริษัทเฉียนฟ่านได้ซื้อหุ้นเพิ่มจากบริษัทแอปเปิ้ลอีก 200,000 หุ้นจนกลายเป็น 300,000 หุ้น หากว่าขายตอนนี้ก็อาจจะได้สักประมาณ 2 ล้านดอลลาห์

เงินจำนวนแค่นี้มันไม่ได้มีความหมายอะไรกับซูข่านเลยแม้แต่น้อย แต่ถ้าในเรื่องของการลงทุนแล้วบริษัทเฉียนฟ่านก็จะทำกำไรได้อย่างมหาศาลเลย

อย่างไรก็ตามการที่บริษัทเฉียนฟ่านเองได้ซื้อหุ้นของบริษัทแอปเปิ้ล และหุ้นของแอปเปิ้ลก็ได้ขึ้นทันทีหลังจากนั้นไม่กี่วัน ทำให้บริษัทหลักทรัพย์ต่างๆจับตามองมาที่บริษัทเฉียนฟ่านกันยกใหญ่

สำหรับบริษัทที่ทำเกี่ยวกับการลงทุนนั้น วิสัยทัศน์ของพวกเขาที่จะอ่านตลาดของหุ้นสำคัญมาก การลงทุนเองไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่ใครก็สามารถทำตามกันได้ ต้องใช้ไหวพริบและประสบกาณณ์พอสมควร

ผู้คนในยุคหลังที่สนใจเริ่มจะหันมาลงทุน ส่วนมากก็มักจะไปลงทุนร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์ใหญ่ๆที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ไม่ก็ลงทุนกับพวกธนาคารต่างๆโดยส่วนแบ่งหรือค่าธรรมเนียมก็แล้วผู้ให้บริการ

ยกตัวอย่างเช่นธนาคารชื่อดังอย่างโกลด์แมน ซาคส์(Goldman Sachs) แม้ว่าค่าธรรมเนียมในการซื้อขายหุ้นกับทางโกลด์แมนจะไม่ได้ดีเหมือนกับธนาคารเจ้าอื่น แต่ก็ยังมีนักลงทุนมากมายต่างต้องการเล่นผ่านทางโกลด์แมนทั้งนั้น

น่าเสียดายมากที่ในวงการนี้ไม่ค่อยมีคนจีนอยู่ กระทั่งในทศวรรษที่ 1990 หรือ 2000 เองก็ตาม มีอยู่เพียงจำนวนหยิบมือเดียวเท่านั้น

แนวคิดเรื่องการลงทุนยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมกันเท่าไหร่ในประเทศจีน คนในประเทศตอนนี้มักจะคิดว่างานอะไรที่ได้เงินเยอะที่สุดนั่นคือดี พวกเขาไม่รู้จักการลงทุนอะไรนั่นเลยแม้แต่นิด

แต่ต่อมาไม่นานก็จะมีเศรษฐีผู้มีอำนาจคนหนึ่ง เขาได้พูดถึงเรื่องราวชีวิตของเขาที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และเล่าถึงตอนที่เขาไต่เต้าขึ้นมาจนกลายมาเป็นเศรษฐีได้

เขาได้เดินทางพูดประโยคนี้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนนับไม่ถ้วน เขาบอกว่าการลงทุนนี่แหละคือทางที่ดีที่สุดแล้ว

บางคนก็ได้ลาออกจากงานประจำเพื่อมาลงทุนแบบเศรษฐีคนนี้ บางคนก็ประสบความสำเร็จ บางคนก็ล้มเหลวจนต้องกลับไปสมัครงานใหม่ นี่ก็เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมาแล้ว

ซูข่านยิ้มเล็กน้อยเมื่อคิดถึงเรื่องพวกนี้

ในอีกไม่กี่ข้างหน้านี้ กลุ่มนักลงทุนที่มาจากเมืองจีนก็จะสามารถลงทุนผ่านทางบริษัทเฉียนฟ่านได้แล้ว

ในอนาคตเองเหล่ากลุ่มผู้นำในโลกแห่งการลงทุน พวกเขาเองก็จะมีชื่อเสียงจนกระทั่ง…

เมื่อครุ่นคิดถึงเรื่องนี้แล้วซูข่านก็ตัวสั่นเล็กน้อย

จนกระทั่งพวกเขาได้เริ่มสร้างอะไรใหม่ๆเป็นของตัวเองหรือไปซื้อกิจการต่อจากคนอื่น

ซูข่านรีบอ่านโทรเลขต่อทันทีเพราะว่ามันมีรายละเอียดข่าวของทางอเมริกาอีกด้วย แล้วซูข่านเองก็เจอบริษัทสัญชาติอเมริกาอีกหลายชื่อที่เพิ่งจดทะเบียน

ชื่อพวกนี้มันดูคุ้นเคยเล็กน้อย บริษัทที่ส่วนใหญ่ที่โดนซื้อกิจการไปก็มักจะโดนเปลี่ยนอยู่แล้ว ยกเว้นบริษัทที่มีชื่อเสียงตั้งแต่ก่อตั้งเลย

ก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูหนาว บริษัทเหล่านี้ต้องการเงินมหาศาลเพื่องานวิจัยของพวกเขา มันเป็นเรื่องที่บ้ามากสำหรับนักลงทุนที่จะต้องลงเงินให้กับงานวิจัยที่ยังไม่มีผลลัพธ์อะไรแน่นอน

แต่ช่วงเวลาฤดูหนาวนี่แหละเหมาะต่อการทำงานวิจัยที่สุดแล้ว หลายผลิตภัณฑ์ๆต่างๆก็ชอบจะเปิดตัวและขายกันในฤดูหนาว ส่วนยอดขายที่เปิดตัวในฤดูหนาวก็มักจะขายได้ดีกว่าเปิดตัวในฤดูใบไม้ผลิอีกด้วย

โดยบริษัทที่มีแววน่าสนใจทั้งหลาย พวกเขามักจะมีผลิตภัณฑ์ที่วิจัยเสร็จแล้ว ไม่ก็มีเทคโนโลยีเด็ดๆอยู่

ซูข่านอ่านโทรเลขจนถึงบรรทัดสุดท้ายแล้วเขาก็ได้คิดกับตัวเอง

"ดูเหมือนว่าจะต้องซื้อหุ้นแอปเปิ้ลอีกสัก 50,000 หุ้นในตอนที่ตลาดเปิด"

ถ้าซื้อเพิ่มอีก 50,000 เท่ากับว่าบริษัทเฉียนฟ่านก็จะถือหุ้น 350,000 ของบริษัทแอปเปิ้ล ถึงมันจะเทียบไม่ได้กับจำนวนหุ้นแอปเปิ้ลขายไปทั้งหมดก็เถอะ

และยังเทียบไม่ได้กับพวกโกลด์แมนหรือว่าโบรกเกอร์รายใหญ่อื่นๆอีก น่าเสียดายครั้งนี้มีหุ้นอีกเป็นพันๆตัวเลยที่น่าจะลงทุนตอนนี้

ซูข่านได้สั่งเน้นย้ำกับทางหลี่เสว่เอ๋อว่าห้ามขายหุ้นของแอปเปิ้ลเด็ดขาก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

หากว่าทางบริษัทเฉียนฟ่านเป็นอะไรขึ้นมาทางบริษัทว่านเซี่ยงที่อยู่ในฮ่องกงก็จะได้รับผลกระทบด้วย

ก่อนวิกฤตฟองสบู่มีคนจำนวนมากมีเงินที่จะลงทุนไปกับหุ้นพวกนี้มากมาย พวกเขาไม่มีปัญหาเลยที่จะซื้อด้วยราคาเท่าไหร่

แต่ถึงขายมันก็ทำกำไรไม่กี่ล้านดอลลาห์เท่านั้น จะเอาทำไมกับแค่เงินไม่กี่ล้านเอง

ซูข่านเก็บโทรเลขลงและมองไปที่จางเฉียงก่อนจะพูดกับเขาช้าๆ

"ได้ยินมาว่านายวางแผนที่จะเปิดโรงแรมงั้นเหรอ?"

ซงหมิงเจียงเองเป็นคนที่รายงานข่าวนี้กับซูข่าน จางเฉียงไม่ได้ปกปิดข่าวนี้แต่อย่างใด

เขาได้ใช้บริษัทที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่ในการเปิดโรงแรมด้วย ซึ่งซูข่านเองก็ไม่ได้จะว่าอะไรจางเฉียงหรอก

จางเฉียงเองเป็นคนที่ควบคุมช่องทางส่งสินค้าจากทางภาคใต้มายังหนานจิงก่อนจะกระจายไปยังภาคเหนือ นอกจากนี้แล้วเขายังได้สั่งสินค้าบางอย่างมาให้กับครอบครัวของเขาด้วย

แล้วดูเหมือนว่าครอบครัวของเขาจะเปิดร้านเล็กๆในหนานจิงเพื่อขายสินค้าพวกนี้ ส่วนราคาเองก็ไม่ได้บวกเพิ่มมาก

ซูข่านรู้ทุกเรื่องที่จางเฉียงไม่ได้บอกผ่านทางซงหมิงเจียง แต่เขาเลือกที่หลับตาข้างหนึ่งเท่านั้น

ในเมื่องานหลักของจางเฉียงก็สามารถทำหน้าที่ของเขาได้เป็นอย่างดี แถมไม่มีปัญหาอะไรด้วย คงไม่แปลกที่เขาจะมีแนวคิดในการหารายได้เสริมบ้าง

ซูข่านรู้สึกสนใจเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าในยุคนี้จะมีคนที่คิดเรื่องแบบนี้ได้ด้วย

การหารายได้เสริมที่ทำใกล้เคียงกับงานประจำมันก็ไม่มีอะไรหรอก แต่การเปิดโรงแรมนี้สิมันค่อนข้างแตกต่างจากเป็นคนคุมสินค้าเลย

ธุรกิจโรงแรมนั้นจะเรียกได้ว่าเป็นเสือนอนกินก็ไม่แปลก ในช่วง 20-30 ปีข้างหน้า มันเป็นธุรกิจที่หาเงินเข้ากระเป๋าได้อย่างดีเลย

ที่ไหนมีโรงแรมที่นั่นก็จะมีนักท่องเที่ยวมาอยู่แล้ว แต่ต้องเลือกสถานที่ตั้งกับการดูแลโรงเแรมให้ดีเท่านั้นเอง

แต่ในเมืองหนานจิงแห่งนี้ ผู้คนจำนวนมากได้หลั่งไหลกันเข้ามาเยี่ยมชมเมืองเก่าหรือวังเก่ามากมาย บางทีอาจจะยกขบวนกันมาที 30-50 คนเลยทีเดียว

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคณะทัวน์พวกนี้ก็มักจะจองโรงแรมที่เดียวกัน ซึ่งมันก็จะทำเม็ดเงินมหาศาลให้กับโรงแรมแห่งนั้นได้

ในธุรกิจโรงแรมนี้อาจมีมูลค่าตลาดสูงถึงหมื่นล้านหยวนได้เลย หรือไม่ก็อาจจะถึงแสนล้านหยวนได้

หนึ่งในเครือโรงแรมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดก็คือแชงกรี-ลา นี่เป็นโรงแรมระดับไฮเอนด์ที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จที่สุดที่หนึ่ง

คำว่าแชงกรี-ลานี่ดูแปลกๆไปก็จริง มันดูเหมือนเป็นชื่อของพวกตะวันตก แต่คนที่ให้กำเนิดเครือโรงแรมนี้ก็คือชายที่มาจากเมืองจีน