ตึกจงฮงจะเป็นตึกที่มีความสูงอยู่ในอันดับต้นๆของประเทศ อาจจะไม่ได้เป็นเป็นตึกที่สูงที่สุด แต่ก็ยังคงเป็นตึกที่มีความหรูหราและตั้งอยู่ในเซี่ยงไฮ้
ตึกนี้จะใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการสร้างทั้งหมด เรียกได้ว่าเป็นตึกที่ซูข่านทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจทั้งหมดของเขา
เมื่อตึกนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์ ตึกจงฮงจะเป็นตึกที่มีการรักษาความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง ซูข่านจะสามารถเก็บของเก่าต่างๆรวมไปถึงวัตถุโบราณไว้ที่นั่นได้
นอกจากนี้ตึกจงฮงยังจะติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยรุ่นใหม่อีก ซูข่านต้องการจะใช้เทคโนโลยีและคนเพื่อปกป้องของเก่าและวัตถุโบราณเหล่านี้
ประเด็นคือซูข่านไม่มีใครที่เชี่ยวชาญในการเคลื่อนย้ายของเก่าและวัตถุโบราณพวกนี้เลยนี่สิ บางทีเขาจะต้องมองหากลุ่มคนที่มีความสามารถพวกนี้ซะแล้ว
ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวมันจะเกิดความเสียหายตามมากับของเก่าได้ อายุของมันยิ่งมากๆอยู่ หากว่าดูแลไม่ดีก็อาจจะกลายเป็นขยะได้เช่นกัน
บ้านที่จะสร้างขึ้นมาใหม่ในเฟิงเหออั่ว ตราบใดที่ไม่ได้ออกแบบมาให้เป็นบ้านที่มีความหรูหราจนเกินไป คนภายนอกก็จะมองเป็นแค่บ้านหลังใหญ่เท่านั้น
แค่นี้ก็สามารถป้องกันพวกคนที่จะคิดจะมาขโมยของได้แล้วในระดับหนึ่ง แต่ยังไงก็ยังจำเป็นต้องใช้คนมาช่วยอยู่ดี ยิ่งบ้านขนาดใหญ่ขึ้น จำนวนคนที่จะต้องมาดูแลก็ต้องมากขึ้นตาม
บ้านของซูข่านปัจจุบันก็มีทีมของซงหมิงเจียงอยู่ นอกจากการรักษาความปลอดภัยภายในบ้านแล้ว ซงหมิงเจียงยังให้คนของเขาเดินอยู่รอบๆบ้านอีกด้วย
"ถ้างั้นผมติดต่อกับหัวหน้าสูเพื่อให้เขาส่งคนมาวัดขนาดและเขียนแบบก่อสร้างเลยนะครับ"
หวางเอ๋อพูดอย่างรวดเร็ว
จางเฉียงได้ยินก็พูดเสริมด้วยรอยยิ้ม
"เดี่ยวผมไปหาทีมก่อสร้างรอเลยนะครับ ถ้าแบบบ้านเสร็จแล้วจะได้เริ่มก่อสร้างบ้านได้เลย"
หวางเอ๋อหันไปมองจางเฉียงแล้วก็พยักหน้าให้เล็กน้อย จากนั้นเขาก็หันมาพูดกับซูข่านด้วยความมั่นใจ
"ภายในสิ้นปีนี้บ้านหลังนี้จะต้องเสร็จสมบูรณ์แน่นอนครับ ผมจะให้ทีมก่อสร้างทำงานล่วงเวลาด้วย แน่นอนว่าจะจ่ายค่าแรงให้พวกเขาสองเท่าสำหรับค่าล่วงเวลา"
"อืม"
ซูข่านพยักหน้าและยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย
ตราบใดที่มีเงิน สามารถซื้อได้ทุกอย่างจริงๆ แม้กระทั่งเวลาที่จะทำให้บ้านเสร็จเร็วขึ้น
หวางเอ๋อและจางเฉียง ทั้งสองคนเป็นคนที่เติบโตได้ดีสุดแล้วในบรรดาคนที่ทำงานให้กับซูข่าน นอกจากนี้ลู่กั๋วเฉียงที่อยู่เผิงเฉิงก็ทำได้ดีมากเช่นกัน ซูข่านรู้สึกพอใจกับพวกเขาเหล่านี้มาก
ที่ดินหลายร้อยไร่ที่จางเฉียงเคยคุยกับซูข่านก่อนหน้า ตอนนี้ก็ได้ถูกซื้อและเริ่มก่อสร้างโกดังสำหรับเก็บของแล้ว บางแห่งก็ใช้เป็นจุดกระจายสินค้าภายในตัวด้วย
ถึงขนาดมันจะเล็กเมื่อเทียบกับศูนย์กระจายสินค้าในยุคหลัง แต่ในยุคนี้มันก็เป็นจุดกระจายสินค้าที่ดีที่สุดในเมืองแล้ว มันเพียงพอที่จะกระจายสินค้าไปยังเมืองรอบๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สินค้าที่ถูกนำเข้าจากทางใต้จะมาพักไว้ที่จุดกระจายสินค้าก่อน จากนั้นตัวแทนที่จะนำสินค้าไปขายยังพื้นที่ของตัวเอง ก็จะมาที่จุดกระจายสินค้านี้แล้วรับของไป
มันช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ
ศูนย์กระจายสินค้าเหล่านี้ของจางเฉียง มันจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่จนเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว
ในรุ่นหลังๆ อุตสาหกรรมการขนส่งของจะเริ่มสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เรียกได้ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวัน
และตอนนี้ซูข่านก็ได้วางรากฐานสำคัญสำหรับการขนส่งไปเรียบร้อยแล้ว เป็นการนำหน้าก้าวหนึ่งอีกครั้ง
ส่วนเรื่องของหวางเอ๋อเองก็ค่อนข้างน่าสนใจไม่แพ้กัน ถ้าเสนอราคา 1 หมื่นล้านหยวนไปให้ทาง KFC พวกเขาคงจะหาว่าหวางเอ๋อเป็นคนบ้าแน่ๆแล้วปฏิเสธทันที
ทาง KFC เองหลังจากที่ได้มาเปิดสาขาในภูมิภาคนี้ พวกเขาคงเตรียมที่จะบุกตลาดประเทศจีนแต่ก็ติดปัญหาเรื่องทะเบียนการค้า
ถ้าพวกเขาจะเปิดสู้หรือมีแผนอย่างอื่น ซูข่านก็ไม่กังวลใจแม้แต่นิดเดียว
ตอนนี้ซูข่านก็มีโมเดลธุรกิจของ KFC ที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว ส่วนอีกฝ่ายก็เพิ่งจะมาถึงเอง
แม้ว่าจะเป็นแบรนด์ชื่อดังจากต่างประเทศก็ตาม แต่ตลาดภายในประเทศจีนไม่เหมือนกับตลาดประเทศอื่นนะ หากไม่มีประสบกาณณ์ก็ไม่สามารถเอาตัวรอดจากตลาดนี้ได้
นอกจากนี้ซูข่านยังมีแบรนด์ใหญ่ๆอยู่ในมืออีกมากมาย แถมตอนนี้ก็ยังมีเวลาเหลืออีกเยอะด้วย
รอดูท่าทีของ KFC ก่อนว่าพวกเขาจะรับมือกับสถานการณ์นี้ยังไงก็ไม่เสียหาย จากนั้นค่อยคิดว่าจะทำยังไงต่อก็ได้
ซูข่านไม่กลัวแผนอะไรต่างๆจาก KFC เลย ทาง KFC ก็น่าจะรู้และคงไม่ใช้เล่ห์เหลี่ยมกับซูข่านแน่
บอกได้เลยว่าถ้า KFC คิดเล่นตุกติกอะไรไม่ดีกับซูข่านละก็…
สองวันถัดมาก็ถึงวันแต่งงานของซงหมิงเจียงพอดี
กั๋วเฟ่ยได้มาที่บ้านของซูข่านตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อมาถึงเขาก็เห็นซูข่านกำลังนั่งจิบชาด้วยความสบายใจ
"พี่สามครับใกล้ได้เวลาละครับ"
กั๋วเฟยเตือนซูข่านเบาๆ
ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย เขาวางถ้วยชาลงและพูดว่า
"ไปกันเถอะ คนอื่นๆน่าจะเดินทางกันไปหมดแล้ว"
ในฐานะที่ซงหมิงเจียงทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดให้กับซูข่านมาเนิ่นนาน แม้ว่าจะไม่ใช่ตำแหน่งที่ใหญ่โตอะไร แต่เขานั้นก็มีความสนิทสนมกับซูข่านพอสมควร
หวางเอ๋อ จางเฉียง หรือคนอื่นๆที่ทำงานให้กับซูข่าน พวกเขาทั้งหลายต่างยินดีที่จะไปร่วมงานแต่งงานของซงหมิงเจียงโดยไม่ต้องมีคำสั่งของซูข่านด้วยซ้ำ
เดิมทีพวกเขาต้องการที่จะมารับซูข่านเพื่อเดินทางไปพร้อมกับ แต่ซูข่านก็ไม่ได้ต้องการอะไรแบบนั้น เขาไม่อยากจะเป็นจุดสนใจของคนในเมืองหรือที่งานแต่งสักเท่าไหร่
การที่คนไม่มีชื่อเสียงหรือตัวตนอะไรในเมืองนั่งรถมาพร้อมกับพวกหวางเอ๋อหรือจางเฉียง บอกได้เลยว่าจะต้องเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วหนานจิงแน่
"ฝากนายเอาไปให้หมิงเจียงด้วย"
ซูข่านชี้ไปยังห่อกระดาษสีแดงห่อหนึ่ง ซึ่งข้างในบรรจุเงินอยู่จำนวนมาก
ตอนแรกซูข่านจะหาซองจดหมายเล็กๆไว้สำหรับใส่เงินพวกนี้ แต่จำนวนเงินมันมากเกินไป ขนาดซองจดหมายยังไม่พอที่จะใส่เงินของซูข่าน
เมื่อเห็นห่อกระดาษสีแดง กั๋วเฟยก็กลืนน้ำลายของเขาด้วยความตกใจ เขามองมาที่ห่อสีแดงอันนี้ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
ทันทีที่เขาหยิบห่อสีแดงขึ้น เขาก็รู้สึกน้ำหนักของมัน
หนักขนาดนี่จะต้องเป็นเงินอย่างน้อย 10,000 หยวนแน่
"พี่สามช่างเป็นเจ้านายที่ดีที่สุดเท่าที่เคยทำงานมาเลย"
กั๋วเฟยพูดกับตัวเองในใจ
กั๋วเฟยอิจฉาซงหมิงเจียงมาก เขาไม่คิดเลยว่าการที่ซงหมิงเซียงทำให้กับพี่สามมันจะน่าอิจฉาขนาดนี้ จริงๆแล้วเขานั้นก็ได้โอกาสนี้จากซงหมิงเจียงเหมือนกัน
ถ้าไม่ใช่เพราะซงหมิงเจียง บางทีเขาคงจะไปทำนาไม่ก็รับจ้างแบกข้าวสารอยู่ตามบ้านนอกแน่ๆ
พี่สามให้เงินปีละเกือบ 2,000 หยวน ถามยังมีที่พักฟรีอีกด้วย
ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่พี่สามก็ดูมีเงินเหลือทิ้งเหลือขว้างมากมายจริงๆ
จะมีสักกี่คนที่เป็นแบบพี่สามได้บ้าง?
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved