ตอนที่ 378

ตึกจงฮงจะเป็นตึกที่มีความสูงอยู่ในอันดับต้นๆของประเทศ อาจจะไม่ได้เป็นเป็นตึกที่สูงที่สุด แต่ก็ยังคงเป็นตึกที่มีความหรูหราและตั้งอยู่ในเซี่ยงไฮ้

ตึกนี้จะใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการสร้างทั้งหมด เรียกได้ว่าเป็นตึกที่ซูข่านทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจทั้งหมดของเขา

เมื่อตึกนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์ ตึกจงฮงจะเป็นตึกที่มีการรักษาความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง ซูข่านจะสามารถเก็บของเก่าต่างๆรวมไปถึงวัตถุโบราณไว้ที่นั่นได้

นอกจากนี้ตึกจงฮงยังจะติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยรุ่นใหม่อีก ซูข่านต้องการจะใช้เทคโนโลยีและคนเพื่อปกป้องของเก่าและวัตถุโบราณเหล่านี้

ประเด็นคือซูข่านไม่มีใครที่เชี่ยวชาญในการเคลื่อนย้ายของเก่าและวัตถุโบราณพวกนี้เลยนี่สิ บางทีเขาจะต้องมองหากลุ่มคนที่มีความสามารถพวกนี้ซะแล้ว

ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวมันจะเกิดความเสียหายตามมากับของเก่าได้ อายุของมันยิ่งมากๆอยู่ หากว่าดูแลไม่ดีก็อาจจะกลายเป็นขยะได้เช่นกัน

บ้านที่จะสร้างขึ้นมาใหม่ในเฟิงเหออั่ว ตราบใดที่ไม่ได้ออกแบบมาให้เป็นบ้านที่มีความหรูหราจนเกินไป คนภายนอกก็จะมองเป็นแค่บ้านหลังใหญ่เท่านั้น

แค่นี้ก็สามารถป้องกันพวกคนที่จะคิดจะมาขโมยของได้แล้วในระดับหนึ่ง แต่ยังไงก็ยังจำเป็นต้องใช้คนมาช่วยอยู่ดี ยิ่งบ้านขนาดใหญ่ขึ้น จำนวนคนที่จะต้องมาดูแลก็ต้องมากขึ้นตาม

บ้านของซูข่านปัจจุบันก็มีทีมของซงหมิงเจียงอยู่ นอกจากการรักษาความปลอดภัยภายในบ้านแล้ว ซงหมิงเจียงยังให้คนของเขาเดินอยู่รอบๆบ้านอีกด้วย

"ถ้างั้นผมติดต่อกับหัวหน้าสูเพื่อให้เขาส่งคนมาวัดขนาดและเขียนแบบก่อสร้างเลยนะครับ"

หวางเอ๋อพูดอย่างรวดเร็ว

จางเฉียงได้ยินก็พูดเสริมด้วยรอยยิ้ม

"เดี่ยวผมไปหาทีมก่อสร้างรอเลยนะครับ ถ้าแบบบ้านเสร็จแล้วจะได้เริ่มก่อสร้างบ้านได้เลย"

หวางเอ๋อหันไปมองจางเฉียงแล้วก็พยักหน้าให้เล็กน้อย จากนั้นเขาก็หันมาพูดกับซูข่านด้วยความมั่นใจ

"ภายในสิ้นปีนี้บ้านหลังนี้จะต้องเสร็จสมบูรณ์แน่นอนครับ ผมจะให้ทีมก่อสร้างทำงานล่วงเวลาด้วย แน่นอนว่าจะจ่ายค่าแรงให้พวกเขาสองเท่าสำหรับค่าล่วงเวลา"

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าและยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

ตราบใดที่มีเงิน สามารถซื้อได้ทุกอย่างจริงๆ แม้กระทั่งเวลาที่จะทำให้บ้านเสร็จเร็วขึ้น

หวางเอ๋อและจางเฉียง ทั้งสองคนเป็นคนที่เติบโตได้ดีสุดแล้วในบรรดาคนที่ทำงานให้กับซูข่าน นอกจากนี้ลู่กั๋วเฉียงที่อยู่เผิงเฉิงก็ทำได้ดีมากเช่นกัน ซูข่านรู้สึกพอใจกับพวกเขาเหล่านี้มาก

ที่ดินหลายร้อยไร่ที่จางเฉียงเคยคุยกับซูข่านก่อนหน้า ตอนนี้ก็ได้ถูกซื้อและเริ่มก่อสร้างโกดังสำหรับเก็บของแล้ว บางแห่งก็ใช้เป็นจุดกระจายสินค้าภายในตัวด้วย

ถึงขนาดมันจะเล็กเมื่อเทียบกับศูนย์กระจายสินค้าในยุคหลัง แต่ในยุคนี้มันก็เป็นจุดกระจายสินค้าที่ดีที่สุดในเมืองแล้ว มันเพียงพอที่จะกระจายสินค้าไปยังเมืองรอบๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สินค้าที่ถูกนำเข้าจากทางใต้จะมาพักไว้ที่จุดกระจายสินค้าก่อน จากนั้นตัวแทนที่จะนำสินค้าไปขายยังพื้นที่ของตัวเอง ก็จะมาที่จุดกระจายสินค้านี้แล้วรับของไป

มันช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ

ศูนย์กระจายสินค้าเหล่านี้ของจางเฉียง มันจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่จนเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว

ในรุ่นหลังๆ อุตสาหกรรมการขนส่งของจะเริ่มสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เรียกได้ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวัน

และตอนนี้ซูข่านก็ได้วางรากฐานสำคัญสำหรับการขนส่งไปเรียบร้อยแล้ว เป็นการนำหน้าก้าวหนึ่งอีกครั้ง

ส่วนเรื่องของหวางเอ๋อเองก็ค่อนข้างน่าสนใจไม่แพ้กัน ถ้าเสนอราคา 1 หมื่นล้านหยวนไปให้ทาง KFC พวกเขาคงจะหาว่าหวางเอ๋อเป็นคนบ้าแน่ๆแล้วปฏิเสธทันที

ทาง KFC เองหลังจากที่ได้มาเปิดสาขาในภูมิภาคนี้ พวกเขาคงเตรียมที่จะบุกตลาดประเทศจีนแต่ก็ติดปัญหาเรื่องทะเบียนการค้า

ถ้าพวกเขาจะเปิดสู้หรือมีแผนอย่างอื่น ซูข่านก็ไม่กังวลใจแม้แต่นิดเดียว

ตอนนี้ซูข่านก็มีโมเดลธุรกิจของ KFC ที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว ส่วนอีกฝ่ายก็เพิ่งจะมาถึงเอง

แม้ว่าจะเป็นแบรนด์ชื่อดังจากต่างประเทศก็ตาม แต่ตลาดภายในประเทศจีนไม่เหมือนกับตลาดประเทศอื่นนะ หากไม่มีประสบกาณณ์ก็ไม่สามารถเอาตัวรอดจากตลาดนี้ได้

นอกจากนี้ซูข่านยังมีแบรนด์ใหญ่ๆอยู่ในมืออีกมากมาย แถมตอนนี้ก็ยังมีเวลาเหลืออีกเยอะด้วย

รอดูท่าทีของ KFC ก่อนว่าพวกเขาจะรับมือกับสถานการณ์นี้ยังไงก็ไม่เสียหาย จากนั้นค่อยคิดว่าจะทำยังไงต่อก็ได้

ซูข่านไม่กลัวแผนอะไรต่างๆจาก KFC เลย ทาง KFC ก็น่าจะรู้และคงไม่ใช้เล่ห์เหลี่ยมกับซูข่านแน่

บอกได้เลยว่าถ้า KFC คิดเล่นตุกติกอะไรไม่ดีกับซูข่านละก็…

สองวันถัดมาก็ถึงวันแต่งงานของซงหมิงเจียงพอดี

กั๋วเฟ่ยได้มาที่บ้านของซูข่านตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อมาถึงเขาก็เห็นซูข่านกำลังนั่งจิบชาด้วยความสบายใจ

"พี่สามครับใกล้ได้เวลาละครับ"

กั๋วเฟยเตือนซูข่านเบาๆ

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย เขาวางถ้วยชาลงและพูดว่า

"ไปกันเถอะ คนอื่นๆน่าจะเดินทางกันไปหมดแล้ว"

ในฐานะที่ซงหมิงเจียงทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดให้กับซูข่านมาเนิ่นนาน แม้ว่าจะไม่ใช่ตำแหน่งที่ใหญ่โตอะไร แต่เขานั้นก็มีความสนิทสนมกับซูข่านพอสมควร

หวางเอ๋อ จางเฉียง หรือคนอื่นๆที่ทำงานให้กับซูข่าน พวกเขาทั้งหลายต่างยินดีที่จะไปร่วมงานแต่งงานของซงหมิงเจียงโดยไม่ต้องมีคำสั่งของซูข่านด้วยซ้ำ

เดิมทีพวกเขาต้องการที่จะมารับซูข่านเพื่อเดินทางไปพร้อมกับ แต่ซูข่านก็ไม่ได้ต้องการอะไรแบบนั้น เขาไม่อยากจะเป็นจุดสนใจของคนในเมืองหรือที่งานแต่งสักเท่าไหร่

การที่คนไม่มีชื่อเสียงหรือตัวตนอะไรในเมืองนั่งรถมาพร้อมกับพวกหวางเอ๋อหรือจางเฉียง บอกได้เลยว่าจะต้องเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วหนานจิงแน่

"ฝากนายเอาไปให้หมิงเจียงด้วย"

ซูข่านชี้ไปยังห่อกระดาษสีแดงห่อหนึ่ง ซึ่งข้างในบรรจุเงินอยู่จำนวนมาก

ตอนแรกซูข่านจะหาซองจดหมายเล็กๆไว้สำหรับใส่เงินพวกนี้ แต่จำนวนเงินมันมากเกินไป ขนาดซองจดหมายยังไม่พอที่จะใส่เงินของซูข่าน

เมื่อเห็นห่อกระดาษสีแดง กั๋วเฟยก็กลืนน้ำลายของเขาด้วยความตกใจ เขามองมาที่ห่อสีแดงอันนี้ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

ทันทีที่เขาหยิบห่อสีแดงขึ้น เขาก็รู้สึกน้ำหนักของมัน

หนักขนาดนี่จะต้องเป็นเงินอย่างน้อย 10,000 หยวนแน่

"พี่สามช่างเป็นเจ้านายที่ดีที่สุดเท่าที่เคยทำงานมาเลย"

กั๋วเฟยพูดกับตัวเองในใจ

กั๋วเฟยอิจฉาซงหมิงเจียงมาก เขาไม่คิดเลยว่าการที่ซงหมิงเซียงทำให้กับพี่สามมันจะน่าอิจฉาขนาดนี้ จริงๆแล้วเขานั้นก็ได้โอกาสนี้จากซงหมิงเจียงเหมือนกัน

ถ้าไม่ใช่เพราะซงหมิงเจียง บางทีเขาคงจะไปทำนาไม่ก็รับจ้างแบกข้าวสารอยู่ตามบ้านนอกแน่ๆ

พี่สามให้เงินปีละเกือบ 2,000 หยวน ถามยังมีที่พักฟรีอีกด้วย

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่พี่สามก็ดูมีเงินเหลือทิ้งเหลือขว้างมากมายจริงๆ

จะมีสักกี่คนที่เป็นแบบพี่สามได้บ้าง?