ตอนที่ 254

จ้าวชิงชิงสามารถรับรู้ได้เลยว่าคาร์ฟูร์นั่นต้องเป็นของพี่สามแน่นอน

จริงๆแล้วพี่สามเองก็ดูเป็นเจ้าของร้านอะไรหลายๆอย่างเหมือนกัน แต่ทำไมกลับไม่มีใครรู้จักพี่สามเลย

จ้าวชิงชิงเองเป็นคนที่ฉลาดมาก เธอเองก็รู้สึกได้เช่นกันว่าซูข่านไม่อยากเปิดเผยตัวตนของเขา

"คาร์ฟูร์นั่นสะดวกมากเลยพี่สาม ฉันสามารถไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆที่นั่นได้ด้วย"

หลี่ชิงเยว่พูดอย่างตื่นเต้น

หลังจากที่เปิดซุปเปอร์มาร์เก็ตคาร์ฟูร์ได้ไม่นาน ซูข่านก็ได้สั่งให้จางเฉียงนำสินค้าที่ไม่สามารถหาได้ที่หนานจิงเอามาขาย

ตัวอย่างง่ายๆเลยก็คือเสื้อผ้า สินค้านี้ที่ทางตอนใต้มีเยอะมากๆจนขายแทบไม่หมด แต่ในหนานจิงหรือภูมิภาคอื่นๆ พวกเขาต้องการเสื้อผ้าใหม่อย่างมาก

แน่นอนยอดขายเสื้อผ้าที่นำเข้าโดยจางเฉียงขายได้ดีมากๆเช่นกัน

"งั้นเดี๋ยวฉันขอตัวไปบอกอธิการบดีก่อนนะคะ พวกเขาต้องดีใจมากๆที่ได้ยินข่าวดีแบบนี้"

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าแล้วถามกับจ้าวชิงชิงต่อ

"แล้วโครงการนี้จะดำเนินการยังไงโดยไม่มีเธอ เดี๋ยวจะถึงช่วงเวลาปิดเทอมฤดูร้อนแล้วไม่ใช่เหรอ?"

"ไม่ค่ะ"

จ้าวชิงชิงพยักหน้า

"เดี๋ยวฤดูร้อนนี่ฉันยังไม่กลับบ้าน ไว้ค่อยกลับไปอีกทีตอนฤดูหนาวก็ได้ แต่ฉันต้องหาที่อยู่ช่วงปิดเทอมนี้ให้ได้ก่อน"

ซูข่านได้ยินก็พูดด้วยรอยยิ้ม

"มาพักที่นี่ก็ได้นะ มีห้องว่างเหลือตั้งหลายห้อง หรือว่าเธอมีตัวเลือกที่ดีกว่านี้ล่ะ?"

"เอ่อ.."

จ้าวชิงชิงหน้าแดงและมองไปที่ซูข่าน เธอรู้สึกเขินหนักมาก

จริงๆแล้วเธอคุ้นเคยกับบ้านหลังนี้เป็นอย่างดี เธอได้มาที่นี่ 3-4 วันต่ออาทิตย์เลย

แต่เธอก็ไม่เคยนอนค้างที่บ้านหลังนี้แม้แต่วันเดียว แล้วเธอต้องมาอยู่ที่นี่ช่วงปิดเทอมฤดูร้อน

"พี่สามแล้วฉันล่ะ ให้ฉันอยู่ที่นี่ด้วยได้ไหม"

หลี่ชิงเยว่ยกมือเล็กๆของเธอขึ้นมาแล้วถามอย่างรวดเร็ว

ซูข่านเห็นจ้าวชิงชิงที่กำลังเขินอายอยู่เลยหันไปพูดกับหลี่ชิงเยว่ด้วยรอยยิ้มเช่นกัน

"ได้สิ มันคงจะดีไม่น้อยที่จะมีเพื่อนอยู่ด้วยแบบนี้"

"ขอบคุณมากเลยค่ะพี่สาม"

หลี่ชิงเยว่ไม่รอคำตอบของจ้าวชิงชิง เธอได้ตอบตกลงกับซูข่านไปก่อน จากนั้นก็หันไปหาจ้าวชิงชิงแล้วพูดแซวอีก

"ฉันตอบแทนเธอแล้วนะชิงชิง ในฐานะเพื่อนของเธอฉันทำได้ดีสุดแค่นี้ล่ะนะ โฮ่ะๆๆๆ"

จ้าวชิงชิงหน้าแดงหนักกว่าเดิม เธอไม่กล้าที่อยู่ตรงนี้ต่อไปแล้ว เธอได้กัดฟันและพูดอย่างรวดเร็ว

"พี่สามเดี๋ยวพวกฉันต้องกลับไปที่มหาวิทยาลัยก่อน ถ้าไม่รีบไปคุยกับอธิการบดีเดี่ยวมันจะสายเกินไป ขอตัวก่อนนะคะ"

จากนั้นจ้าวชิงชิงก็ดึงแขนหลี่ชิงเยว่และเดินออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว

ซูข่านที่มองดูอยู่ก็ส่ายหัวและยิ้มอย่างช่วยไม่ได้

ตัวเขาเองก็รู้อยู่แล้วว่าจ้าวชิงชิงนั้นขี้อายแค่ไหน โชคดีที่บ้านหลังนี้ไม่ได้มีเขาอยู่แค่คนเดียว ไม่อย่างงั้นเธอก็คงจะ….

ซูข่านรีบสลัดความคิดที่จะเกิดขึ้นต่อไปทันที เขาได้หยิบกาน้ำชามามารินชาลงในถ้วยของเขา จากนั้นซูข่านก็หยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบช้าๆ ดวงตาของเขาก็หรี่ลงเล็กน้อย

"โรงเรียนประถม 20 แห่ง…"

ซูข่านสูดหายใจเข้าลึกๆ ด้วยโครงการนี้จะทำให้บริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงมีชื่อเสียงอย่างมากในแผ่นดินจีนแห่งนี้

ต้องรู้เอาไว้ก่อนว่าบริษัทสิทธิบัตรพวกนี้ ส่วนใหญ่จะทำหน้าที่ในการรวบรวมสิทธิบัตรของเทคโนโลยีจำนวนมาก

มันทำให้บริษัทประเภทนี้ถูกรังเกียจในวงการธุรกิจเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย

เพราะว่าผลิตภัณฑ์ของพวกเขาสามารถถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ทุกเมื่อ ไหนจะเรื่องเงินที่ต้องจ่ายรายปีให้กับบริษัทสิทธิบัตรอีก

ในชาติก่อนเองตัวของซูข่านก็เกลียดบริษัทสิทธิบัตรมากเหมือนกัน เขาเองก็ต้องจ่ายเงินให้กับบริษัทพวกนี้ไม่น้อยในแต่ละปี

แต่สำหรับซูข่านแล้วการที่ชื่อเสียงของบริษัทสิทธิบัตรดังไปทั่วประเทศจีนแล้ว มันจะทำให้เขาได้ผลประโยชน์อย่างมาก

การสร้างชื่อเสียงที่ดีต้องเริ่มจากในประเทศจีนก่อน นี่คือแผ่นดินเกิดของเขา

และในทุกๆปีบริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงจะลงทุนและบริจาคให้กับโรงเรียนประถมเรื่อยๆ

การบริจาคเงินเพื่อทำเรื่องแบบนี้มันจะทำให้ชื่อเสียงของบริษัทดีมากๆ แล้วถ้าทำแบบนี้ทุกๆปีเป็นเวลา 30 ปีจะเป็นยังไง?

แน่นอนโรงเรียนประถมที่มีคุณภาพก็จะมีจำนวนมากขึ้นเช่นกัน และเด็กที่ได้เรียนก็จะได้รับการปลูกฝังว่าบริษัทฮั่วถงนั้นดีขนาดไหน

ถึงแม้ว่าปีหน้าจะต้องบริจาคเงินให้เยอะกว่านี้ เพราะแน่นอนเงิน 1 ล้านหยวนมันไม่ได้สร้างโรงเรียนได้ 20 แห่งไปจนถึงปี 2000 สักหน่อย

บริษัทฮั่วถงเองก็ยินดีที่จะจ่ายเพิ่มอยู่แล้วเพื่อบริจาค รู้ไหมว่าบริษัทฮั่วถงเองจะได้รับเงินคืนต่อปีเท่าไหร่?

อีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า เม็ดเงินมหาศาลก็จะไหลเข้าสู่บริษัทฮั่วถงแห่งนี้ อาจจะมากมายถึงปีละหมื่นล้านหยวนเลยก็เป็นได้

"นอกจากบริษัทฮั่วถงแล้วทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปกับซิงซีกรุ๊ปก็ต้องทำเช่นกัน"

ซูข่านครุ่นคิดกับตัวเอง

จริงๆแล้วทั้งสองบริษัทก็สามารถดำเนินการแบบเดียวกับบริษัทฮั่วถงได้เช่นกัน เริ่มอย่างง่ายก็ภาคใต้ของประเทศก่อน

เริ่มดำเนินการที่มณฑลกวางตุ้งก่อนก็ยังได้ จากนั้นค่อยขยับขยายขึ้นเหนือมาเรื่อยๆหรือไม่ก็ไปตามชายแดนก็ไม่เสียหาย

"หมิงเจียงนายไปบอกจางเฉียงให้เข้ามาพบฉันหน่อย"

ซูข่านครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตะโกนสั่งงานให้ซงหมิงเจียงไปทำ

โรงเรียนประถม 20 แห่งที่จะถูกสร้างขึ้นรอบๆหนานจิงนั้น ซูข่านเองต้องรูปสภาพแวดล้อมโดยรอบให้ละเอียดก่อน และคนที่รู้ดีที่สุดก็ต้องเป็นจางเฉียงอยู่แล้ว

เขาเป็นคนที่ควบคุมสินค้าจากทางตอนใต้ทั้งหมดมาขายในหนานจิง ไม่มีใครที่ไม่รู้จักหนานจิงดีเท่ากับจางเฉียงอีกแล้ว

ล่าสุดงานที่เขาได้ทำก็คือซื้อที่ดิน 100 ไร่ ซึ่งแน่นอนเขาต้องเป็นคนที่เดินทางไปดูที่ดินพวกนี้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว

บางทีเขาอาจจะรู้เรื่องพวกนี้ก็ได้

ในตอนบ่ายจางเฉียงก็ได้มาที่บ้านของซูข่าน

ซูข่านมองไปยังใบหน้าของจางเฉียงก็พบว่าใบหน้าของจางเฉียงนั้นดูเข้มขึ้นผิดปกติ แล้วร่างกายของเขาก็ดูเหมือนโดนแดดมาเป็นเวลาหลายวัน

"สวัสดีครับพี่สาม"

จางเฉียงรีบกล่าวทักทายซูข่านอย่างรวดเร็ว