ตอนที่ 350

ขออนุญาติเปลี่ยนชื่อครอบครัวของชูเฟิงนะครับ จาก ชูเฟิง > ฉู่เฟิง , ชูเซียวเอ๋อ > ฉู่ซิ่วเอ๋อ

เฒ่าจางเองก็ไม่ได้ออกมาพูดคุยกับซูข่านตามที่เขาได้บอกกับจางต้า

เมื่อเป็นเช่นนี้ซูข่านเลยยิ้มออกมาเล็กน้อย พ่อลูกคู่นี้จะทำตามคำสั่งของเราทุกอย่างจริงๆ จางต้าเองก็ไม่ได้ไปบอกกับพ่อเรื่องที่ซูข่านได้มาที่ร้านนี้

ระหว่างที่ซูข่านและคนอื่นกำลังเตรียมตัวกลับ ซูข่านก็มองไปที่จางต้าและพูดกับเขาเบาๆ

"ฝากขอบคุณเฒ่าจางด้วย อาหารยังอร่อยเหมือนเดิมจริงๆ"

"ได้ครับคุณซู"

จางต้าตอบอย่างรวดเร็วด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น

เมื่อเห็นซูข่านและคนอื่นๆออกจากร้านไป จางต้าก็วิ่งที่ห้องครัวด้านหลังทันที เขาเจอกับเฒ่าตางที่กำลังนั่งจิบชาอยู่

"พ่อครับ"

จางต้าพูดเสียงดังด้วยความตื่นเต้น

"คุณซูฝากมาบอกขอบคุณพ่อด้วยครับ"

"งั้นรึ"

เฒ่าจางพูดพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า

ถึงแม้ว่าจางต้าจะไม่ได้เป็นคนที่มาบอกเฒ่าจางว่าซูข่านได้มาที่ร้าน แต่พนักงานคนอื่นที่จำซูข่านได้ก็รีบวิ่งมาบอกกับเฒ่าจางทันที

"คุณซูคงมีเหตุผลอะไรบางอย่างแหละที่ไม่อยากให้พ่อออกไปเจอเขากับคนที่มาด้วย ไม่ว่าคุณซูจะต้องการอะไร พวกเราก็มีหน้าที่ทำตามเท่านั้น"

แน่นอนว่าอาหารที่ยกไปเสิร์ฟให้กับซูข่านนั้นไม่ใช่ฝีมือของเฒ่าจางจริงๆ ซูข่านเองก็สามารถรับรู้ได้ทันทีที่กินเข้าไป ส่วนคนอื่นๆแทบจะไม่มีใครแยกออกด้วยซ้ำ

แต่เฒ่าจางเองก็กำกับและดูแลพ่อครัวที่ทำอาหารให้กับซูข่านอย่างเข้มงวด อาหารที่ออกมาจากร้านนี้ทั้งหมดต้องผ่านมาตรฐานของเฒ่าจางก่อนอยู่แล้ว นี่คือหนึ่งในคำพูดที่ซูข่านได้พูดกับพวกเขา

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เฒ่าจางมีอย่างวันนี้ได้ก็เพราะซูข่านได้ให้โอกาสกับเขา ถ้าไม่มีซูข่าน ก็จะไม่มีร้านอาหารวังหลวงแห่งนี้ ถ้าไม่มีร้านอาหารวังหลวง เฒ่าจางเองคงจะอยู่ตามถนนที่ไหนซักแห่ง

ก่อนหน้านี้เฒ่าจางก็เคยรับใช้ให้กับครอบครัวอื่นอยู่ แต่ตอนนี้เฒ่าจางพร้อมจะรับใช้ให้กับนายคนใหม่ของเขาแล้ว

นอกจากนี้แล้วเฒ่าจางยังส่งมอบแนวคิดแบบนี้ให้กับจางต้าลูกชายของเขาอีก หากว่าเฒ่าจางเป็นอะไรขึ้นมาเขาก็ได้ฝากให้จางต้ารับใช้ซูข่านต่อไป

นี่คือผู้มีพระคุณที่สามารถทำให้เฒ่าจางและจางต้ามีอาหารและเสื้อผ้าใส่ไปตลอดชีวิต รู้ไหมว่าก่อนหน้านี้ทั้งสองคนลำบากขนาดไหน

เฒ่าจางรู้ดีว่าลูกค้าที่มากินอาหารที่ร้านนั้นชื่นชอบอาหารของเขาขนาดไหน แต่สำหรับเฒ่าจางแล้วเขารู้สึกภูมิใจกับคำชมที่มาจากปากของซูข่านมากกว่า

ในเวลาปกติแล้วเฒ่าจางจะดูเป็นคนที่เจ้าระเบียบและจริงจังกับการทำอาหารมาก ยิ่งเป็นเรื่องภายในร้านนั้นเฒ่าจางจะยิ่งเข้มงวดเป็นพิเศษ คนภายนอกจะมองเห็นเฒ่าจางเป็นคนที่ดุและจริงจังมาก

แต่ต่อหน้าซูข่านแล้ว เฒ่าจางที่ดูเข้มงวดคนนั้นกลับมีท่าทีที่อ่อนน้อมถ่อมตนสุดๆ เขาแทบจะคลานลงไปก้มกราบซูข่านทุกครั้งที่เจอด้วยซ้ำ

หลังจากนั้นซูข่านก็ได้ไปส่งครอบครัวตัวเองที่บ้านและเขาก็ได้ไปส่งครอบครัวของลี่ซีที่โรงแรมต่อ

สามวันหลังจากที่ไปร้านอาหารวังหลวง ทุกคนก็ได้ไปที่สนามบินหนานจิงเพื่อส่งลี่ซีขึ้นเครื่องบิน

ลี่ซีจำเป็นต้องขึ้นเครื่องบินไปยังเซียงเจียงก่อน จากนั้นเธอก็ต้องเปลี่ยนเครื่องเพื่อบินไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ซูข่านได้บอกให้หลี่เสว่เอ๋อไปรอรับลี่ซีที่สนามบินแล้ว

ซูข่านได้มอบรูปถ่ายของหลี่เสว่เอ๋อให้กับลี่ซีด้วย ส่วนหลี่เสว่เอ๋อก็ได้รับรูปถ่ายของลี่ซีเช่นกัน ทั้งสองคนจะได้หากันได้ง่ายเวลาที่ไปถึงที่นั่น

ไม่นานลี่ซีก็ขึ้นเครื่องบินไป จากนั้นพ่อแม่ลี่ซีก็ขอตัวกลับไปยังบ้านเกิดพวกเขา ซูข่านเองก็แยกกลับมายังบ้านของตัวเองหลังส่งทั้งหมดเสร็จ

เมื่อมาถึงที่บ้าน ซูข่านก็ได้ไปนั่งพักผ่อนจิบชาบริเวณสวนหน้าบ้าน ที่สวนหน้าบ้านนั้นแทบจะไม่มีเศษใบไม้อยู่เลย มันสะอาดและดูโล่งมาก

ซูข่านมองไปยังท้องฟ้าก็เป็นเมฆที่ลอยอยู่ไม่เยอะ ใกล้จะถึงฤดูหนาวแล้วสินะ

"ซิ่วเอ๋อ!! เธอไม่ต้องกวาดแล้ว"

ซูข่านพูดกับฉู่ซิ่วเอ๋อที่กำลังกวาดสวนหน้าบ้านของซูข่าน เธอได้มาที่บ้านหลังนี้พร้อมกับคุณยายของเธอ แม้ว่าเธอจะอายุไม่ถึงสิบขวบ แต่ซูข่านก็ชื่นชอบความขยันของฉู่ซิ่วเอ๋อมาก

หลังจากที่ฉู่เฟิงได้ทำงานในร้านอาหารวังหลวง สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวฉู่ก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พวกเขามีเงินที่สามารถซื้อเนื้อสัตว์กินถึง 3 มื้อต่อวัน

ทำให้ฉู่ซิ่วเอ๋อที่ดูซูบผอมก่อนหน้านี้เริ่มมีน้ำมีนวลขึ้น หลังจากที่เธอได้รับสารอาหารที่เพียงพอส่วนสูงของเธอก็เริ่มแตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด

หากเป็นแบบนี้เรื่อยๆ ซูข่านเดาว่าฉู่ซิ่วเอ๋อนั้นน่าจะสูงกว่ามาตรฐานของผู้หญิงจีนเล็กน้อย

ในยุคนี้เด็กๆส่วนใหญ่มักจะขาดแคลนสารอาหารกันโดยมาก ทั้งน้ำหนักและส่วนสูงเองก็ไม่เกณฑ์มาตรฐานสักคน ผู้หญิงคนไหนสูงสัก 170 ซม.ได้ ก็ถือว่าเป็นผู้หญิงที่สูงมากแล้ว

"ค่ะพี่สาม"

ฉู่ซิ่วเอ๋อที่กำลังกวาดใบไม้ที่ร่วงใบสุดท้ายอยู่นั้น ก็วางไม้กวาดพร้อมกับมองไปที่ซูข่าน มีรอยยิ้มอันสดใสของเด็กน้อยปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ

เดิมทีฉู่ซิ่วเอ๋อกับฉู่เฟิงเรียกซูข่านว่าพี่ซูข่าน หลังจากที่ฉู่เฟิงทำงานร้านวังหลวงได้สักพัก เขาก็เปลี่ยนสรรพนามในการเรียกซูข่านเป็นพี่สามเหมือนกับคนอื่นๆ

ซูข่านเองก็ไม่ได้สนใจอะไร ยังไงซะมันก็เป็นแค่ชื่อ

"พักซะหน่อยเถอะ"

จากนั้นซูข่านก็เทชาและส่งให้กับฉู่ซิ่วเอ๋อ 1 แก้ว

"ขอบคุณมากค่ะพี่สาม"

ฉู่ซิ่วเอ๋อรีบมารับแก้วจากซูข่านด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ เธอรีบดื่มมันทันทึก่อนจะวางแก้วลง

ถ้าไม่มีซูข่านป่านนี้ครอบครัวของพวกเธอจะเป็นยังไง? พี่ชายของเธอก็อาจจะโตไปเป็นนักเลงประจำซอยเหมือนกับพวกคนแถวบ้านก็ได้ ซึ่งมันเป็นอะไรที่น่ารังเกียจสุดๆ

โชคดีมากที่พี่สามได้เปลี่ยนแปลงครอบครัวของเธอโดยการให้งานกับพี่ชายทำ ตอนนี้ครอบครัวของเธอมีเงินที่จะซื้อข้าวกินทุกมื้อแล้ว

นี่เป็นชีวิตในฝันของฉู่ซิ่วเอ๋อเลย ถึงแม้ว่ามันจะฟังดูแก่แดดก็จริงแต่พี่สามคนนี้แหละที่ครอบครัวฉู่ได้ติดหนี้บุญคุณอยู่

"พี่สามคะ?"

หลังจากที่วางแก้วลงบนโต๊ะที่สวนหน้าบ้านแล้ว ฉู่ซิ่วเอ๋อก็มองไปยังกระดาษบนโต๊ะซึ่งมันถูกเขียนเป็นภาษาต่างประเทศที่เธอไม่รู้จัก

"ตัวพวกนี้มันคืออะไรเหรอคะ?"

ฉู่ซิ่วเอ๋อถามด้วยความสงสัย

ซูข่านเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองไปที่ฉู่ซิ่วเอ๋อที่กำลังทำหน้าสงสัยอยู่ เขาจึงตอบด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนราวกับเป็นพี่ชายที่แสนดี

"ฉันกำลังเลือกชื่ออยู่"

"ชื่อ? พี่สามจะเอาชื่อจากพวกนี้มาเหรอคะ?"

ฉู่ซิ่วเอ๋อแสดงความเฉลียวฉลาดออกมาทันทีเพียงแค่เห็น

"ใช่"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย

นี่คือชื่อที่เขากำลังคิดไว้ให้กับบริษัทรถยนต์หรือโรงงานนั่นเอง เขาไม่รู้ว่าควรจะใช้ชื่อไหนดี ชื่อที่ซูข่านคัดมานั้นก็เป็นชื่อแบรน์คลาสคิดอย่าง Benz,BMW,Volkswagen,Audi ฯลฯ

"มันก็ไม่ยากอะไรเลยนี่คะ?"

ฉู่ซิ่วเอ๋อยื่นมือน้อยๆของเธอชี้ไปยังตัวอักษรภาษาอังกฤษแล้วก็พูดอย่างไรเดี้ยงสา

"หนูคิดว่าชื่อนี้มันดีมากเลย หนูแค่เห็นหนูก็ชอบชื่อนี้แล้วมันเป็นวงๆแล้วก็เส้นตรงเท่านั้นเอง"

ซูข่านชะงักเล็กน้อยและมองไปตามมือของฉู่ซิ่วเอ๋อ

"BMW?"

ซ่านพูดชื่อขึ้นมาพร้อมกับหัวเราะ

"ฮ่าๆๆๆ"

"มันอ่านว่าบีเอ็มดับเบิลยู(BMW)น่ะ"

ฉู่ซิ่วเอ๋อรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ยินชื่อนี้ เธอรู้สึกชื่นชอบมันทันที