ตอนที่ 387

"เธอจองไว้แล้วงั้นเหรอ?"

ซูข่านถามด้วยความประหลาดใจ

จ้าวชิงชิงพยักหน้าและพูดว่า

"ใช่ค่ะพี่สาม ฉันได้จองห้องไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ศาสตราจารย์ฮู่ก็มารอพวกเราล่วงหน้าแล้วด้วยค่ะ"

"ศาสตราจารย์ฮู่?"

ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาพยายามนึกถึงคนที่จ้าวชิงชิงพูดถึงอยู่

เมื่อเห็นดวงตาที่สงสัยของซูข่าน จ้าวชิงชิงเลยรีบอธิบายทันที

"อาจารย์ฮู่ที่จดสิทธิบัตรเกี่ยวกับรถจักรยานไงละคะ ตอนนี้เขาเลื่อนขึ้นเป็นรองศาสตราจารย์แล้วค่ะ"

"อ๋อ"

ซูข่านนึกถึงออกทันทีว่าเป็นใคร

เขาใช้เวลาแค่ไม่เท่าไหรก็สามารถเลื่อนขั้นไปเป็นรองศาสตราจารย์ได้แล้วอย่างงั้นเหรอ? แสดงว่าจากสิทธิบัตรน่าจะสร้างชื่อเสียงให้กับอาจารย์ฮู่ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

"อาจารย์ฮู่เป็นอาจารย์ที่เก่งมากๆเลยนะคะ ตอนนี้เขาเป็นถึงรองศาสตราจารย์ซะแล้ว"

หลี่ชิงเยว่พูดเสริม

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อยให้กับทั้งสองคน จากนั้นก็หันไปพูดกับจางต้า

"ถ้าในอนาคตคุณจ้าวกับคุณหลี่มาที่นี่อีก ไม่ต้องให้พวกเธอต้องจองห้องอีกนะ พาพวกเธอไปยังห้องส่วนตัวได้ทันที"

"ครับคุณซู"

จางต้าชำเลืองไปมองจ้าวชิงชิงกับหลี่ชิงเยว่เล็กน้อย เขารีบจดจำใบหน้าของพวกเธอทั้งสองทันที จากนั้นก็เก็บคำพูดของซูข่านไว้ขึ้นใจ

คำพูดของเจ้านายใหญ่จะต้องปฏิบัติตามให้ได้ไม่ว่าจะยังไง

ถึงแม้ว่าร้านอาหารวังหลวงจะมีลูกค้ามากมายจนแน่นร้านตลอดเวลา แต่มีความลับหนึ่งที่ร้านอาหารวังหลวงไม่ได้บอกกับคนอื่น คือร้านอาหารวังหลวงจะมีห้องว่าง 1-2 ห้องไว้สำหรับฉุกเฉินเสมอ

ห้องเหล่านี้จะถูกใช้ต่อเมื่อแขกคนสำคัญของร้านมาโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า โดยทั่วไปแล้วห้องนี้เฒ่าจางเตรียมไว้ให้กับซูข่านโดยเฉพาะ

แต่ก็มีบางครั้งที่เกิดความผิดพลาดในการจองห้องทำให้เฒ่าจางไม่มีทางเลือกนอกจากให้ลูกค้าเข้ามาใช้บ้างในบางเวลา มันช่วยรักษาชื่อเสียงของร้านอาหารวังหลวงได้หลายต่อหลายครั้งแล้ว

คนที่มีสิทธิจะใช้ห้องส่วนตัวแบบนี้ได้จะต้องเป็นคนสำคัญของทางร้านเท่านั้น และซูข่านก็ได้ให้จ้าวชิงชิงกับหลี่ชิงเยว่มีสิทธินั้นแล้ว

สถานะของพวกเธอได้สูงขึ้นหลังจากได้ร่วมงามกับซูข่าน แค่คำพูดเพียงไม่กี่คำเท่านั้นทำให้จ้าวชิงชิงกับหลี่ชิงเยว่รู้สึกว่าพวกเธอได้รับการยกฐานะของตัวเองมากขึ้น

"ขอบคุณมากค่ะพี่สาม"

จ้าวชิงชิงมองไปที่ซูข่านและพูดขอบคุณอย่างรวดเร็ว

"ว้าว พระเจ้าช่วย"

"ฉันจะได้รับสิทธิพิเศษแบบนั้นด้วยเหรอ ขอบคุณพี่สามมากเลยนะคะ"

หลี่ชิงเยว่พูดด้วยความตื่นเต้น

การจองห้องส่วนตัวที่ร้านอาหารวังหลวงแห่งนี้จำเป็นต้องมาจองก่อนล่วงหน้า ซึ่งพวกเธอทั้งคู่ได้มาจองก่อนหน้านี้ถึงหนึ่งวันด้วยกัน แต่หลังจากนี้พวกเธอจะไม่ต้องจองอีกแล้ว

"พวกเธอจองห้องอะไรเอาไว้ล่ะ?"

ซูข่านหันกลับไปถามกับจ้าวชิงชิง

"ห้องโบตั๋นค่ะ"

จ้าวชิงชิงตอบพร้อมกับยื่นกระดาษจองให้ซูข่านดู

ที่ห้องส่วนตัวของร้านอาหารวังหลวงนั้นจะไม่มีตัวเลขกำกับ แต่จะใช้เป็นชื่อของดอกไม้แทน ห้องส่วนตัวที่นี่จะตั้งตามร้านอาหารที่มีชื่อเสียงในสมัยโบราณ

นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ร้านอาหารวังหลวงถึงสามารถมีลูกค้าแน่นตลอดทั้งวัน มันเหมือนกับสมัยโบราณที่เวลาไปร้านอาหารก็จะมักจะเจอคนไปรวมตัวกันอยู่ที่ร้านเดียว

"เดี๋ยวผมจะนำตามคุณซูไปยังห้องโบตั๋นเองครับ"

จางต้าพูดด้วยความเคารพ

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นจางต้าก็เดินนำพวกเขาทั้งหมดไปยังห้องส่วนตัวในบ้านหลังข้างๆ ขนาดภายในของมันไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าไหร่จากส่วนของร้านอาหารวังหลวงตอนแรก

การตกแต่งก็เป็นสไตล์เดียวกันเพียงแต่ที่นี่จะดูเงียบกว่าเท่านั้น

"แกร๊ก"

จางต้าได้เปิดประตูให้กับซูข่าน ทันทีที่ประตูเปิดออกเขาก็เห็นอาจารย์ฮู่นั่งอยู่ ไม่สิต้องเรียกว่าศาสตราจารย์ฮู่แล้ว

นอกจากนี้เขายังได้ให้ความร่วมมือกับทางบริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงอย่างลับๆอีกด้วย สิทธิบัตรที่มาจากประเทศจีนส่วนใหญ่ก็มาจากฝีมือของชายคนนี้

เขาได้ทำการให้นักวิจัยหรือนักวิชาการในประเทศได้ทำการจดสิทธิบัตรสิ่งที่พวกเขาทำและขายให้กับบริษัทฮั่วถง รวมไปถึงการใช้เล่ห์เหลี่ยมในการหว่านล้อมไม่ให้ขายให้กับชาวญี่ปุ่นอีกด้วย

เรียกได้ว่าเป็นการหักหน้าประเทศญี่ปุ่นซึ่งๆหน้าเลยทีเดียว

บริษัทจากญี่ปุ่นเหล่านั้นชอบเข้ามาในประเทศจีนและซื้อสิทธิบัตรในราคาถูก ศาสตราจารย์ฮู่ได้ไปเตือนเกี่ยวกับคนที่คิดจะขายและให้พวกเขาขายให้กับบริษัทฮั่วถงดีกว่า

สุดท้ายแล้วคนจีนก็อยากจะขายให้กับคนจีนด้วยกันเอง ฉะนั้นบริษัทฮั่วถงเลยได้สิทธิบัตรมากมายราคาถูกเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องยกเครดิตส่วนนี้ให้กับศาสตราจารย์ฮู่เลย

นี่เป็นการเอาชนะบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นได้อีกครั้งหนึ่ง

ก่อนหน้านี้ทางซิงซีกรุ๊ปก็ได้เอาชนะบริษัทญี่ปุ่นไปแล้ว ทางซิงซีกรุ๊ปถือเป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับสิ่งทอรายแรกที่แย่งส่วนแบ่งทางการตลาดการญี่ปุ่นมาได้

บริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากไม่สามารถสู้ราคาของซิงซีกรุ๊ปได้เลย ส่วนใหญ่แล้วบริษัทเล็กๆจำนวนที่ทำเกี่ยวกับสิ่งทอของญี่ปุ่นก็ได้ปิดกิจการลง

เท่ากับตอนนี้เหลือเพียงบริษัทจากยุโรปเท่านั้นที่ยังเป็นคู่แข่งแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ พวกเขามีแบรนด์เสื้อผ้าระดับกลางไปจนถึงระดับไฮเอนด์มากมาย

ซิงซีกรุ๊ปเองต้องทำการตีตลาดพวกนั้นให้แตกเสียก่อนถึงจะแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดมาได้ แต่ความแข็งแกร่งของแบรนด์เสื้อผ้านั้นก็เป็นสิ่งที่ทำได้ยากเหมือนกัน

ผู้คนจำนวนพวกยอมจ่ายเงินเป็นหมื่นๆเพื่อให้ได้ครอบครองเสื้อผ้าที่มีแบรนด์นั้น การเปลี่ยนใจคนพวกนี้จำเป็นต้องใช้เวลาพักใหญ่เลยทีเดียว

"สวัสดีครับคุณซู"

ทันทีที่เห็นซูข่านเดินเข้าห้องมา ศาสตราจารย์ฮู่ก็รีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว แววตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความสุขที่ได้เห็นซูข่าน

ซูข่านเดินเข้ามาและก็จับมือกับศาสตราจารย์ฮู่ทันที

"ขอแสดงว่ายินดีที่ได้เลื่อนเป็นศาสตราจารย์ด้วยครับ"

"ไม่เลย ไม่เลยครับ เป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น และผมก็เป็นแค่รองศาสตราจารย์อีกด้วย"

ศาสตราจารย์ฮู่ยิ้มและพูดด้วยความสุภาพ

จากนั้นทุกคนก็นั่งลงและเริ่มสั่งอาหารทันที ซูข่านคิดว่ามื้ออาหารครั้งนี้น่าจะต้องเป็นฝีมือของเฒ่าจางแน่นอน เวลาที่เขามาที่นี่ทีไร เฒ่าจางจะเป็นคนปรุงอาหารเสิร์ฟให้กับซูข่านอยู่เสมอ

ขนาดลูกค้าคนสำคัญอย่างพวกสถานฑูตมาที่ร้านนี้ เฒ่าจางยังแค่ทำบางเมนูเท่านั้นเอง ส่วนใหญ่จะเป็นเซฟคนอื่นจัดการอาหารภายในร้าน แล้วก็ยังมีฝีมือจากฉู่เฟิงอีกด้วย

ระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟนั้น ศาสตราจารย์ฮู่ก็ได้มองไปที่ซูข่านและถามว่า

"คุณซูครับ คุณรู้จักกับหมู่บ้านซีกวนไหมครับ?"

เมื่อได้ยินคำถามของศาสตราจารย์ฮู่ ดวงตาของซูข่านก็สั่นไหวเล็กน้อย

เขาจำได้ว่าอีก 1-2 ปีข้างหน้าจะมีอุตสาหกรรมจำนวนเกิดขึ้นที่นั่น ที่ซีกวนจะกลายเป็นจุดศูนย์รวมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่แรกในประเทศจีน

ถ้าเทียบกับประเทศอื่นแล้ว ประเทศจีนถือว่ามีแหล่งรวมอุตสาหกรรมช้ามากๆ ตามหลังประเทศอื่นไม่รู้ตั้งกี่ปี

"รู้จักครับ"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย

ศาสตราจารย์ฮู่เลยพูดต่อว่า

"ผมได้ยินมาว่าจะมีการสร้างเขตอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ที่นั่น ดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีการดำเนินการสร้างบางส่วนไปแล้วด้วย"