"เธอจองไว้แล้วงั้นเหรอ?"
ซูข่านถามด้วยความประหลาดใจ
จ้าวชิงชิงพยักหน้าและพูดว่า
"ใช่ค่ะพี่สาม ฉันได้จองห้องไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ศาสตราจารย์ฮู่ก็มารอพวกเราล่วงหน้าแล้วด้วยค่ะ"
"ศาสตราจารย์ฮู่?"
ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาพยายามนึกถึงคนที่จ้าวชิงชิงพูดถึงอยู่
เมื่อเห็นดวงตาที่สงสัยของซูข่าน จ้าวชิงชิงเลยรีบอธิบายทันที
"อาจารย์ฮู่ที่จดสิทธิบัตรเกี่ยวกับรถจักรยานไงละคะ ตอนนี้เขาเลื่อนขึ้นเป็นรองศาสตราจารย์แล้วค่ะ"
"อ๋อ"
ซูข่านนึกถึงออกทันทีว่าเป็นใคร
เขาใช้เวลาแค่ไม่เท่าไหรก็สามารถเลื่อนขั้นไปเป็นรองศาสตราจารย์ได้แล้วอย่างงั้นเหรอ? แสดงว่าจากสิทธิบัตรน่าจะสร้างชื่อเสียงให้กับอาจารย์ฮู่ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
"อาจารย์ฮู่เป็นอาจารย์ที่เก่งมากๆเลยนะคะ ตอนนี้เขาเป็นถึงรองศาสตราจารย์ซะแล้ว"
หลี่ชิงเยว่พูดเสริม
ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อยให้กับทั้งสองคน จากนั้นก็หันไปพูดกับจางต้า
"ถ้าในอนาคตคุณจ้าวกับคุณหลี่มาที่นี่อีก ไม่ต้องให้พวกเธอต้องจองห้องอีกนะ พาพวกเธอไปยังห้องส่วนตัวได้ทันที"
"ครับคุณซู"
จางต้าชำเลืองไปมองจ้าวชิงชิงกับหลี่ชิงเยว่เล็กน้อย เขารีบจดจำใบหน้าของพวกเธอทั้งสองทันที จากนั้นก็เก็บคำพูดของซูข่านไว้ขึ้นใจ
คำพูดของเจ้านายใหญ่จะต้องปฏิบัติตามให้ได้ไม่ว่าจะยังไง
ถึงแม้ว่าร้านอาหารวังหลวงจะมีลูกค้ามากมายจนแน่นร้านตลอดเวลา แต่มีความลับหนึ่งที่ร้านอาหารวังหลวงไม่ได้บอกกับคนอื่น คือร้านอาหารวังหลวงจะมีห้องว่าง 1-2 ห้องไว้สำหรับฉุกเฉินเสมอ
ห้องเหล่านี้จะถูกใช้ต่อเมื่อแขกคนสำคัญของร้านมาโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า โดยทั่วไปแล้วห้องนี้เฒ่าจางเตรียมไว้ให้กับซูข่านโดยเฉพาะ
แต่ก็มีบางครั้งที่เกิดความผิดพลาดในการจองห้องทำให้เฒ่าจางไม่มีทางเลือกนอกจากให้ลูกค้าเข้ามาใช้บ้างในบางเวลา มันช่วยรักษาชื่อเสียงของร้านอาหารวังหลวงได้หลายต่อหลายครั้งแล้ว
คนที่มีสิทธิจะใช้ห้องส่วนตัวแบบนี้ได้จะต้องเป็นคนสำคัญของทางร้านเท่านั้น และซูข่านก็ได้ให้จ้าวชิงชิงกับหลี่ชิงเยว่มีสิทธินั้นแล้ว
สถานะของพวกเธอได้สูงขึ้นหลังจากได้ร่วมงามกับซูข่าน แค่คำพูดเพียงไม่กี่คำเท่านั้นทำให้จ้าวชิงชิงกับหลี่ชิงเยว่รู้สึกว่าพวกเธอได้รับการยกฐานะของตัวเองมากขึ้น
"ขอบคุณมากค่ะพี่สาม"
จ้าวชิงชิงมองไปที่ซูข่านและพูดขอบคุณอย่างรวดเร็ว
"ว้าว พระเจ้าช่วย"
"ฉันจะได้รับสิทธิพิเศษแบบนั้นด้วยเหรอ ขอบคุณพี่สามมากเลยนะคะ"
หลี่ชิงเยว่พูดด้วยความตื่นเต้น
การจองห้องส่วนตัวที่ร้านอาหารวังหลวงแห่งนี้จำเป็นต้องมาจองก่อนล่วงหน้า ซึ่งพวกเธอทั้งคู่ได้มาจองก่อนหน้านี้ถึงหนึ่งวันด้วยกัน แต่หลังจากนี้พวกเธอจะไม่ต้องจองอีกแล้ว
"พวกเธอจองห้องอะไรเอาไว้ล่ะ?"
ซูข่านหันกลับไปถามกับจ้าวชิงชิง
"ห้องโบตั๋นค่ะ"
จ้าวชิงชิงตอบพร้อมกับยื่นกระดาษจองให้ซูข่านดู
ที่ห้องส่วนตัวของร้านอาหารวังหลวงนั้นจะไม่มีตัวเลขกำกับ แต่จะใช้เป็นชื่อของดอกไม้แทน ห้องส่วนตัวที่นี่จะตั้งตามร้านอาหารที่มีชื่อเสียงในสมัยโบราณ
นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ร้านอาหารวังหลวงถึงสามารถมีลูกค้าแน่นตลอดทั้งวัน มันเหมือนกับสมัยโบราณที่เวลาไปร้านอาหารก็จะมักจะเจอคนไปรวมตัวกันอยู่ที่ร้านเดียว
"เดี๋ยวผมจะนำตามคุณซูไปยังห้องโบตั๋นเองครับ"
จางต้าพูดด้วยความเคารพ
ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นจางต้าก็เดินนำพวกเขาทั้งหมดไปยังห้องส่วนตัวในบ้านหลังข้างๆ ขนาดภายในของมันไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าไหร่จากส่วนของร้านอาหารวังหลวงตอนแรก
การตกแต่งก็เป็นสไตล์เดียวกันเพียงแต่ที่นี่จะดูเงียบกว่าเท่านั้น
"แกร๊ก"
จางต้าได้เปิดประตูให้กับซูข่าน ทันทีที่ประตูเปิดออกเขาก็เห็นอาจารย์ฮู่นั่งอยู่ ไม่สิต้องเรียกว่าศาสตราจารย์ฮู่แล้ว
นอกจากนี้เขายังได้ให้ความร่วมมือกับทางบริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงอย่างลับๆอีกด้วย สิทธิบัตรที่มาจากประเทศจีนส่วนใหญ่ก็มาจากฝีมือของชายคนนี้
เขาได้ทำการให้นักวิจัยหรือนักวิชาการในประเทศได้ทำการจดสิทธิบัตรสิ่งที่พวกเขาทำและขายให้กับบริษัทฮั่วถง รวมไปถึงการใช้เล่ห์เหลี่ยมในการหว่านล้อมไม่ให้ขายให้กับชาวญี่ปุ่นอีกด้วย
เรียกได้ว่าเป็นการหักหน้าประเทศญี่ปุ่นซึ่งๆหน้าเลยทีเดียว
บริษัทจากญี่ปุ่นเหล่านั้นชอบเข้ามาในประเทศจีนและซื้อสิทธิบัตรในราคาถูก ศาสตราจารย์ฮู่ได้ไปเตือนเกี่ยวกับคนที่คิดจะขายและให้พวกเขาขายให้กับบริษัทฮั่วถงดีกว่า
สุดท้ายแล้วคนจีนก็อยากจะขายให้กับคนจีนด้วยกันเอง ฉะนั้นบริษัทฮั่วถงเลยได้สิทธิบัตรมากมายราคาถูกเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องยกเครดิตส่วนนี้ให้กับศาสตราจารย์ฮู่เลย
นี่เป็นการเอาชนะบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นได้อีกครั้งหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ทางซิงซีกรุ๊ปก็ได้เอาชนะบริษัทญี่ปุ่นไปแล้ว ทางซิงซีกรุ๊ปถือเป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับสิ่งทอรายแรกที่แย่งส่วนแบ่งทางการตลาดการญี่ปุ่นมาได้
บริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากไม่สามารถสู้ราคาของซิงซีกรุ๊ปได้เลย ส่วนใหญ่แล้วบริษัทเล็กๆจำนวนที่ทำเกี่ยวกับสิ่งทอของญี่ปุ่นก็ได้ปิดกิจการลง
เท่ากับตอนนี้เหลือเพียงบริษัทจากยุโรปเท่านั้นที่ยังเป็นคู่แข่งแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ พวกเขามีแบรนด์เสื้อผ้าระดับกลางไปจนถึงระดับไฮเอนด์มากมาย
ซิงซีกรุ๊ปเองต้องทำการตีตลาดพวกนั้นให้แตกเสียก่อนถึงจะแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดมาได้ แต่ความแข็งแกร่งของแบรนด์เสื้อผ้านั้นก็เป็นสิ่งที่ทำได้ยากเหมือนกัน
ผู้คนจำนวนพวกยอมจ่ายเงินเป็นหมื่นๆเพื่อให้ได้ครอบครองเสื้อผ้าที่มีแบรนด์นั้น การเปลี่ยนใจคนพวกนี้จำเป็นต้องใช้เวลาพักใหญ่เลยทีเดียว
"สวัสดีครับคุณซู"
ทันทีที่เห็นซูข่านเดินเข้าห้องมา ศาสตราจารย์ฮู่ก็รีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว แววตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความสุขที่ได้เห็นซูข่าน
ซูข่านเดินเข้ามาและก็จับมือกับศาสตราจารย์ฮู่ทันที
"ขอแสดงว่ายินดีที่ได้เลื่อนเป็นศาสตราจารย์ด้วยครับ"
"ไม่เลย ไม่เลยครับ เป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น และผมก็เป็นแค่รองศาสตราจารย์อีกด้วย"
ศาสตราจารย์ฮู่ยิ้มและพูดด้วยความสุภาพ
จากนั้นทุกคนก็นั่งลงและเริ่มสั่งอาหารทันที ซูข่านคิดว่ามื้ออาหารครั้งนี้น่าจะต้องเป็นฝีมือของเฒ่าจางแน่นอน เวลาที่เขามาที่นี่ทีไร เฒ่าจางจะเป็นคนปรุงอาหารเสิร์ฟให้กับซูข่านอยู่เสมอ
ขนาดลูกค้าคนสำคัญอย่างพวกสถานฑูตมาที่ร้านนี้ เฒ่าจางยังแค่ทำบางเมนูเท่านั้นเอง ส่วนใหญ่จะเป็นเซฟคนอื่นจัดการอาหารภายในร้าน แล้วก็ยังมีฝีมือจากฉู่เฟิงอีกด้วย
ระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟนั้น ศาสตราจารย์ฮู่ก็ได้มองไปที่ซูข่านและถามว่า
"คุณซูครับ คุณรู้จักกับหมู่บ้านซีกวนไหมครับ?"
เมื่อได้ยินคำถามของศาสตราจารย์ฮู่ ดวงตาของซูข่านก็สั่นไหวเล็กน้อย
เขาจำได้ว่าอีก 1-2 ปีข้างหน้าจะมีอุตสาหกรรมจำนวนเกิดขึ้นที่นั่น ที่ซีกวนจะกลายเป็นจุดศูนย์รวมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่แรกในประเทศจีน
ถ้าเทียบกับประเทศอื่นแล้ว ประเทศจีนถือว่ามีแหล่งรวมอุตสาหกรรมช้ามากๆ ตามหลังประเทศอื่นไม่รู้ตั้งกี่ปี
"รู้จักครับ"
ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย
ศาสตราจารย์ฮู่เลยพูดต่อว่า
"ผมได้ยินมาว่าจะมีการสร้างเขตอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ที่นั่น ดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีการดำเนินการสร้างบางส่วนไปแล้วด้วย"
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved