ตอนที่ 343

ซูข่านมองที่ไปเสี่ยวผิงและถามว่า

"เธอไปหารายได้เสริมเป็นยังไงบ้าง? รายได้ดีไหม?"

"ช่วง 5 วันที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเยอะมากเลยค่ะ ส่วนเงินก็…ประมาณ 100 หยวน"

เสี่ยวผิงตอบพร้อมกับก้มหน้าของตัวเองลง

"ห๊า"

เฒ่าหลี่อ้าปากค้าด้วยความตกใจ เขารู้สึกประหลาดใจมากที่เสี่ยวผิงสามารถทำเงินได้เป็นร้อยหยวนในระยะเวลาเพียงแค่ 5 วันเท่านั้น

เท่ากับว่าต่อวันแล้วเธอได้ประมาณวันละ 20 หยวน!! ถ้าทำอย่างนี้ทั้งเดือนจะได้เงินเท่าไหร่กัน มันน่าจะมากกว่าเงินที่เธอเป็นแม่บ้านให้กับซูข่านอีก

"ทำไมถึงได้เยอะขนาดนั้น?"

ซูข่านเองก็ประหลาดใจเล็กน้อยและถามเสี่ยวผิง

ค่าแรงในการนำชาวต่างชาติเที่ยวหรือไปชมจุดชมวิวต่างๆในหนานจิงเองก็ไม่ได้สูงมากมายเลย เต็มที่เลยก็แค่ 2-3 หยวนต่อครั้ง

แล้วเสี่ยวผิงทำยังไงถึงสามารถหาเงินในการนำเที่ยวได้วันละ 20 หยวน?

"เอ่อ…."

เสี่ยวผิงมีสีหน้าที่ลำบากใจในการตอบอย่างมาก เธอเหลือบมองไปที่ซูข่านขณะที่ยังก้มหน้าอยู่

"พี่สามคะ..หนูเอ่อ…"

"บอกมาเถอะ ฉันไม่แย่งวิธีนี้จากเธอหรอก"

ซูข่านพูดด้วยรอยยิ้ม

เฒ่าหลี่เองก็แสดงความรู้อยากเห็นเหมือนกัน เขารู้จักเกี่ยวกับตัวเองเสี่ยวผิงดี ตัวของเธอนั้นไม่มีหัวเกี่ยวกับด้านการทำธุรกิจสักเท่าไหร่ ทำไมเธอถึงสามารถหาเงินได้ขนาดนี้ในระยะเวลาสั้นๆ

หากเป็นซูข่านทำแบบเดียวกับเสี่ยวผิง เฒ่าหลี่เองคงไม่อยากรู้เท่าไหร่

ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเฒ่าหลี่เองก็เห็นความสามารถของซูข่านมาแล้ว เขาสามารถหาเงินได้วันละตั้งไม่รู้กี่หยวน

คนที่สามารถใช้เงินในการจ่ายค่าอาหารมื้อเดียว 20 หยวนโดยไม่เสียดายแบบซูข่านได้ มันหมายถึงว่าเขาสามารถหาเงินแค่ 20 หยวนง่ายๆโดยเพียงแค่กระดิกนิ้ว

รู้ไหมว่าเงิน 20 หยวนนี่บางคนถึงกับต้องใช้แรงงานทั้งเดือนในการทำงานถึงจะหามาได้เลย

"อึ้บบบ"

เสี่ยวผิงสูดหายใจเข้าลึกๆและเงยหน้าขึ้นมาเหมือนกับว่าเธอได้เตรียมใจไว้แล้ว จากนั้นเธอก็ได้พูดช้าๆ

"เงินที่หนูได้มาส่วนใหญ่นั้น จะเป็นเงินที่ได้จากการขายตั๋วค่ะ"

สายตาของเสี่ยวผิงเริ่มมีความมุ่งมั่นขึ้นและก็พูดต่อว่า

"ในตอนแรกหนูก็แค่นำนักท่องเที่ยวไปเดินเล่นตามเมืองไม่ก็สถานที่สวยๆค่ะ บางครั้งก็แวะไปที่จุดชมวิวบ้าง ซึ่งตอนนั้นหนูก็ได้เงินต่อวันแค่ประมาณ 2-3 หยวนเท่านั้นเอง"

"แต่หลังจากที่หนูพานักท่องเที่ยวไปจุดชมวิวเหล่านั้นบ่อยขึ้น พนักงานกับผู้จัดการเองก็เริ่มคุ้นเคยกับหนูมากเรื่อยๆ"

"ตอนนั้นหนูอยากจะให้พี่สามช่วยคุยกับพี่จางเฉียงในการจัดการเรื่องตั๋วกับสถานที่ชมวิวให้กับหนูหน่อย แต่พี่สามก็ไม่ได้อยู่ที่หนานจิง"

"หนูก็เลยไปคุยกับผู้จัดการที่รับผิดชอบสถานที่ชมวิวแห่งหนึ่งและบอกว่าจะพานักท่องเที่ยวมาที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งผู้จัดการยินดีมากเพราะเห็นหนูนำกลุ่มมาเที่ยวที่นี่หลายครั้ง"

"เขาก็เลยขายตั๋วให้หนูในราคาพิเศษ แต่เวลาที่หนูไปบอกนักท่องเที่ยวพวกนั้น หนูก็ได้บอกราคาเดิมไป"

ฟังๆดูแล้วเหมือนกับเสี่ยวผิงก็แค่นำตั๋วออกมาขายก่อนที่นักท่องเที่ยวจะไปซื้อกับจุดชมวิวเท่านั้นเอง แต่ซูข่านก็รู้ได้ทันทีว่านี่มันคล้ายกับการหักหัวคิวอย่างมาก แต่ก็เป็นความสมัครใจของนักท่องเที่ยวเองเลยไม่ได้เดือนร้อนอะไร

โดยทั่วไปแล้วคนนำเที่ยวก็มักจะมีสถานที่สำคัญหรือสวยๆหลายแห่งที่จะพานักท่องเที่ยวไป ในสถานที่บางแห่งนั้นจำเป็นต้องเสียค่าเข้าด้วย

ซึ่งถ้าหากสถานที่ท่องเที่ยวตรงไหนร่วมมือกับคนนำเที่ยว สถานที่แห่งนั้นก็จะมีนักท่องเที่ยวมาเยอะกว่าที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด ทางสถานที่ท่องเที่ยวเลยจะยัดเงินให้คนนำเที่ยวต่างๆ

แต่ส่วนใหญ่เขาก็มักจะทำในรูปแบบของการขายตั๋วให้ต่ำกว่านักท่องเที่ยวซื้อเองเท่านั้น โดยหลักการแล้วเสี่ยวผิงเองก็จะได้รับเงินอย่างมากจากจุดนี้

"เธอทำคนเดียวเหรอ?"

ซูข่านขมวดคิ้วและจ้องไปที่เสี่ยวผิง ด้วยวิธีที่เสี่ยวผิงบอกมานั้นมันหมายความว่าเธอจะต้องพานักท่องเที่ยวไปหาเยี่ยมชมสถานที่ของเธอเป็นจำนวนมาก

แม้ว่าผู้จัดการจะขายตั๋วในราคาพิเศษให้กับเสี่ยวผิงแล้วก็ตาม แต่ค่าเยี่ยมชมของสถานที่ในยุคนี้นั้นมันถูกจนน่าตกใจ

"พี่สามรู้ด้วยเหรอคะว่าหนูไม่ได้ทำคนเดียว?"

เสี่ยวผิงถามซูข่านด้วยความประหลาดใจ

ซูข่านยิ้มที่มุมปากก่อนจะตอบว่า

"วิธีที่เธอบอกนั้นมันก็สามารถทำได้อยู่หรอก แต่เธอจะต้องหานักท่องเที่ยวมากับเธอเป็นจำนวนมาก ถึงจะได้วันละ 20 หยวน มันหมายความว่าเธอจะต้องนำกลุ่มนักท่องเที่ยวจำนวนมากกว่า 20 คนในวันเดียว"

"ซึ่งด้วยตัวเธอคนเดียวมันไม่มีทางที่จะนำนักท่องเที่ยวเยอะขนาดนั้นได้"

"ใช่ค่ะ"

เสี่ยวผิงมองไปที่ซูข่านด้วยสายตาที่ชื่นชม เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าพี่สามจะรู้ได้ทันทีจากคำพูดของเธอเพียงไม่คำ จากนั้นเธอก็ได้ตอบซูข่านช้าๆ

"หนูเห็นว่านี่จะเป็นโอกาสที่จะทำเงินได้มาก หนูเลยลองชวนเพื่อนกับลูกพี่ลูกน้องหนูมาทำดู"

"แล้วเธอก็หักค่าหัวคิวจากพวกเขาใช่ไหม?"

ซูข่านถามต่อ

"ใช่ค่ะ"

"หนูได้ให้พวกเขาไปนำเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มอื่นที่หนูไปไม่ได้ แล้วหนูก็นำเงินไปให้กับพวกเขาทีหลัง"

เสี่ยวผิงตอบด้วยรอยยิ้ม

"ใช้ได้"

ซูข่านอดไม่ได้ที่จะต้องชื่นชมเสี่ยวผิง เธอเป็นคนที่รู้จักวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและต่อยอดสิ่งที่ได้รับมาเป็นอย่างดี พอหลังจากที่รู้ว่าจะได้ค่าส่วนต่างจากบัตรแล้ว เธอก็หาคนมาทำหน้าที่แล้วแบ่งเงินโดยหักค่าหัวคิว

ต่อให้เธอไม่ต้องไปพึ่งเพื่อนหรือลูกพี่ลูกน้อง ซูข่านก็คิดว่าเสี่ยวผิงเองก็สามารถหาคนมาทำหน้าที่ตรงนี้ได้เหมือนกัน ซึ่งในระยะเวลา 5 วันที่ผ่านมาเธอก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถหาเงินได้ถึง 100 หยวน

แล้วถ้าทำงานแบบนี้ทุกวันเธอจะมีรายได้เท่าไหร่? บางคนอาจต้องทำงานเป็นปึเลยกว่าจะหาเงินมาได้ถึง 100 หยวน ก็จริงอยู่ว่าเงินเดือน 30 หยวนทำงาน 4 เดือนก็เกินแล้ว

แต่เดือนละ 30 หยวนนี่หักค่าใช้จ่ายต่อเดือนไปแล้วรึยังล่ะ? สำหรับ 100 หยวนของเสี่ยวผิงนั้นคือเงินที่หักจากการแบ่งให้คนของเธอไปแล้ว การได้กำไร 100 หยวนนั้นมันเป็นอะไรที่วิเศษมากๆ

"ขอบคุณมากค่ะพี่สาม"

เสี่ยวผิงยิ้มด้วยความโล่งอก

ยังดีที่พี่สามไม่โกรธที่เธอออกไปหารายได้เสริมแต่ยังชื่นชมอีกด้วย

สิ่งนี้มันให้เสี่ยวผิงรู้สึกดีและมีความสุขมาก

ซูข่านได้พูดต่อว่า

"เธอคิดว่างานนำชาวต่างชาติเที่ยวแบบนี้จะทำเงินได้เยอะไหม?"

เมื่อเสี่ยวผิงได้ยิน ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างขึ้นและพูดด้วยความตื่นเต้น

"พี่สามรู้ไหมคะว่าปีนี้มีนักท่องเที่ยวมาหนานจิงมากแค่ไหน?"

"ตอนนี้ที่ศูนย์นักท่องเที่ยวเองก็มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่กำลังรอคนนำเที่ยวอยู่ บางคนก็รอไม่ไหวแล้วก็ออกไปเที่ยวกันตามลำพังแล้ว"

"หนูคิดว่าถ้าหนูนำนักท่องเที่ยวแบบนี้ต่อไปหนูอาจจะ…"

เสี่ยวผิงกำลังจะพูดต่อแต่ก็ชะงักไป

"อาจจะอะไร?"

ซูข่านขมวดคิ้ว

"อาจจะเป็นอย่างพี่สามได้ในสักวันค่ะ…"

"พี่สามเป็นคนที่เก่งมากๆคนหนึ่ง หนูเห็นพี่สามทำงานโดยการสั่งให้คนอื่นไปทำนู้นทำนี่ให้ หนูก็เลยอยากเป็นคนเก่งแบบพี่สามบ้าง"

เสี่ยวผิงชื่นชมซูข่านอย่างต่อเนื่อง ซูข่านเองได้ยินก็ส่ายหัวเล็กน้อย

"เลิกประจบฉันได้แล้ว"

ซูข่านแกล้งทำเป็นโกรธเล็กน้อยก่อนจะมองไปที่เสี่ยวผิง

ผู้หญิงคนนี้ถือว่าเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นและมีพรสรรค์อย่างมาก เธอแค่สังเกตเห็นเราทำงานทุกวันก็มีความคิดที่อยากจะเลียนแบบแล้ว

ซูข่านรู้สึกพอใจกับทักษะด้านนี้ของเสี่ยวผิง

เดี๋ยวสักวันแนวความคิดนี้ของเสี่ยวผิงจะเปลี่ยนไป เธอจะต้องผ่านบททดสอบอะไรอีกมากในโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้ แต่ถ้าเธอทำได้ เธออาจจะประสบความสำเร็จได้ทั้งทีอายุไม่ถึง 30 ปี

"เสี่ยวผิง ถ้าฉันจะเปิดบริษัทท่องเที่ยวให้แล้วตั้งให้เธอเป็นประธานบริษัท เธอจะว่ายังไง?

บริษัทท่องเที่ยวนั้นมีอาชีพเด่นก็คือคนนำเที่ยวนั่นเอง ธุรกิจประเภทนี้มีมานานหลายทศวรรษแล้ว มันเป็นธุรกิจที่มีเงินหมุนเวียนไม่น้อยหน้าธุรกิจอื่นเลย

"เอ๊ะ!!"

"หนูเหรอ?"

เสี่ยวผิงชี้นิ้วมาที่ตัวเอง เธอไม่แทบไม่เชื่อกับที่ตัวเองได้ยิน

ซูข่านเห็นแบบนั้นก็หัวเราะและพูด้วยรอยยิ้ม

"ใช่!!"

"ฉันจะให้เงินเธอตั้งบริษัท 20,000"