ตอนที่ 210

สิ่งที่พี่สามได้พูดมันถูกทุกอย่าง ขนาดเขาไม่ได้อยู่ที่หนานจิงแต่เขาก็รับรู้สถานการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้เลยเพียงแค่บอกไม่กี่ประโยคเท่านั้น

จางเฉียงมองซูข่านด้วยสายตาที่ชื่นชม

"ดูเหมือนฉันจะยังอ่อนต่อโลกใบนี้นัก ตอนนั้นที่ฉันทำลงไปก็เพราะว่าความใจร้อนล้วนๆ ฉันต้องรีบเรียนรู้วิธีคิดแบบพี่สามบ้างแล้ว"

จางเฉียงพูดกับตัวเองในใจ

รถได้ขับออกไปอย่างรวดเร็วจากสถานีรถไฟ รถในเมืองหนานจิงยังมีจำนวนไม่เยอะมาก ประมาณครึ่งชั่วโมงรถก็ได้มาถึงบ้านของซูข่าน มีเด็กกลุ่มหนึ่งที่มองเห็นรถคันนี้ได้มารวมตัวกัน

ซูข่านรีบลงจากรถและพูดอย่างรวดเร็ว

"รีบไปซะ อย่าดึงดูดคนให้มาที่นี่เยอะ"

เหล่าเด็กๆเริ่มวิ่งมาดูรถที่ซูข่านนั่งกันมา

"ครับพี่สาม"

จางเฉียงพูดจบก็รีบขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว

ซูข่านส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ ซงหมิงเฉียงได้ถือสัมภาระของซูข่านเดินตามซูข่านเข้าไปในบ้าน

ซูข่านไม่รู้ตัวว่ามีเด็กชายคนหนึ่งได้มองซูข่านอยู่ เขาจับจ้องมาที่ซูข่านจนกระทั่งเข้าไปในบ้าน

"เอ๊ะพี่สาม"

ทันทีที่ซูข่านผ่านเข้าประตูเข้ามา เสียงของเสี่ยวผิงก็ได้ดังขึ้น จากนั้นเธอก็ได้วิ่งพูดกับซูข่านด้วยความตื่นเต้น

"พี่กลับมาแล้ว ช่วงที่พี่ไม่อยู่ พี่กับพี่ชายของฉันไม่มีรบกวนอะไรที่บ้านหลังนี้เลย ทุกอย่างปกติดี"

ซูข่านได้มองไปที่เสี่ยวผิงตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาไม่เจอร่องรอยอะไรแม้แต่น้อย

"พี่สามจัดการไว้ดีมากเลย พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะมาที่ระแวกนี้ด้วยซ้ำ"

เสี่ยวผิงเล่าด้วยรอยยิ้ม

"เธอส่งเงินกลับบ้านรึเปล่า?"

ซูข่านถามพร้อมมองไปยังเสี่ยวผิง

เสี่ยวผิงได้ทำท่าทางประหม่าเล็กน้อย เธอเอามือทั้งสองข้างจับที่มุมกระโปรงด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยมั่นใจ และสุดท้าย เธอก็ได้พยักหน้าพร้อมกับตอบซูข่านเบาๆ

"ใช่ค่ะ ฉันได้ส่งเงินเดือน 2-3 เดือนที่ผ่านมาไปให้ที่บ้านทั้งหมดเลย"

น้ำเสียงของเสี่ยวผิงดูไม่มั่นใจอย่างมาก เหมือนกับลูกกระต่ายน้อยที่กำลังทำความผิด

"เฮ้อ"

ซูข่านถอนหายใจออกมา เขาไม่รู้จะต้องทำยังไงดี ผู้หญิงในยุคนี้ให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอันดับหนึ่งอยู่แล้ว เงินเดือน 2-3 เดือนของเสี่ยวผิงก็น่าจะประมาณ 100 หยวนเห็นจะได้

เงินจำนวนนี้น่าจะเพียงพอต่อการแต่งงานของพี่ชายของเสี่ยวผิงได้แล้วมั้ง

หวังว่าพ่อของเสี่ยวผิงจะไม่จับเสี่ยวผิงแต่งงานเพื่อแลกกันเงินอีกนะ แนวคิดที่ลูกชายเป็นใหญ่กว่าลูกสาวมันค่อนข้างรุนแรงเกินไป พวกเขายังคงยึดติดกับขนบธรรมเนียนโบราณอยู่

"เอาเถอะ"

ซูข่านพูดเสร็จก็หันไปมองรอบๆด้วยความสงสัย

"เฒ่าหลี่ยังอยู่ที่หลังบ้านอีกเหรอ? ถ้าเขาเป็นไรขึ้นมาจะมีใครรู้บ้างไหมเนี่ย"

ซูข่านพูดเชิงประชดหน่อยๆ แต่เขาก็กลัวจริงๆว่าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นในห้องลับหลังบ้าน เฒ่าหลี่จะไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้เลย

จริงๆแล้วซูข่านก็ไม่สามารถห้ามอะไรเฒ่าหลี่ได้ เขาชื่นชอบกับการอยู่กับของเก่าแบบนั้นอยู่แล้ว เขาหลงรักในโบราณวัตถุยิ่งกว่าลูกในใส่อีกมั้ง

"ฮึ่ม!!"

เมื่อซูข่านพูดถึงเฒ่าหลี่ เสี่ยวผิงก็พ่นลมหายใจร้อนที่โกรธออกมา เธอมองไปที่ซูข่านด้วยสายตาที่ไม่พอใจ

"อ๊ะ เกิดอะไรขึ้น?"

ซูข่านคิดกับตัวเอง เขาเห็นท่าทางของเสี่ยวผิงเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เหมือนกับหวางหมันหยูตอนที่เห็นหลู่เฉียนซานเลย

เมื่อกี้เสี่ยวผิงยังดีๆอยู่เลยแท้ๆ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้? เขาถามอะไรที่มันจี้ใจดำเธองั้นเหรอ?

ซูข่านรู้สึกสับสนที่เห็นเสี่ยวผิงเปลี่ยนไป เสี่ยวผิงได้หันหน้าไปมองที่ตัวบ้านพร้อมกับพูดออกมา

"เขาอยู่ในสวนหลังบ้านค่ะ กำลังสอนลูกศิษย์คนใหม่ของเขาอยู่"

เสี่ยวผิงพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ เธอดูไม่ชอบลูกศิษย์ของเฒ่าหลี่อย่างเห็นได้ชัด

"อะไรนะ ลูกศิษย์เฒ่าหลี่งั้นเหรอ?"

ซูข่านรู้สึกแปลใจเล็กน้อยที่ได้ยิน เฒ่าหลี่ที่มีอารมณ์เหวี่ยงไปมาเหมือนวันนั้นของเดือน มีลูกศิษย์ด้วย!!

ที่สำคัญเลย เขาพาลูกศิษย์ไปยังสวนหลังบ้านอีก

ที่นั้นเป็นสถานที่ต้องห้ามของทุกคน มีเพียงซูข่านและเฒ่าหลี่เท่านั้นที่เข้าไปได้ แม้แต่จางเฉียงที่นำของเก่ามายังได้แค่วางไว้ในตัวบ้านเท่านั้น เฒ่าหลี่จะเป็นคนยกทั้งหมดไปจัดการต่อเอง

แล้วตอนนี้ลูกศิษย์คนนั้นได้อยู่ที่สวนหลังบ้าน ซูข่านรู้สึกอยากรู้แล้วว่าลูกศิษย์คนนั้นเป็นใคร

นี่เป็นไม่กี่ครั้งที่เขาอยากรู้อยากเห็นขนาดนี้ มันไม่ได้เกิดขึ้นมานานแล้ว

ขนาดการที่ฟิวเจอร์น้ำมันทำเงินได้มากมาย ซูข่านยังคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้นเลย เขาดูไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับเงินจำนวนนั้นแม้แต่น้อย

แต่เรื่องของเฒ่าหลี่นี่น่าสนใจกว่าฟิวเจอร์น้ำมันอีก เขาเป็นคนที่เก็บตัวเงียบๆคนเดียว เขาแทบไม่เล่าเรื่องของตัวเขาให้ใครฟังเลยแม้กระทั่งซูข่าน

ถ้าวันนั้นซูข่านไม่ได้ช่วยเหลือเขาจากพวกวัยรุ่น ไข่มุกราตรีกับห้องลับที่นี่ อาจจะหายไปจากโลกนี้พร้อมกับเฒ่าหลี่แล้ว

ทุกอย่างย่อมมีเหตุและผลของตัวเองเสมอ

"ก็ผู้หญิงคนนั้นนั่นแหละ"

เสี่ยวผิงกลอกตามองไปยังหลังบ้านด้วยหางตา คำพูดของเธอเห็นได้ชัดว่ากำลังหึงหวงอยู่

"ก่อนหน้านี่เธอมาตามหาพี่สามทุกวันเลย เฒ่าหลี่ไม่รู้ไปกินอะไรมา อยู่ๆไปรับเธอเป็นลูกศิษย์เฉย"

เสี่ยวผิงพูดด้วยความอิจฉา

"ตามหาฉันงั้นเหรอ?"

ซูข่านพูดจบก็มีร่างผู้หญิงสองคนปรากฏขึ้นในหัวของเขาทันที เขาสังหรณ์ใจแปลกๆว่าจะเป็นพวกเธอหนึ่งในนั้น

"ค่ะ"

เสี่ยวผิงตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเหมือนเดิม

"ฉันขอตัวไปทำอาหารก่อนนะคะ พี่สามไปดูที่สวนหลังบ้านด้วยตัวเองเถอะค่ะ"

จากนั้นเสี่ยวผิงก็เดินเข้าไปในบ้าน ซูข่านก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ เขาได้บอกให้ซงหมิงเจียงที่ยืนมองด้วยความงุนงงวางสัมภาระของเขาไว้ที่นี่แล้วไปพักผ่อนได้

ซูข่านพอจะเดาได้ว่าใครที่เป็นลูกศิษย์ของเฒ่าหลี่ ไม่จ้าวชิงชิงก็น่าจะเป็นหวางรุยนี่แหละ

แล้วทำไมพวกเธอถึงต้องมาตามหาเขาถึงที่บ้านหลังนี้ด้วย?

ซูข่านได้เดินไปที่สวนหลังบ้าน ทันทีที่เขาเข้ามาในสวน ซูข่านก็ได้ยินเสียงของเฒ่าหลี่กำลังพูดถึงประวัติของเตาเผาหลู่อยู่

"เฒ่าเผ่าหลู่อันนี้ถูกทำขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษ การแยกความแตกต่างระหว่างเตาเผาธรรมดากับเตาเผาหลู่นั้นทำได้โดยการ…."

ซูข่านมองไปยังต้นทางของเสียงก็เห็นเฒ่าหลี่กำลังยังเตาเผาหลู่ขึ้นมาอยู่

ไหนเคยบอกว่าชุดน้ำชาของซูข่านเป็นของฟุ่มเฟือยที่ไม่ควรเอามาใช้ แต่ทำไมเฒ่าหลี่ถึงได้ถือเตาเผามาสอนอะไรลูกศิษย์แบบนี้?

"เอ๊ะ!! พี่สาม"

ทันใดนั้นเอง หญิงสาวที่อยู่ข้างๆกับเฒ่าหลี่ได้เห็นซูข่านเธอก็ได้พูดขึ้นมาเสียงดัง ดวงตาของเธอแสดงถึงความตื่นเต้นอย่างมาก เธอได้ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ รอยยิ้มของเธอสดใสราวกับทุ่งของดอกไม้