ตอนที่ 411

หลังจากที่ลู่กั๋วเฉียงไป ในห้องก็เหลือเพียงซูข่าน สูเจิ้งเหมา และก็ซงหมิงเจีย

ซูข่านได้เทชาลงถ้วยและดื่มช้าๆ ก่อนจะพูดกับสูเจิ้งเหมา

"ตึกซิงซีมีพวกนักลงทุนเข้ามาบ้างไหม?"

"มีครับ"

สูเจิ้งเหมารีบตอบอย่างจริงจัง

"เมื่อเดือนที่แล้วบริษัทในประเทศจีนรวมไปถึงบริษัทต่างชาติ พวกเขามาคุยกับผมเรื่องจัดตั้งสำนักงานของพวกเขาในตึกซิงซี"

ถึงแม้ว่าในอนาคต ตึกซิงซีจะไม่ได้เป็นตึกที่สูงในประเทศจีนก็ตาม แต่ตึกซิงซีจะเป็นตึกที่สูงที่สุดในเผิงเฉิงอย่างไม่ต้องสงสัย

มันจะเป็นสถานที่ดึงดูให้เหล่านักถ่ายภาพต่างๆรวมไปถึงนักท่องเที่ยวอยากจะมาเยี่ยมชมจุดชมวิวที่ยอดตึกแห่งนี้

ในเวลาอีก 3-5 ปีข้างหน้าจะไม่มีตึกไหนในเผิงเฉิงเทียบเท่ากับตึกซิงซีได้เลย ถึงแม้พวกเขาจะเลียนแบบแค่ไหน แต่ถ้าเงินทุนไม่พอก็ยังไม่สามารถสร้างได้

อาจจะต้องใช้อีกสัก 6-7 เป็นอย่างต่ำ และก็ต้องใช้เวลาก่อสร้างอีก 1-2 ปี

ส่วนตึกซิงซีนั้นเป็นข้อยกเว้นอย่างเดียว เงินทุนสำหรับสร้างตึกสามารถเร่งความเร็วในการสร้างขึ้นได้ รวมไปถึงการจัดการปัญหาต่างๆด้วยเงิน

บริษัทที่จะมาตั้งสำนักงานในตึกซิงซีเลยรู้ว่าตึกซิงซีนั้นมีเงินทุนอยู่สูง พวกเขาเลยคิดว่าค่าเช่ารายปีสำหรับตั้งสำหนักงานจะต้องถูกมาก

แน่นอนว่าพวกเขานั้นคิดถูก ซูข่านวางแผนให้ตึกซิงซีปล่อยบริษัทอื่นมาเช่าทำสำนักงานในเรทราคาทั่วไปอยู่แล้ว แต่ในอนาคต ตึกซิงซีจะกลายเป็นตึกที่มีค่าเช่าสูงที่สุดในเผิงเฉิงอย่างแน่นอน

"นายจัดการเรื่องนี้ละกัน แต่นายต้องตรวจสอบพวกบริษัทพวกนั้นให้ละเอียดด้วยล่ะ นายคงไม่อยากให้มีปัญหาตามมาที่หลังใช่ไหมล่ะ"

"เข้าใจแล้วครับคุณซู"

สูเจิ้งเหมาพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง จากนั้นเขาก็ทำหน้าเหมือนคิดอะไรออก

"คุณซูครับ พอพูดถึงเรื่องบริษัทที่จะเปิดสำนักงานในตึกซิงซีแล้ว ก็มีคนหนึ่งติดต่อผมมาเหมือนกันครับ"

"ใคร?"

ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อยและวางถ้วยชาลง

"เฒ่าจางน่ะครับ"

สูเจิ้งเหมาพูดด้วยรอยยิ้ม

"เฒ่าจางจากร้านอาหารวังหลวงก็มาหาผมด้วย"

"ห้ะ!!"

ซูข่านอุทานออกมาด้วยความหลาดใจ ทำไมเฒ่าจางถึงได้มาพบกับสูเจิ้งเหมาด้วย? เขาต้องการพื้นที่ในตึกซิงซีด้วยอย่างงั้นเหรอ?

"เฒ่าจางพูดว่ายังไงบ้าง?"

ซูข่านถามด้วยรอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เขาคิดว่าเฒ่าจางจะต้องคิดมาเปิดสาขาร้านอาหารวังหลวงที่ตึกซิงซีแน่ เฒ่าจางนั้นเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานอยู่แล้ว

สูเจิ้งเหมาตอบด้วยรอยยิ้ม

"เขามาบอกผมว่า เขาอยากได้ชั้นที่มีวิวที่สวยในตึกซิงซีครับ เฒ่าจางจะใช้ที่ตรงนั้นทำเป็นสาขาใหม่ของร้านอาหารวังหลวง ซึ่งผู้คนที่มาจะได้กินทั้งของอร่อยและชมวิวไปพร้อมกันครับ"

"เฒ่าจางนี่เลือกสถานที่ได้เก่งจริงๆ"

ซูข่านพูดด้วยความประหลาดใจทันที

ตึกสวยๆหลายตึกในอนาคต ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะมีร้านอาหารอยู่บนตึกเกือบทั้งหมด ยิ่งเป็นชั้นที่สูงแค่ไหน ร้านอาหารก็ยิ่งหรูมากขึ้นเท่านั้น

มันไม่มีอะไรดีไปกว่าการไปชมวิวทิวทัศน์ของเมืองพร้อมกับทานของอร่อยไปคู่กันอีกแล้ว สถานที่ตรงนี้เป็นที่นิยมมากในอนาคต

แน่นอนว่าจะต้องจองคิวล่วงหน้ากันเป็นเดือนๆเพื่อที่จะมาได้กินร้านอาหารพวกนี้

ซูข่านไม่คิดมาก่อนเลยว่าเฒ่าจางจะมีความคิดแบบนี้ด้วย เขาจำได้ว่าเขาไม่เคยพูดถึงร้านอาหารบนตึกหรืออะไรพวกนี้มาก่อน

เฒ่าจางเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลจริงๆ เขาเลือกสถานที่ได้เหมาะสมจริงๆ

"นายคิดว่าไงล่ะ?"

ซูข่านเอนหลังพิงโซฟาแล้วถามสูเจิ้งเหมาเบาๆ

"ผมไม่ติดอะไรเลยครับ"

สูเจิ้งเหมาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบซูข่าน

"ผมเคยกินอาหารของเฒ่าจางที่ร้านอาหารวังหลวงมาแล้ว ผมบอกได้เลยว่ามีเซฟไม่กี่คนในเซียงเจียงที่จะทำอาหารได้แบบเขา ขนาดเด็กฝึกงานในร้านอาหารวังหลวงยังทำอร่อยกว่าร้านอาหารเซียงเจียงตั้งหลายร้านเลยครับ"

"แถมร้านอาหารวังหลวงก็ยังมีชื่อเสียงมากในวงการอาหารที่เซียงเจียงด้วยครับ คนที่กลับจากหนานจิงนั้นภูมิใจมากที่ได้ไปกินร้านอาหารวังหลวง"

"พวกนักลงทุนยังเสียดายเลยที่ร้านอาหารวังหลวงดันไม่มีสาขา ถ้าหากเจ้าของพร้อมขยายสาขาเมื่อไหร่ นักลงทุนก็พร้อมสนันสนุนทันที"

"เรื่องที่เฒ่าจางจะมาสาขาที่นี่นั้น ผมอยากให้คุณซูช่วยตัดสินใจให้หน่อยครับ"

"ฮ่าๆๆๆๆ"

ซูข่านส่ายหัวเล็กน้อยและหัวเราะออกมา

"นายเป็นคนดูแลซิงซีกรุ๊ปกับตึกซิงซีแล้วนะ นายลองคิดดูว่าอะไรที่จะมาอยู่ในตึกซิงซีแล้วจะดึงดูดผู้คน นายก็สามารถอนุมัติได้เลยโดยไม่ต้องมาปรึกษาฉัน"

"ถึงแม้ว่ามันจะเป็นธุรกิจของฉันก็จริงอยู่ แต่นายก็จะได้รับผลประโยชน์ด้วยอยู่แล้ว"

"เข้าใจแล้วครับ"

สูเจิ้งเหมาพยักหน้า

หากว่าร้านอาหารวังหลวงมาเปิดสาขาที่ตึกซิงซี บอกได้ว่ามันจะส่งผลดีให้กับตึกซิงซีอย่างมาก

ร้านวังหลวงเป็นที่เลื่องลือจริงในเซียงเจียงอย่างที่สูเจิ้งเหมาบอก พวกนักธุรกิจที่นั่นเวลาจะคุยธุรกิจใหญ่กันจะต้องมารวมตัวกันที่ร้านอาหารวังหลวงในตึกซิงซีแน่ มันจะต้องเพิ่มสีสันให้กับตึกซิงซีไม่น้อยเลยทีเดียว

นักธุรกิจในเซียงเจียงหลายต่อหลายคนได้ไปติดต่อเฒ่าจางให้มาเปิดสาขาที่เซียงเจียง พวกเขายินดีที่จะจ่ายทุกอย่างให้โดยที่เฒ่าจางไม่ต้องทำอะไรด้วยซ้ำ

เพียงแค่ส่งพ่อครัวกับออกแบบร้านมาที่เซียงเจียง จากนั้นเขาก็แค่รอรับเงินส่วนแบ่งในแต่ละเดือน

แต่รู้อะไรไหม? เฒ่าจางปฏิเสธเหล่านักธุรกิจพวกนั้นทุกคน

เขารู้สึกว่าไม่มีสถานที่ใดเหมาะสมไปกว่าเมืองหนานจิงอีกแล้ว ถ้าหากว่าจะเปิดสาขาที่สอง เฒ่าจางก็อยากจะเปิดที่เผิงเฉิงเท่านั้น

เพราะเฒ่าจางรู้ว่า เจ้านายของเขาที่ชื่อซูข่านนั้นมีธุรกิจอยู่ที่นั่น หากว่าจะเปิดเฒ่าจางก็อยากจะเปิดในย่านธุรกิจเดียวกับเจ้านายของเขา

เฒ่าจางไม่อยากให้คนอื่นมาถือชื่อร้านอาหารวังหลวงที่ผู้มีพระคุณของเขาได้เป็นคนเปิดให้

"ผมจะรีบไปที่หนานจิงแล้วคุยกับเฒ่าจางเรื่องนี้ครับ ผมจะให้สถานที่ชั้นบนสุดเพื่อเปิดร้านอาหารวังหลวงในตึกซิงซีแห่งนี้"

สูเจิ้งเหมามองไปที่ซูข่านและพูดอย่างรวดเร็ว

"ฉันคิดว่าเฒ่าจางจะต้องดีใจมากๆแน่"

ซูข่านรู้ดีว่าเฒ่าจางนั้นจะต้องรู้สึกยังไง ไม่ว่าตัวของซูข่านจะอยู่ที่ไหน เฒ่าจางก็ยังคงจงรักภักดีกับเขาอยู่เสมอ ตาเฒ่าคนนี้มีความคิดที่หัวโบราณก็จริงอยู่

แต่เขาก็เป็นคนเก่งคนหนึ่งเลยแหล่ะ

ซูข่านยิ้มอย่างช่วยไม่ได้เมื่อคิดเรื่องของเฒ่าจาง