ตอนที่ 302

เบ็ดตกปลาถูกกระชากอย่างแรง คันรอกก็หมุนอย่างรวดเร็ว ความเร็วในการหมุนของรอกเร็วจนน่าตกใจ นี่คงเป็นปลาตัวใหญ่อีกตัว

ทุกวันนี้ปลามีขนาดตัวใหญ่มากในแม่น้ำและทะเล สารเคมีต่างๆจากโรงงานยังไม่ถูกปล่อยลงสักเท่าไหร่ แม่น้ำและทะเลเลยทั้งใสสะอาดและเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก

โดยเฉพาะแม่น้ำที่มาจากภูเขาหรือพวกทะเลสาปพวกนั้น ที่นั้นจะเต็มไปด้วยปลาขนาดใหญ่มากมาย

ขนาดในทุ่งนายังสามารถเห็นปลาไหลตัวยักษ์ได้เลย

น่าเสียดายที่ธรรมชาติอันสวยงามพวกนี้จะต้องถูกทำลายลงโดยมือมนุษย์

"แกร๊กๆๆ"

รอกตกปลาของซูข่านหมุนจนเกิดเสียงดัง ซูข่านพยายามเอามือจับรอกและค่อยๆหมุนทีละนิด ในระหว่างที่หมุนเขาก็ต้องดึงคันเบ็ดสู่แรงปลาตัวนี้ไปด้วย

โชคดีที่คันเบ็ดอันนี้เป็นของที่มีคุณภาพสูง ความยืดยุ่นของมันเหมาะสำหรับตกปลาขนาดใหญ่

"อึ้บ"

ด้วยความชำนาญในการตกปลาของซูข่าน ปลาที่ได้ผ่อนแรงจากการกระแชกเบ็ดของซูข่านนั้น ก็โดนซูข่านกระตุกคันเบ็ดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ปลาที่สู้อยู่กับซูข่านก็ได้พ่ายแพ้ให้กับซูข่านอย่างสมบูรณ์แบบ

ที่ด้านหลังของปลาตัวนั้นมีน้ำเงินอยู่เป็นแถบ เห็นได้ชัดว่าคือปลาเฮอร์ริ่งแบบเดียวกับที่ตกได้ตอนแรก แถมขนาดตัวของมันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย

"ปลาตัวใหญ่จัง"

จางหม่านพูดด้วยความดีใจ

"ปลาที่นี้ตัวใหญ่เกือบทุกตัวเลย เมื่อกี้ฉันก็เพิ่งได้ปลาขนาดนี้ไปเหมือนกัน"

ซูข่านพูดด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็ค่อยๆหมุนรอกเข้าหาตัวเรื่อยๆ ปลาที่ถูกห้อยบนกับตะขอก็ดิ้นไปมาอย่างแรง

ในตอนที่ปลาอยู่บนศาลา พี่น้องของซงหมิงเจียงคนหนึ่งก็ได้เข้ามาช่วยซูข่านในการแกะตะขอจากปากปลาตัวนี้

"เสร็จแล้วก็ปลามันลงแม่น้ำเหมือนเดิมด้วยล่ะ ตัวใหญ่ก่อนหน้านี้ก็น่าจะพอเพียงที่ทำให้เราทุกคนอิ่มได้แล้ว"

ซูข่านพูดกับพี่น้องซงหมิงเจียงที่กำลังแกะตะขออยู่

"ครับพี่สาม"

พี่น้องซงหมิงเจียงแกะตะขอเสร็จก็ปล่อยปลาเฮอร์ริ่งตัวใหญ่กลับสู่แม่น้ำเหมือนเดิม

"จ๋อม!!"

หลังจากที่ปลาได้ลงสู่แม่น้ำ มันรีบดำน้ำลงไปทันที

"ทำไมเจ้านายถึงปล่อยปลาตัวนั้นไปละคะ?"

จางหม่านถามซูข่านด้วยความประหลาดใจ

ซูข่านมองที่แม่น้ำและตอบจางหม่านด้วยรอยยิ้ม

"ก่อนที่เธอจะมา ฉันก็ได้ตกปลาขนาดใหญ่ขึ้นมาแล้วตัวหนึ่ง แล้วตอนนี้ฉันก็เพิ่งตกได้อีกตัวหนึ่งอีก มันไม่มีเหตุจำเป็นที่ฉันจะต้องเก็บปลาตัวที่สองเอาไว้เลย"

"ปลาขนาดใหญ่นั้นมีจำนวนไม่เยอะในแม่น้ำแห่งนี้ หากว่าตกขึ้นมาทุกวัน เดี่ยววันหนึ่งก็จะไม่เหลือปลาขนาดใหญ่ในแม่น้ำ เราต้องเก็บไว้ตกในโอกาสอื่นบ้าง"

"เอ่อ.."

จางหม่านรู้สึกว่าเจ้านายกำลังพูดถึงอย่างอื่นอยู่ด้วยในประโยคที่ตอบกลับมา

"เจ้านายจะลงทุน 5 ล้านดอลล่าห์จริงๆเหรอคะ?"

จางหม่านถามซูข่านต่อ

ซูข่านได้หันไปมองซุนเจิ้งยี่ที่กำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ ซูข่านก็ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะตอบจางหม่าน

"เชื่อฉันสิว่ามันคุ้ม"

จางหม่านตะลึงที่ได้ยิน

"เธอรอพิสูจน์ด้วยตาของเธออีกดีกว่า"

ซูข่านส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้เมื่อมองไปที่จางหม่าน

เธอไม่รู้เลยว่าซอร์ฟแบงค์นั้นจะเติบโตไปเป็นบริษัทที่ใหญ่แค่ไหนในอนาคต

ต้องบอกเลยว่าซุนเจิ้งยี่นั้นเป็นอัจฉริยะในการเป็นนักลงทุนอย่างมาก หลังจากที่เขาตั้งตัวได้เมื่อไหร่ เขาจะเริ่มลงทุนในธุรกิจต่างๆมากขึ้น แน่นอนว่าธุรกิจที่เขาลงทุนไปล้วนแล้วแต่สร้างกำไรให้เขา

ไหนจะยังเอาซอร์ฟแบงค์ไปผูกสัญญาร่วมกับบริษัทอื่นๆอีก ผลประโยชน์ที่ได้ก็เข้าทางซอร์ฟแบงค์เต็มๆ

เงิน 5 ล้านดอลล่าห์แลกกับหุ้น 30% ของซอร์ฟแบงค์ ข้อเสนอนี้ใครๆก็ต่างเห็นว่าเป็นข้อเสนอที่ไม่ดีหรือโง่เอามากๆ

แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่าซอร์ฟแบงค์ในอีก 3 ปีข้างหน้าจะก้าวกระโดดไปได้ไกลแค่ไหน จริงๆแล้วซุนเจิ้งยี่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินจากซูข่านเลยด้วยซ้ำ

ด้วยความสามารถของเขา ซุนเจิ้งยี่สามารถหานักลงทุนรายอื่นให้มาลงทุนได้อีกเยอะ

ซอร์ฟแบงค์ภายใต้การนำของซุนเจิ้งยี่นั้น เป็นอะไรที่น่ากลัวสุดๆ บางทีในอีก 3 ปีข้างหน้า มูลค่าของซอร์ฟแบงค์อาจจะสูงถึง 50-100 ล้านดอลล่าห์เลยก็เป็นได้

ซูข่านอดใจไม่ไหวที่จะเห็นอนาคตของซอร์ฟแบงค์แล้ว เขาอยากจะรู้จริงๆว่าซุนเจิ้งยี่หลังจากที่ได้เงินไป 5 ล้านดอลล่าห์ เขาจะทำให้บริษัทเติบโตได้แค่ไหน

หลังจากที่ได้หุ้นจากซอร์ฟแบงค์ 30% มาแล้ว ซูข่านก็วางแผนที่จะถอนหุ้นนี้ออกเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม

ต้องบอกว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่โดนภัยพิบัติทางธรรมชาติทุกปี ในแต่ละครั้งช่วงที่ภัยพิบัติได้เข้าโจมตีประเทศญี่ปุ่น เศรษฐกิจและการส่งออกจะต้องถูกชะงักลง

แม้แต่ซอร์ฟแบงค์ของซุนเจิ้งยี่ก็ไม่รอดจากเหตุการณ์นี้ เรียกได้ว่าไม่มีบริษัทใดเลยที่จะสามารถทำกำไรได้ในระหว่างประสบภัยพิบัติ

ในช่วงนั้นเองก็เป็นช่วงที่ราคาหุ้นบริษัทต่างๆได้ตกต่ำ ถ้าอยากจะซื้อหุ้นของบริษัทใดในญี่ปุ่นค่อยรอช่วงเวลานั้นก็ได้ แต่ที่จำเป็นเลยคือต้องขายก่อนภัยพิบัติจะมา

ซูข่านรู้ดีอยู่แล้วว่าปีไหนญี่ปุ่นต้องเจอกับอะไรบ้าง เขามีแผนการในหัวของเขาอยู่

การลงทุนให้กับซอร์ฟแบงค์ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ไม่เพียงแต่จะสามารถทำกำไรได้เท่านั้น ยังสามารถมัดใจของซุนเจิ้งยี่ได้อีก

ซุนเจิ้งยี่จะได้รับการไว้วางใจในว่านเซี่ยงกรุ๊ปมากขึ้น เมื่อถึงเวลาที่ซุนเจิ้งยี่สามารถตั้งหลักได้ สุดท้ายแล้วสิ่งที่เขาจะไม่ลืมเลยก็คือบุญคุณของว่านเซี่ยงกรุ๊ป

ต้องรู้ว่าจะให้อะไรกับใครตอนไหน

คนที่หิวก็จะต้องกินข้าวกับเขา คนที่ป่วยก็ต้องให้ยา หากว่าซื้อยาให้คนหิว มันก็ไม่ช่วยบรรเทาความหิวของเขาได้หรอก และเช่นเดียวกันถ้าเอาข้าวให้กับคนที่ป่วย สุดท้ายแล้วเขาก็ยังจะป่วยเหมือนเดิม

กรณีเดียวกันกับซอร์ฟแบงค์ ตอนนี้เขาต้องการเงินอย่างมากในการทำให้บริษัทของเขาเติบโต หากว่ายื่นข้อเสนอที่ไม่เอาเปรียบกับเขา สุดท้ายแล้วยังไงซุนเจิ้งยี่ก็จะไม่ลืมในการกระทำครั้งนี้ของซูข่าน

"ว่าไงครับ?"

ซูข่านมองไปยังซุนเจิ้งยี่แล้วถามช้าๆ

ซุนเจิ้งยี่รู้สึกตัวหลังจากที่จมดิ่งไปกับความคิดของตัวเอง เขามองไปที่ซูข่านโดยก็ยังไม่รู้คำตอบว่าทำไมอีกฝ่ายถึงตีมูลค่าของตัวเขาและบริษัทมากขนาดนี้

ตัวของเขานั้นไม่คู่ควรหรือเหมาะสมกับมูลค่าที่อีกฝ่ายประเมินเลย

ยิ่งไปกว่านั้นคือข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธของเขา เป็นข้อเสนอที่นักลงทุนทั่วไปไม่มีใครกล้าเสี่ยงที่จะทำแบบนี้

"ตกลงครับคุณซู"

"ผมยอมรับเงื่อนไข 5 ล้านดอลล่าห์แลกกับหุ้น 30% ของซอร์ฟแบงค์ในอีก 3 ปีข้างหน้าครับ"

ซุนเจิ้งยี่ตอบเสียงทุ้ม

หลังจากที่ซุนเจิ้งยี่ได้ตกลงยอมรับเงื่อนไขของซูข่าน ทำให้มูลค่าบริษัทซอร์ฟแบงค์เพิ่มขึ้นอีกครั้ง ซอร์ฟแบงค์ได้เติบโตขึ้นอีก 2 เท่าด้วยการพูดคุยไม่กี่ประโยค

"ฮ่าๆๆ"

ซูข่านหัวเราะและมองไปที่ซุนเจิ้งยี่

"คุณจะไม่เสียใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ เดี่ยวคุณจะต้องกลับมาขอบคุณผมด้วยซ้ำ"

"ไม่จำเป็นต้องรอโอกาสนั้นหรอกครับ ผมจะขอบคุณคุณซูตั้งแต่ตอนนี้เลย"

"ไม่มีใครให้ข้อเสนอที่ดีกว่าคุณซูอีกแล้วครับ คุณเป็นนักลงทุนที่ใจดีที่สุดในโลกเท่าที่ผมเคยเจอมาเลย"

"ฮ่าๆๆๆ"

ซูข่านหัวเราะอย่างมีความสุข ในที่สุดเขาก็โน้มน้าวใจของซุนเจี้งยี่ได้

"พี่สามครับ"

ทันใดนั้นซงหมิงเจียงก็เดินเข้ามา ตัวของซงหมิงเจียงสวมผ้ากันเปื้อนที่มีเกล็ดปลาเฮอร์ริ่งติดอยู่

"ผมจัดการปลาเรียบร้อยแล้วครับ"

ซงหมิงเจียงพูดด้วยรอยยิ้ม