ตอนที่ 364

ชาวบ้านและเกวียนลากก็ได้เดินทางไปที่หมู่บ้านอย่างช้าๆ

เจิงฮัวเฉียงที่เดินฟังเสียงของคนในหมู่บ้านคุยกัน เขาก็รู้สึกได้ถึงบรรยกาศที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี

"ฮัวเฉียง"

มีชาวบ้านผู้หญิงมีอายุคนหนึ่งหันมาคุยกับเขา

"เอ็งทำงานอะไรทำไมถึงมีเงินเยอะขนาดนี้?"

ก่อนหน้านี้สภาพความเป็นอยู่ของเจิงฮัวเฉียงกับชาวบ้านก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก แต่ตอนนี้เจิงฮัวเฉียงเปลี่ยนไปเป็นละคนหลังจากออกไปทำงานนอกหมู่บ้าน

เขาสามารถสร้างบ้านหลังใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านได้ บ้านของเจิงฮัวเฉียงนั้นอาจจะเป็นบ้านหลังที่ดีที่สุดในเมืองนี้เลยก็ได้

ผู้คนในหมู่บ้านต่างอิจฉาอย่างมาก

"ผม..เอ่อ"

เจิงฮัวเฉียงเอามือมาเกาหัว เขาไม่รู้จะพูดยังไงดี เขาเลยตัดสินใจพูดความจริงทั้งหมดไป

"มีคนจ้างผมไปเป็นช่างไม้ครับ"

"ห้ะ!! ช่างไม้หาเงินได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ?"

ชาวบ้านคนนั้นตกใจ

"ใช่ครับ"

เจิงฮัวเฉียงพยักหน้า

จะมีใครเชื่อว่างานช่างฝีมือเกี่ยวกับไม้ของเจิงฮัวเฉียงจะทำเงินได้มากมายขนาดนี้ ขนาดตัวของเขาเองยังแทบจะไม่เชื่อเลย

ก่อนที่ไปจะไปทำงานกับซูข่าน เจิงฮัวเฉียงเป็นคนเดียวที่ทำเฟอนิเจอร์หรืออุปกรณ์ต่างๆจากไม้ให้กับคนในหมู่บ้าน ซึ่งแน่นอนว่าได้เงินแค่ไม่กี่หยวนเท่านั้น

แถมงานพวกนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะมีให้เขาทำทุกวันอีก นานๆทีจะมีงานไม้ให้เจิงฮัวเฉียงมาทำครั้งหนึ่ง เขาเลยต้องหารายได้เสริมจากการช่วยรับจ้างทำนาหรืองานอื่นๆในหมู่บ้าน

โชคดีที่ซงหมิงเจียงรู้จักกับเขา เจิงฮัวเฉียงจึงได้มีโอกาสไปทำงานกับซูข่าน การทำงานกับซูข่านทำให้เจิงฮัวเฉียงเรียนรู้อะไรหลายอย่าง

งานช่างไม้ที่เป็นงานไร้สาระสำหรับหมู่บ้าน แต่กลับทำเงินมากมายมหาศาลได้จากการทำงานกับซูข่าน

"ช่างไม้เนี่ยนะ!!"

ชาวบ้านคนนั้นตกใจมากที่ได้ยิน ชาวบ้านรอบๆเองที่ได้ยินการพูดคุยของพวกเขาทั้งคู่ต่างก็ตกใจออกมาเช่นเดียวกัน

ลูกหลานของพวกเขาไม่มีใครเลยที่มีความสามารถแบบเดียวกับเจิงฮัวเฉียง ในหมู่บ้านนี้มีเพียงเขาคนเดียวที่มี่ทักษะของช่างไม้

ตอนนี้ความคิดของชาวบ้านที่มีต่องานช่างไม้ได้เปลี่ยนไปแล้ว พวกเขาคิดว่าอาชีพนี้จะต้องทำเงินได้มากเหมือนกับเจิงฮัวเฉียงแน่

เกวียนลากได้เคลื่อนที่ช้าๆมาเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดเกวียนลากก็ได้มาถึงที่หมู่บ้าน เจิงฮัวเฉียงเป็นคนที่เอาสัมภาระลงจากเกวียนเป็นคนท้ายๆ

เขาได้หยิบลูกอมสองกำมือและมอบให้กับเจ้าของเกวียนลาก แต่อีกฝ่ายก็ได้ปฏิเสธน้ำใจของเจิงฮัวเฉียง เขาจึงวางมันไว้บนเกวียนก่อนจะเดินเข้าไปในหมู่บ้าน

เมื่อมองไปยังถนนที่คุ้นเคย หัวใจของเจิงฮัวเฉียงก็ตื่นเร็วขึ้นเพราะความตื่นเต้น ความรู้สึกคิดถึงครอบครัวของเขามันเอ่อล้นจนไม่สามารถอธิบายออกมาได้

เจิงฮัวเฉียงมีน้องทั้งหมด 3 คน โดยคนโตเป็นผู้หญิงเรียนอยู่มัธยมปลาย คนรองลงมาก็เป็นผู้หญิงกำลังเรียนอยู่ชั้นป.6 และน้องชายคนสุดท้ายเพิ่งจะเข้าป.2 ได้ไม่นาน

ทุกวันนี้เด็กตามบ้านนอกมักจะไม่ได้มีโอกาสได้ไปเรียนกันสักเท่าไหร่ และยิ่งเป็นเด็กผู้หญิงด้วย โอกาสที่พวกเธอจะได้เรียนยิ่งน้อยลงไปอีก

ความเชื่อเรื่องลูกผู้ชายยังคงครอบงำประเทศจีนอยู่ ตระกูลของเจิงฮัวเฉียงเองก็ไม่ต่างกัน เดิมทีน้องสาวของเธอทั้งสองจะไม่ได้มีโอกาสได้เรียนต่ออยู่แล้ว แต่เจิงฮัวเฉียงก็ยืนยันจะให้น้องทั้งหมดไปโรงเรียนให้ได้

เขาต้องการส่งน้องๆเขาเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่เขาจะส่งไหว

เจิงฮัวเฉียงเรียนรู้เรื่องนี้มาจากซูข่านเช่นกัน ประเด็นเรื่องการศึกษานั้นเป็นสิ่งที่ซูข่านได้พูดอยู่บ่อยครั้งจนเขาจำขึ้นใจ

ตอนนี้ตัวของเขาเองก็ไม่ได้ขาดแคลนเงิน ค่าเทอมที่ต้องจ่ายไปมันจะเท่าไหร่กันเชียว

ไม่ไกลจากตัวของเจิงฮัวเฉียงมีบ้านหลังหนึ่งโดดเด่นเป็นสง่ากว่าบ้านหลังอื่นมาก บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่เขาสร้างด้วยเงินที่ได้มาจากตอนไปที่รัสเซีย มันเป็นบ้านที่สวยงามที่สุดในเมืองนี้แล้วก็ว่าได้

เจิงฮัวเฉียงภูมิใจมาก

"ทุกอย่างเป็นเพราะพี่สาม…"

เจิงฮัวเฉียงรู้สึกติดหนี้บุญคุณกับซูข่านอย่างมาก เพราะชายคนนี้ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเขาดีขึ้น ตั้งแต่ได้เจอกับซูข่านในวันนั้น ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไป

เจิงฮัวเฉียงสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะผ่อนออกแล้วมุ่งตรงไปยังบ้านของเขา

เมื่อไปถึงบ้านเขาก็เห็นน้องๆทั้งหมดอยู่ที่หน้าบ้านและมองมาที่เจิงฮัวเฉียงด้วยความตกใจ

"พี่ฮัวเฉียง…"

"พี่กลับมาแล้ว"

น้องสาวทั้งสองคนพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นคลอ

"พี่ใหญ่เอาอะไรมาฝากพวกเราด้วยเหรอ"

น้องชายคนสุดท้องมองไปที่สัมภาระของเจิงฮัวเฉียงและถามด้วยความไร้เดียงสา

น้องสาวคนโตสุดก็มองไปในมือของเจิงฮัวเฉียงก็เห็นขนมขบเคี้ยวมากมาย เธอต้องพยายามกลั้นน้ำลายของเธอไม่ให้ไหลออกมา

"โห..ขนมเต็มเลย"

น้องคนสุดท้องมองไปที่ขนมและพูดด้วยความดีใจ

"พี่ซื้อมาฝากพวกเธอทุกคนเลย"

เจิงฮัวเฉียงเห็นสายตาของน้องๆที่มองขนมและพูดด้วยรอยยิ้ม เขารู้สึกอิ่มอกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก

หลังจากที่ยื่นขนมให้กับทั้งสามคนแล้ว เจิงฮัวเฉียงก็ได้ถามกับน้องสาวคนโตสุด

"พ่อกับแม่ล่ะ?"

"แม่อยู่ที่สวนหลังบ้าน"

น้องสาวไปชี้ไปที่หลังบ้าน

"ส่วนพ่อไปหาคนรับซื้อหมูอยู่ ตอนนี้หมูที่บ้านของเราตัวใหญ่ขึ้นมาก น่าจะขายได้เงินเยอะเลย"

น้องคนสุดท้องพูดพร้อมกับเคี้ยวขนมในปากของเขา

"ขายหมูเหรอ?"

เจิงฮัวเฉียงขมวดคิ้วเล็กน้อย

"ทำไมต้องเอาหมูไปขายด้วยล่ะ เราไม่จำเป็นต้องขายหมูอีกแล้ว"

"อ้าวไม่ต้องขายแล้วเหรอ?"

น้องสาวคนรองถามด้วยความสงัสย

"ครอบครัวเราจะได้เงินเยอะเลยจากการขายหมู ทำไมพี่ถึงไม่อยากให้ขายละคะ?"

"โถ่เด็กน้อย ตอนนี้เราไม่ได้ขาดแคลนเงินเหมือนแต่ก่อนแล้วไงล่ะ"

เจิงฮัวเฉียงเอามือไปลูบหัวของน้องสาวพร้อมพูดด้วยรอยยิ้ม

"ไปเรียกพ่อกลับบ้านดีกว่า เราจะฉลองตรุษจีนด้วยหมูตัวนี้กัน"

"อะไรนะ!!"

น้องทั้งสามคนพูดพร้อมกันด้วยความตกใจ

รู้ไหมว่าหมูตัวหนึ่งมีเนื้อเยอะขนาดไหน ถ้าได้กินหมูตัวที่กำลังจะขายไปนั้น บอกได้เลยว่านี่จะต้องเป็นวันตรุษจีนที่ดีที่สุดในชีวิตของเด็กๆ

น้องทั้งสามคนมองไปที่เจิงฮัวเฉียงด้วยแววตาที่เปล่งประกาย