ชาวบ้านและเกวียนลากก็ได้เดินทางไปที่หมู่บ้านอย่างช้าๆ
เจิงฮัวเฉียงที่เดินฟังเสียงของคนในหมู่บ้านคุยกัน เขาก็รู้สึกได้ถึงบรรยกาศที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี
"ฮัวเฉียง"
มีชาวบ้านผู้หญิงมีอายุคนหนึ่งหันมาคุยกับเขา
"เอ็งทำงานอะไรทำไมถึงมีเงินเยอะขนาดนี้?"
ก่อนหน้านี้สภาพความเป็นอยู่ของเจิงฮัวเฉียงกับชาวบ้านก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก แต่ตอนนี้เจิงฮัวเฉียงเปลี่ยนไปเป็นละคนหลังจากออกไปทำงานนอกหมู่บ้าน
เขาสามารถสร้างบ้านหลังใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านได้ บ้านของเจิงฮัวเฉียงนั้นอาจจะเป็นบ้านหลังที่ดีที่สุดในเมืองนี้เลยก็ได้
ผู้คนในหมู่บ้านต่างอิจฉาอย่างมาก
"ผม..เอ่อ"
เจิงฮัวเฉียงเอามือมาเกาหัว เขาไม่รู้จะพูดยังไงดี เขาเลยตัดสินใจพูดความจริงทั้งหมดไป
"มีคนจ้างผมไปเป็นช่างไม้ครับ"
"ห้ะ!! ช่างไม้หาเงินได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ?"
ชาวบ้านคนนั้นตกใจ
"ใช่ครับ"
เจิงฮัวเฉียงพยักหน้า
จะมีใครเชื่อว่างานช่างฝีมือเกี่ยวกับไม้ของเจิงฮัวเฉียงจะทำเงินได้มากมายขนาดนี้ ขนาดตัวของเขาเองยังแทบจะไม่เชื่อเลย
ก่อนที่ไปจะไปทำงานกับซูข่าน เจิงฮัวเฉียงเป็นคนเดียวที่ทำเฟอนิเจอร์หรืออุปกรณ์ต่างๆจากไม้ให้กับคนในหมู่บ้าน ซึ่งแน่นอนว่าได้เงินแค่ไม่กี่หยวนเท่านั้น
แถมงานพวกนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะมีให้เขาทำทุกวันอีก นานๆทีจะมีงานไม้ให้เจิงฮัวเฉียงมาทำครั้งหนึ่ง เขาเลยต้องหารายได้เสริมจากการช่วยรับจ้างทำนาหรืองานอื่นๆในหมู่บ้าน
โชคดีที่ซงหมิงเจียงรู้จักกับเขา เจิงฮัวเฉียงจึงได้มีโอกาสไปทำงานกับซูข่าน การทำงานกับซูข่านทำให้เจิงฮัวเฉียงเรียนรู้อะไรหลายอย่าง
งานช่างไม้ที่เป็นงานไร้สาระสำหรับหมู่บ้าน แต่กลับทำเงินมากมายมหาศาลได้จากการทำงานกับซูข่าน
"ช่างไม้เนี่ยนะ!!"
ชาวบ้านคนนั้นตกใจมากที่ได้ยิน ชาวบ้านรอบๆเองที่ได้ยินการพูดคุยของพวกเขาทั้งคู่ต่างก็ตกใจออกมาเช่นเดียวกัน
ลูกหลานของพวกเขาไม่มีใครเลยที่มีความสามารถแบบเดียวกับเจิงฮัวเฉียง ในหมู่บ้านนี้มีเพียงเขาคนเดียวที่มี่ทักษะของช่างไม้
ตอนนี้ความคิดของชาวบ้านที่มีต่องานช่างไม้ได้เปลี่ยนไปแล้ว พวกเขาคิดว่าอาชีพนี้จะต้องทำเงินได้มากเหมือนกับเจิงฮัวเฉียงแน่
เกวียนลากได้เคลื่อนที่ช้าๆมาเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดเกวียนลากก็ได้มาถึงที่หมู่บ้าน เจิงฮัวเฉียงเป็นคนที่เอาสัมภาระลงจากเกวียนเป็นคนท้ายๆ
เขาได้หยิบลูกอมสองกำมือและมอบให้กับเจ้าของเกวียนลาก แต่อีกฝ่ายก็ได้ปฏิเสธน้ำใจของเจิงฮัวเฉียง เขาจึงวางมันไว้บนเกวียนก่อนจะเดินเข้าไปในหมู่บ้าน
เมื่อมองไปยังถนนที่คุ้นเคย หัวใจของเจิงฮัวเฉียงก็ตื่นเร็วขึ้นเพราะความตื่นเต้น ความรู้สึกคิดถึงครอบครัวของเขามันเอ่อล้นจนไม่สามารถอธิบายออกมาได้
เจิงฮัวเฉียงมีน้องทั้งหมด 3 คน โดยคนโตเป็นผู้หญิงเรียนอยู่มัธยมปลาย คนรองลงมาก็เป็นผู้หญิงกำลังเรียนอยู่ชั้นป.6 และน้องชายคนสุดท้ายเพิ่งจะเข้าป.2 ได้ไม่นาน
ทุกวันนี้เด็กตามบ้านนอกมักจะไม่ได้มีโอกาสได้ไปเรียนกันสักเท่าไหร่ และยิ่งเป็นเด็กผู้หญิงด้วย โอกาสที่พวกเธอจะได้เรียนยิ่งน้อยลงไปอีก
ความเชื่อเรื่องลูกผู้ชายยังคงครอบงำประเทศจีนอยู่ ตระกูลของเจิงฮัวเฉียงเองก็ไม่ต่างกัน เดิมทีน้องสาวของเธอทั้งสองจะไม่ได้มีโอกาสได้เรียนต่ออยู่แล้ว แต่เจิงฮัวเฉียงก็ยืนยันจะให้น้องทั้งหมดไปโรงเรียนให้ได้
เขาต้องการส่งน้องๆเขาเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่เขาจะส่งไหว
เจิงฮัวเฉียงเรียนรู้เรื่องนี้มาจากซูข่านเช่นกัน ประเด็นเรื่องการศึกษานั้นเป็นสิ่งที่ซูข่านได้พูดอยู่บ่อยครั้งจนเขาจำขึ้นใจ
ตอนนี้ตัวของเขาเองก็ไม่ได้ขาดแคลนเงิน ค่าเทอมที่ต้องจ่ายไปมันจะเท่าไหร่กันเชียว
ไม่ไกลจากตัวของเจิงฮัวเฉียงมีบ้านหลังหนึ่งโดดเด่นเป็นสง่ากว่าบ้านหลังอื่นมาก บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่เขาสร้างด้วยเงินที่ได้มาจากตอนไปที่รัสเซีย มันเป็นบ้านที่สวยงามที่สุดในเมืองนี้แล้วก็ว่าได้
เจิงฮัวเฉียงภูมิใจมาก
"ทุกอย่างเป็นเพราะพี่สาม…"
เจิงฮัวเฉียงรู้สึกติดหนี้บุญคุณกับซูข่านอย่างมาก เพราะชายคนนี้ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเขาดีขึ้น ตั้งแต่ได้เจอกับซูข่านในวันนั้น ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไป
เจิงฮัวเฉียงสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะผ่อนออกแล้วมุ่งตรงไปยังบ้านของเขา
เมื่อไปถึงบ้านเขาก็เห็นน้องๆทั้งหมดอยู่ที่หน้าบ้านและมองมาที่เจิงฮัวเฉียงด้วยความตกใจ
"พี่ฮัวเฉียง…"
"พี่กลับมาแล้ว"
น้องสาวทั้งสองคนพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นคลอ
"พี่ใหญ่เอาอะไรมาฝากพวกเราด้วยเหรอ"
น้องชายคนสุดท้องมองไปที่สัมภาระของเจิงฮัวเฉียงและถามด้วยความไร้เดียงสา
น้องสาวคนโตสุดก็มองไปในมือของเจิงฮัวเฉียงก็เห็นขนมขบเคี้ยวมากมาย เธอต้องพยายามกลั้นน้ำลายของเธอไม่ให้ไหลออกมา
"โห..ขนมเต็มเลย"
น้องคนสุดท้องมองไปที่ขนมและพูดด้วยความดีใจ
"พี่ซื้อมาฝากพวกเธอทุกคนเลย"
เจิงฮัวเฉียงเห็นสายตาของน้องๆที่มองขนมและพูดด้วยรอยยิ้ม เขารู้สึกอิ่มอกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก
หลังจากที่ยื่นขนมให้กับทั้งสามคนแล้ว เจิงฮัวเฉียงก็ได้ถามกับน้องสาวคนโตสุด
"พ่อกับแม่ล่ะ?"
"แม่อยู่ที่สวนหลังบ้าน"
น้องสาวไปชี้ไปที่หลังบ้าน
"ส่วนพ่อไปหาคนรับซื้อหมูอยู่ ตอนนี้หมูที่บ้านของเราตัวใหญ่ขึ้นมาก น่าจะขายได้เงินเยอะเลย"
น้องคนสุดท้องพูดพร้อมกับเคี้ยวขนมในปากของเขา
"ขายหมูเหรอ?"
เจิงฮัวเฉียงขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ทำไมต้องเอาหมูไปขายด้วยล่ะ เราไม่จำเป็นต้องขายหมูอีกแล้ว"
"อ้าวไม่ต้องขายแล้วเหรอ?"
น้องสาวคนรองถามด้วยความสงัสย
"ครอบครัวเราจะได้เงินเยอะเลยจากการขายหมู ทำไมพี่ถึงไม่อยากให้ขายละคะ?"
"โถ่เด็กน้อย ตอนนี้เราไม่ได้ขาดแคลนเงินเหมือนแต่ก่อนแล้วไงล่ะ"
เจิงฮัวเฉียงเอามือไปลูบหัวของน้องสาวพร้อมพูดด้วยรอยยิ้ม
"ไปเรียกพ่อกลับบ้านดีกว่า เราจะฉลองตรุษจีนด้วยหมูตัวนี้กัน"
"อะไรนะ!!"
น้องทั้งสามคนพูดพร้อมกันด้วยความตกใจ
รู้ไหมว่าหมูตัวหนึ่งมีเนื้อเยอะขนาดไหน ถ้าได้กินหมูตัวที่กำลังจะขายไปนั้น บอกได้เลยว่านี่จะต้องเป็นวันตรุษจีนที่ดีที่สุดในชีวิตของเด็กๆ
น้องทั้งสามคนมองไปที่เจิงฮัวเฉียงด้วยแววตาที่เปล่งประกาย
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved