ตอนที่ 323

ซูข่านและลี่ซีได้มาที่บ้านหลังนี้ตั้งแต่ตอน 1 ทุ่ม หลังจากที่ทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว พวกเขาก็ได้ดื่มชาและพูดคุยกันต่ออีกสักพัก ไม่นานซูข่านก็ได้เดินออกมาจากบ้านพร้อมกับลี่ซี

ทันใดนั้นซูข่านก็สังเกตเห็นรถตู้มือสองยังคงจอดอยู่ที่เดิม เขาจำได้ว่าบอกให้ซงหมิงเจียงไม่ต้องรอและให้กลับไปก่อนแล้ว

แต่การที่รถจอดที่เดิมแบบนี้ แสดงว่าซงหมิงเจียงหลังจากที่ส่งเขากับลี่ซีเสร็จ ซงหมิงเจียงคงไม่ได้ออกไปที่อื่นเลย

เขายังรอคอยซูข่านกลับมาที่รถด้วยสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยยุงแบบนี้ และตอนนี้ซงหมิงเจียงหายไปไหนแล้ว?

"พี่สามครับ"

ระหว่างที่ซูข่านเดินเข้าใกล้รถตู้ขึ้นเรื่อยๆ จู่ๆซงหมิงเจียงก็เดินออกมาจากความมืดและเรียกซูข่าน เขาพรางตัวได้เหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ตรงนี้เลย

ซูข่านมองไปที่ซงหมิงเจียงและถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

"นายกินข้าวรึยัง?"

ซงหมิงเจียงรีบตอบอย่างรวดเร็วด้วยความร้อนลน

"เรียบร้อยแล้วครับ ผมเพิ่งไปซื้อ…"

"จ๊อก~~"

ระหว่างที่ซงหมิงเจียงพูดนั้น จู่ๆท้องของเขาก็ส่งเสียงคำรามออกมา

"ไหนบอกกินแล้วไง แล้วนั่นเสียงอะไร?"

ลี่ซีถามด้วยสีหน้าที่สงสัย

ซงหมิงเจียงไม่กล้าที่จะสู้หน้ากับทั้งสองคน เขาเอาแต่ก้มหน้าและเอามือขึ้นมาเกาหัวด้วยความประหม่า ซูข่านเห็นก็ไม่รู้จะหัวเราะหรือสงสารผู้ชายคนนี้ดี เขาทำหน้าที่ของเขาได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

ซูข่านโตมากับบ้านหลังนี้ เขาย่อมรู้ดีว่าสถานที่แถวนี้นั้นไม่สามารถหาของกินได้ ปกติแล้วแถวๆบ้านหลังนี้จะขายแต่อาหารเช้าเท่านั้น

ต่อให้ไม่ฟังเสียงท้องร้องของซงหมิงเจียง ซูข่านก็รู้ตั้งแต่แรกแล้วซงหมิงเจียงไม่ได้ไปหาอะไรกินตามที่เขาบอก

"ไม่เป็นไร"

ซูข่านส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และพูดกับซงหมิงเจียง

"ต่อไปนายต้องหาของกินติดรถไว้หน่อยแล้ว เลือกเอาที่เก็บได้เป็นเวลานานๆอย่างพวกเนื้อตากแห้งก็ได้"

"ครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงพยักหน้า ถ้าไม่ใช่เพราะความมืด ซูข่านกับลี่ซีคงเห็นใบหน้าสีแดงของซงหมิงเจียงไปแล้ว

จากนั้นทั้งสามคนก็ขึ้นรถตู้ที่จอดที่เดิมและมุ่งหน้ากลับไปยังบ้านของซูข่าน

ไม่นานประมาณครึ่งชั่วโมง รถตู้ก็ได้ขับมาถึงบ้านของซูข่าน

ทันทีที่ซูข่านเข้าไปในบ้านเขาก็ตะโกนออกมาเสียงดัง

"เสี่ยวผิง!!"

ไม่นานเสี่ยวผิงก็โผล่มาจากห้องของเธอและมองซูข่านด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

"มีของกินอะไรเหลือบ้าง?"

"มีบะหมี่ ผัก ไข่ และก็หมูตุ๋นค่ะ"

เสี่ยวผิงอย่างรวดเร็ว

ซูข่านหันไปมองซงหมิงเจียงที่กำลังเดินเข้าบ้านมาและก็หันกลับมาพูดกับเสี่ยวผิง

"เธอช่วยทำบะหมี่หมูตุ๋นถ้วยหนึ่งให้หมิงเจียงหน่อย เขายังไม่ได้กินข้าวเย็น ใส่ผักกับไข่ด้วยนะ"

ตอนนี้อยู่ในฤดูใบไม้ร่วงพอดี อากาศตอนกลางวันก็จะอบอุ่น แต่หลังจากพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว อุณหภูมิจะเย็นลงจนต้องใส่เสื้อกันหนาว

อากาศที่เย็นๆแบบนี้เหมาะกับการกินอะไรร้อนๆสุดๆ

"ค่ะพี่สาม"

เสี่ยวผิงยิ้มและเดินไปที่ครัวทันที

"ขอบคุณมากครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงชะงักเล็กน้อยและรีบขอบคุณซูข่านทันที

ด้วยเงินเดือนของซงหมิงเจียงแล้ว ตัวเขานั้นสามารถซื้ออะไรกินก็ได้อย่างที่ตัวเองต้องการ แต่สถานที่แถวบ้านของพี่สามนั้นไม่มีร้านอาหารเปิดเลยสักร้าน

แต่พอกลับมาพี่สามก็ได้สั่งให้เสี่ยวผิงมาทำอาหารให้เขาอีก นั่นคือเจ้านายที่ให้เงินเดือนนะ ส่วนเขานั้นก็แค่คนดูแลความปลอดภัยเอง

ทำไมพี่สามถึงปฏิบัติกับเขาเหมือนกับเป็นคนครอบครัวแบบนี้?

"ถ้าไม่อิ่ม นายบอกให้เสี่ยวผิงทำเพิ่มได้นะ"

ซูข่านพูดด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินไปที่หลังบ้าน

ซงหมิงเจียงมองแผ่นหลังของซูข่านที่กำลังเดินไปหลังบ้าน เขาคิดกับตัวเองในใจว่าชีวิตนี้ของเขานั้น จะยอมตายเพื่อคน 2 กลุ่มเท่านั้น

กลุ่มแรกคือพี่น้องที่ร่วมรบกันมาในสงคราม ส่วนคนอีกกลุ่มหนึ่งคือคนที่มีพระคุณกับเขา ซึ่งตอนนี้เขาคือผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า

ซงหมิงเจียงรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำงานให้กับซูข่าน

ซูข่านได้ไปที่หลังบ้านและเทน้ำใส่กะละมัง จากนั้นเขาก็เอาเท้าไปแช่น้ำและนั่งลงเพื่อพักผ่อน

พรุ่งนี้ซูข่านจะต้องตื่นเช้าแต่เช้าเพื่อไปที่บ้านของตาเฒ่า เขาจะต้องเจรจาเรื่องแผนการทำวิกผมของเขาให้ตาเฒ่านั่นฟังอีก

การเริ่มต้นก่อนคู่แข่งคนอื่น เป็นอะไรที่ได้เปรียบอย่างมากในตลาดนี้ ทำก่อนรวยก่อน

ก็จริงอยู่ที่อนาคตจะมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นมา สูเจิ้งเหมาไม่ได้เป็นคนเดียวที่ทำธุรกิจหรือโรงงานสิ่งทอสักหน่อย เขายังมีคู่แข่งอยู่อีกมากในวงการนี้

ซึ่งส่วนใหญแล้วคู่แข่งของสูเจิ้งเหมา พวกเขาก็มักจะนำเครื่องจักรของเขาไปผลิตวิกผมและขายเพิ่มเติมคู่กับเสื้อผ้าอีกด้วย

การที่ได้ออกวิ่งก่อนคนอื่นแบบนี้ แค่คิดมันก็น่าสนุกไม่ใช่น้อย

หลังจากแช่เท้าได้สักพัก ความง่วงก็เข้ามาจู่โจมซูข่าน

ซูข่านรีบลุกขึ้นและกลับไปนอนที่ห้องทันที

เช้าวันต่อมา ซูข่านตื่นขึ้นและเดินออกไปที่หน้าต่าง เขาเห็นลี่ซีกำลังเดินเล่นอยู่ในสวน ดูเหมือนว่าเธอจะตื่นเช้ามาเพื่อออกกำลังกายโดยการเดินเล่น

"อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่สาม"

จากนั้นลี่ซีก็รู้สึกเหมือนมีคนมองและหันหน้ามาที่ซูข่าน

"ตื่นเช้าจัง"

ซูข่านหยิบผ้าจุ่มน้ำขึ้นมาเช็ดหน้า

"หนูต้องตื่นเช้าอยู่แล้ว ต้องรีบปรับตัวให้เข้ากับเวลาของที่อเมริกา"

ลี่ซีพูดด้วยรอยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

"จินตนาการเก่งจริงนะ"

ซูข่านตอบด้วยรอยยิ้ม

จากนั้นซูข่านก็ไปอาบน้ำอย่างรวดเร็วและลงไปยังชั้นล่าง ระหว่างที่เดินลงมาเขาก็เห็นเสี่ยวผิงกำลังนำอาหารเช้าออกมาจากในครัว

ซูข่านนั่งลงที่โต๊ะและเริ่มกินอาหารเช้า เขาสังเกตเห็นซงหมิงเจียงยืนอยู่เลยพูดขึ้นมาว่า

"เดี๋ยววันนี้ให้เจียงเฝิงอยู่กับฉันก็ได้ ช่วงที่ผ่านมานายก็ลุยงานอย่างหนักเลยตั้งแต่ไปเซียงเจียง"

"เอ่อ..พี่สามครับ"

ซงหมิงเจียงพยายามที่จะพูดอะไรบ้างอย่าง แต่ซูข่านก็ได้ยกมือขึ้นมาเพื่อขัดจังหวะการพูดของเขา ก่อนจะพูดต่อว่า

"นายไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบในการทำหน้าที่นี้ทุกวันก็ได้ เจียงเฝิงเองก็ฝึกมาอย่างดีที่เซียงเจียง นายต้องไว้ใจให้เขาทำหน้าที่นี้บ้าง"

ซงหมิงเจียงไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาแย้ง เขาจึงทำได้แค่พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า

"ขอบคุณครับพี่สาม"

ในฐานะของคนที่ดูแลความปลอดภัยให้พี่สามแล้ว ตัวของเขานั้นนับเป็นจุดศูนย์กลาง จริงๆแล้วเขาต่างหากที่จะต้องมาจัดการคนที่จะทำหน้าที่นี้

หลังจากที่ซูข่านกินข้าวเสร็จ เขาก็ได้บอกว่าลี่ซีว่าอย่าเพิ่งออกไปไหนจนกว่าเขาจะกลับมา ถ้าหากว่าอยากออกไปข้างนอก ให้พาเสี่ยวผิงออกไปด้วย

ลี่ซีเองก็พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

ซูข่านกลับขึ้นห้องไปเตรียมอะไรบางอย่าง จากนั้นเขาก็เดินออกจากบ้านไป

หลี่เจียงเฝิงเองก็ยืนรอซูข่านอยู่แล้วที่รถตู้ ทันทีที่ซูข่านเดินออกมาเขาก็เปิดประตูรถให้และขึ้นไปยังที่นั่งคนขับ

จากนั้นรถตู้ก็ได้มุ่งหน้าสู่บ้านของผู้นำตระกูลซูอย่างรวดเร็วและไม่นานรถก็ได้มาถึงยังบ้านตระกูลซู

ซูข่านได้บอกให้หลี่เจียงเฝิงรออยู่ที่ข้างนอกก่อนและเดินเข้าไปในบ้านตระกูลซู

ทันทีที่เข้ามาในบ้าน ซูข่านก็เห็นเลขาหลี่กำลังเดินอยู่ เขาจึงรีบเดินไปทักทายอย่างรวดเร็ว

"อรุณสวัสดิ์ครับลุงหลี่"