ซูข่านและลี่ซีได้มาที่บ้านหลังนี้ตั้งแต่ตอน 1 ทุ่ม หลังจากที่ทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว พวกเขาก็ได้ดื่มชาและพูดคุยกันต่ออีกสักพัก ไม่นานซูข่านก็ได้เดินออกมาจากบ้านพร้อมกับลี่ซี
ทันใดนั้นซูข่านก็สังเกตเห็นรถตู้มือสองยังคงจอดอยู่ที่เดิม เขาจำได้ว่าบอกให้ซงหมิงเจียงไม่ต้องรอและให้กลับไปก่อนแล้ว
แต่การที่รถจอดที่เดิมแบบนี้ แสดงว่าซงหมิงเจียงหลังจากที่ส่งเขากับลี่ซีเสร็จ ซงหมิงเจียงคงไม่ได้ออกไปที่อื่นเลย
เขายังรอคอยซูข่านกลับมาที่รถด้วยสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยยุงแบบนี้ และตอนนี้ซงหมิงเจียงหายไปไหนแล้ว?
"พี่สามครับ"
ระหว่างที่ซูข่านเดินเข้าใกล้รถตู้ขึ้นเรื่อยๆ จู่ๆซงหมิงเจียงก็เดินออกมาจากความมืดและเรียกซูข่าน เขาพรางตัวได้เหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ตรงนี้เลย
ซูข่านมองไปที่ซงหมิงเจียงและถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ
"นายกินข้าวรึยัง?"
ซงหมิงเจียงรีบตอบอย่างรวดเร็วด้วยความร้อนลน
"เรียบร้อยแล้วครับ ผมเพิ่งไปซื้อ…"
"จ๊อก~~"
ระหว่างที่ซงหมิงเจียงพูดนั้น จู่ๆท้องของเขาก็ส่งเสียงคำรามออกมา
"ไหนบอกกินแล้วไง แล้วนั่นเสียงอะไร?"
ลี่ซีถามด้วยสีหน้าที่สงสัย
ซงหมิงเจียงไม่กล้าที่จะสู้หน้ากับทั้งสองคน เขาเอาแต่ก้มหน้าและเอามือขึ้นมาเกาหัวด้วยความประหม่า ซูข่านเห็นก็ไม่รู้จะหัวเราะหรือสงสารผู้ชายคนนี้ดี เขาทำหน้าที่ของเขาได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
ซูข่านโตมากับบ้านหลังนี้ เขาย่อมรู้ดีว่าสถานที่แถวนี้นั้นไม่สามารถหาของกินได้ ปกติแล้วแถวๆบ้านหลังนี้จะขายแต่อาหารเช้าเท่านั้น
ต่อให้ไม่ฟังเสียงท้องร้องของซงหมิงเจียง ซูข่านก็รู้ตั้งแต่แรกแล้วซงหมิงเจียงไม่ได้ไปหาอะไรกินตามที่เขาบอก
"ไม่เป็นไร"
ซูข่านส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และพูดกับซงหมิงเจียง
"ต่อไปนายต้องหาของกินติดรถไว้หน่อยแล้ว เลือกเอาที่เก็บได้เป็นเวลานานๆอย่างพวกเนื้อตากแห้งก็ได้"
"ครับพี่สาม"
ซงหมิงเจียงพยักหน้า ถ้าไม่ใช่เพราะความมืด ซูข่านกับลี่ซีคงเห็นใบหน้าสีแดงของซงหมิงเจียงไปแล้ว
จากนั้นทั้งสามคนก็ขึ้นรถตู้ที่จอดที่เดิมและมุ่งหน้ากลับไปยังบ้านของซูข่าน
ไม่นานประมาณครึ่งชั่วโมง รถตู้ก็ได้ขับมาถึงบ้านของซูข่าน
ทันทีที่ซูข่านเข้าไปในบ้านเขาก็ตะโกนออกมาเสียงดัง
"เสี่ยวผิง!!"
ไม่นานเสี่ยวผิงก็โผล่มาจากห้องของเธอและมองซูข่านด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
"มีของกินอะไรเหลือบ้าง?"
"มีบะหมี่ ผัก ไข่ และก็หมูตุ๋นค่ะ"
เสี่ยวผิงอย่างรวดเร็ว
ซูข่านหันไปมองซงหมิงเจียงที่กำลังเดินเข้าบ้านมาและก็หันกลับมาพูดกับเสี่ยวผิง
"เธอช่วยทำบะหมี่หมูตุ๋นถ้วยหนึ่งให้หมิงเจียงหน่อย เขายังไม่ได้กินข้าวเย็น ใส่ผักกับไข่ด้วยนะ"
ตอนนี้อยู่ในฤดูใบไม้ร่วงพอดี อากาศตอนกลางวันก็จะอบอุ่น แต่หลังจากพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว อุณหภูมิจะเย็นลงจนต้องใส่เสื้อกันหนาว
อากาศที่เย็นๆแบบนี้เหมาะกับการกินอะไรร้อนๆสุดๆ
"ค่ะพี่สาม"
เสี่ยวผิงยิ้มและเดินไปที่ครัวทันที
"ขอบคุณมากครับพี่สาม"
ซงหมิงเจียงชะงักเล็กน้อยและรีบขอบคุณซูข่านทันที
ด้วยเงินเดือนของซงหมิงเจียงแล้ว ตัวเขานั้นสามารถซื้ออะไรกินก็ได้อย่างที่ตัวเองต้องการ แต่สถานที่แถวบ้านของพี่สามนั้นไม่มีร้านอาหารเปิดเลยสักร้าน
แต่พอกลับมาพี่สามก็ได้สั่งให้เสี่ยวผิงมาทำอาหารให้เขาอีก นั่นคือเจ้านายที่ให้เงินเดือนนะ ส่วนเขานั้นก็แค่คนดูแลความปลอดภัยเอง
ทำไมพี่สามถึงปฏิบัติกับเขาเหมือนกับเป็นคนครอบครัวแบบนี้?
"ถ้าไม่อิ่ม นายบอกให้เสี่ยวผิงทำเพิ่มได้นะ"
ซูข่านพูดด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินไปที่หลังบ้าน
ซงหมิงเจียงมองแผ่นหลังของซูข่านที่กำลังเดินไปหลังบ้าน เขาคิดกับตัวเองในใจว่าชีวิตนี้ของเขานั้น จะยอมตายเพื่อคน 2 กลุ่มเท่านั้น
กลุ่มแรกคือพี่น้องที่ร่วมรบกันมาในสงคราม ส่วนคนอีกกลุ่มหนึ่งคือคนที่มีพระคุณกับเขา ซึ่งตอนนี้เขาคือผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า
ซงหมิงเจียงรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำงานให้กับซูข่าน
ซูข่านได้ไปที่หลังบ้านและเทน้ำใส่กะละมัง จากนั้นเขาก็เอาเท้าไปแช่น้ำและนั่งลงเพื่อพักผ่อน
พรุ่งนี้ซูข่านจะต้องตื่นเช้าแต่เช้าเพื่อไปที่บ้านของตาเฒ่า เขาจะต้องเจรจาเรื่องแผนการทำวิกผมของเขาให้ตาเฒ่านั่นฟังอีก
การเริ่มต้นก่อนคู่แข่งคนอื่น เป็นอะไรที่ได้เปรียบอย่างมากในตลาดนี้ ทำก่อนรวยก่อน
ก็จริงอยู่ที่อนาคตจะมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นมา สูเจิ้งเหมาไม่ได้เป็นคนเดียวที่ทำธุรกิจหรือโรงงานสิ่งทอสักหน่อย เขายังมีคู่แข่งอยู่อีกมากในวงการนี้
ซึ่งส่วนใหญแล้วคู่แข่งของสูเจิ้งเหมา พวกเขาก็มักจะนำเครื่องจักรของเขาไปผลิตวิกผมและขายเพิ่มเติมคู่กับเสื้อผ้าอีกด้วย
การที่ได้ออกวิ่งก่อนคนอื่นแบบนี้ แค่คิดมันก็น่าสนุกไม่ใช่น้อย
หลังจากแช่เท้าได้สักพัก ความง่วงก็เข้ามาจู่โจมซูข่าน
ซูข่านรีบลุกขึ้นและกลับไปนอนที่ห้องทันที
…
เช้าวันต่อมา ซูข่านตื่นขึ้นและเดินออกไปที่หน้าต่าง เขาเห็นลี่ซีกำลังเดินเล่นอยู่ในสวน ดูเหมือนว่าเธอจะตื่นเช้ามาเพื่อออกกำลังกายโดยการเดินเล่น
"อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่สาม"
จากนั้นลี่ซีก็รู้สึกเหมือนมีคนมองและหันหน้ามาที่ซูข่าน
"ตื่นเช้าจัง"
ซูข่านหยิบผ้าจุ่มน้ำขึ้นมาเช็ดหน้า
"หนูต้องตื่นเช้าอยู่แล้ว ต้องรีบปรับตัวให้เข้ากับเวลาของที่อเมริกา"
ลี่ซีพูดด้วยรอยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
"จินตนาการเก่งจริงนะ"
ซูข่านตอบด้วยรอยยิ้ม
จากนั้นซูข่านก็ไปอาบน้ำอย่างรวดเร็วและลงไปยังชั้นล่าง ระหว่างที่เดินลงมาเขาก็เห็นเสี่ยวผิงกำลังนำอาหารเช้าออกมาจากในครัว
ซูข่านนั่งลงที่โต๊ะและเริ่มกินอาหารเช้า เขาสังเกตเห็นซงหมิงเจียงยืนอยู่เลยพูดขึ้นมาว่า
"เดี๋ยววันนี้ให้เจียงเฝิงอยู่กับฉันก็ได้ ช่วงที่ผ่านมานายก็ลุยงานอย่างหนักเลยตั้งแต่ไปเซียงเจียง"
"เอ่อ..พี่สามครับ"
ซงหมิงเจียงพยายามที่จะพูดอะไรบ้างอย่าง แต่ซูข่านก็ได้ยกมือขึ้นมาเพื่อขัดจังหวะการพูดของเขา ก่อนจะพูดต่อว่า
"นายไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบในการทำหน้าที่นี้ทุกวันก็ได้ เจียงเฝิงเองก็ฝึกมาอย่างดีที่เซียงเจียง นายต้องไว้ใจให้เขาทำหน้าที่นี้บ้าง"
ซงหมิงเจียงไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาแย้ง เขาจึงทำได้แค่พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า
"ขอบคุณครับพี่สาม"
ในฐานะของคนที่ดูแลความปลอดภัยให้พี่สามแล้ว ตัวของเขานั้นนับเป็นจุดศูนย์กลาง จริงๆแล้วเขาต่างหากที่จะต้องมาจัดการคนที่จะทำหน้าที่นี้
หลังจากที่ซูข่านกินข้าวเสร็จ เขาก็ได้บอกว่าลี่ซีว่าอย่าเพิ่งออกไปไหนจนกว่าเขาจะกลับมา ถ้าหากว่าอยากออกไปข้างนอก ให้พาเสี่ยวผิงออกไปด้วย
ลี่ซีเองก็พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
ซูข่านกลับขึ้นห้องไปเตรียมอะไรบางอย่าง จากนั้นเขาก็เดินออกจากบ้านไป
หลี่เจียงเฝิงเองก็ยืนรอซูข่านอยู่แล้วที่รถตู้ ทันทีที่ซูข่านเดินออกมาเขาก็เปิดประตูรถให้และขึ้นไปยังที่นั่งคนขับ
จากนั้นรถตู้ก็ได้มุ่งหน้าสู่บ้านของผู้นำตระกูลซูอย่างรวดเร็วและไม่นานรถก็ได้มาถึงยังบ้านตระกูลซู
ซูข่านได้บอกให้หลี่เจียงเฝิงรออยู่ที่ข้างนอกก่อนและเดินเข้าไปในบ้านตระกูลซู
ทันทีที่เข้ามาในบ้าน ซูข่านก็เห็นเลขาหลี่กำลังเดินอยู่ เขาจึงรีบเดินไปทักทายอย่างรวดเร็ว
"อรุณสวัสดิ์ครับลุงหลี่"
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved