ตอนที่ 278

ในเซียงเจียงแล้วทรัพย์ของซูข่านน่าจะติดอยู่ในอันดับต้นๆได้ทีเดียว ถ้าเขาอาศัยอยู่ที่เซียงเจียงละก็ บางทีเขาก็อาจจะซื้อบนภูเขาเช่นเดียวกัน

หลู่เฉียนซานได้ครุ่นคิดก่อนพูดออกมาว่า

"หลังจากที่ตลาดอสังหาฯได้พังทลายลง ที่ดินในเซียงเจียงรวมไปถึงในฮ่องกงก็พากันลดลงเยอะขนาดนี้ บางทีอาจจะมีคนขายบ้านบนภูเขาราคาถูกๆก็ได้นะคะ"

ในเซียงเจียงแล้วคนรวยไม่ได้อยู่ในตัวเมืองเลยสักคนเดียว พวกเขาซื้อบ้านสุดหรูในบนภูเขาที่สามารถมองวิวทั่วเมืองเซียงเจียงได้

แล้วถ้ายิ่งอยู่สูงแค่ไหนก็ยิ่งบ่งบอกถึงความร่ำรายของคนๆได้อย่างดีเลย

ตระกูลฮั่ว ตระกูลหลี่ ตระกูลเลียง และอีกหลายครอบครัวรวยๆก็อยู่บนภูเขากันแทบทั้งนั้น

ส่วนระดับที่รองลงมาก็มักจะซื้อบ้านจัดสรรตามชานเมืองต่างๆ ส่วนคนธรรมดาที่ไม่มีเงินซื้อบ้านนั้นพวกเขาจะนิยมเช่าห้องพักในตึกสูงๆในตัวเมือง

ซึ่งขนาดของห้องนั้นก็เล็กพอๆกับรูหนูเลยทีเดียว

เมื่อปีก่อนนั้นซูข่านได้วางแผนที่จะมอบบ้านหนึ่งหลังเป็นรางวัลให้กับการขยันทำงานของจางหม่าน แต่หลังจากที่เธอรู้ข่าวว่าราคาที่ดินจะตกลง เธอเลยขอให้ซูข่านพักรางวัลนี้ไว้ก่อน

ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นเวลาที่เหมาะสมกับการซื้อบ้านแล้ว จางหม่านเลยได้บอกกับซูข่านอีกครั้ง

"เอาสิ ลองไปหาดู"

ซูข่านพยักหน้า

ในอนาคตถ้าต้องมีธุระเดินทางมาที่เซียงเจียงอีก ซูข่านเองก็ไม่อยากที่จะพักที่โรงแรมเพนนินซูล่าเหมือนกัน มันสะดวกสบายก็จริงอยู่ แต่ความรู้สึกของการนอนโรงแรมมันไม่ได้เหมือนกับการนอนบ้านเลยสักนิด

ซูข่านจัดการกินอาหารบนโต๊ะจนอิ่มและได้ขึ้นไปที่ห้องพักของเขาทันที

วันนี้เดินทางมาทั้งวันแล้ว ซูข่านรู้สึกหมดแรงและอยากจะนอนพักสักหน่อย นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาได้มาพักที่โรงแรมแห่งนี้

ทุกๆอย่างในห้องก็ยังคงหรูหราเหมือนเดิม สิ่งอำนวยความสะดวกเองก็ไม่ได้เพิ่มจากก่อนหน้านี้เลย ซูข่านไม่มีกะจิตกะใจมาชมวิวของอ่าววิคตอเรียเขารีบเข้านอนทันที

วันรุ่งขึ้นหลังจากที่ซูข่านตื่น

เขาก็ไปจัดการอาบน้ำเพื่อให้ร่างกายสดชื่น จากนั้นก็สั่งอาหารเช้ามากินที่ห้อง

ระหว่างที่กำลังทานอาหารเช้าซูข่านก็ได้เปิดทีวีเพื่อดูข่าวที่เกิดขึ้น

ไม่ว่าเขาจะเปิดไปดูข่าวช่องไหนก็จะเจอแต่รายงานข่าวของอสังหาฯในเซียงเจียง

ดูเหมือนว่าที่ดินและราคาของบ้านจะปรับตัวลดลงมากถึงประมาณ 30%

ทางหุ้นของบริษัทอสังหาฯเองก็ไม่ได้มีแนวโน้มที่จะดีขึ้นเลย นับวันยิ่งลงเรื่อยๆ

ดูเหมือนว่าการปรับลดของราคาที่ดินนั้นทำให้บางคนที่เพิ่งซื้อบ้านได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก และพวกเขาก็ออกมาประท้วงบนถนนกัน

ก็ไม่แปลกที่พวกเขาจะออกมาประท้วง สมมุติเมื่อต้นเดือนทำการกู้ธนาคารมาซื้อบ้านจำนวน 500,000 อย่างนี้ แต่พอถึงสิ้นเดือนราคาบ้านของพวกเขาเหลือแค่ 350,000

ต่อให้ขายบ้านไปก็ยังเป็นหนี้ธนาคารอยู่ดี แถมยังต้องจ่ายดอกเบี้ยอีกด้วย

นี่เป็นแค่ตัวอย่างของคนๆเดียวเท่านั้นเองนะ แต่ยังมีอีกตั้งหลายคนที่ต้องประสบพบเจอแบบนี้ แล้วก็ยังรวมไปถึงบริษัทที่ทำเกี่ยวกับอสังหาฯด้วย

บ้านและที่ดินจำนวนมากไม่สามารถทำกำไรให้กับพวกเขาได้เลย ราคามาร่วงหล่นจนขาดทุนแทบทุกหลัง

ถึงแม้ว่าจะสงสารก็จริง แต่มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นและไม่สามารถช่วยอะไรได้

หากว่าไม่มีเงินทุนหมุนเวียนในบริษัท พวกเขาก็ไม่สามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ได้เลย และที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็แทบจะไม่มีใครกล้าซื้ออสังหาฯสักคน พวกเขากังวลว่าราคามันจะยิ่งตกต่ำไปเรื่อยๆ

ในทุกๆวันตอนนี้เรียกได้ว่ามีแต่ข่าวลือสารพัดเต็มเซียงเจียงไปหมด และคนที่ได้รับผลกระทบเองก็ยิ่งลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ

หากว่าเดินไปตามท้องถนนตอนนี้ น่าจะเจอคนที่แต่งตัวดีแต่ร่างกายไร้วิญญาณเดินอยู่ก็ได้

สภาวะจิตใจของพวกเขาตอนนี้แตกสลายไปหลายคนแล้ว

"กริ๊งๆๆ"

หลังจากที่นั่งไปได้สักพักหนึ่งก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในห้องของซูข่าน

ซูข่านรีบลุกไปรับโทรศัพท์ ทันทีที่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาก็มีเสียงดังขึ้นอย่างรวดเร็ว

"อรุณสวัสดิ์ค่ะเจ้านาย"

เป็นเสียงของจางหม่านนั่นเองแต่น้ำเสียงของเธอฟังดูมีความสุขมาก

ซูข่านส่ายหัวและยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบเธอ

"ว่าไง?"

"เจ้านายคะฉันได้ยินมาว่ามีคนต้องการขายบ้านบนภูเขาไทปิง บ้านหลังนั้นมีเนื้อที่เกือบ 1,000 ตารางเมตรเลยค่ะ แถมราคาก็ถูกมากด้วย"

จางหม่านพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

1,000 ตารางเมตร

ซูข่านได้ยินก็คิดในใจทันที

เขาพยายามนึกถึงคำพูดของคนในเซียงเจียงชาติที่แล้ว พวกเขามักจะบอกเสมอว่า

มรดกที่ดีที่สุดก็คือบ้าน ที่เซียงเจียงแห่งนี้ไม่มีอะไรมีค่าไปกว่าบ้านและที่ดินอีกแล้ว

ขนาดคอนโดในย่านกลางเมืองที่มีเนื้อที่ประมาณ 40 ตารางเมตร ในยุคปัจจุบันอาจมีราคาถึง 10 ล้านหยวนเลยทีเดียว

จริงๆบ้านที่มีเนื้อที่เกือบ 1,000 ตารางเมตรนี่ไม่น่าจะเรียกว่าบ้านแล้วนะ มันควรจะเรียกมันว่าคฤหาสน์ซะมากกว่า

ถ้าจำไม่ผิดในชาติที่แล้ว จะมีรองประธานบริษัทที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีแห่งนี้เขาได้ซื้อบ้านในเซียงเจียงด้วยเงินถึง 100 ล้าน รู้สึกเนื้อที่ของบ้านเขาจะมีแค่ 300 ตารางเมตรเท่านั้น

ซูข่านรู้สึกพอใจกับสถานที่ตรงนี้อย่างมาก

บ้านที่มีเนื้อที่กว่า 1,000 ตารางเมตรแถมยังตั้งอยู่บนภูเขาไทปิงอีก

ที่ดินตรงนั้นในยุคหลังๆจะมีบ้านขึ้นอีกเพียบเลย แถมเป็นบ้านของคนรวยๆทั้งนั้น

นอกจากนี้แล้วภูเขาไทปิงเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในเซียงเจียง ที่นั่นสามารถมองเห็นเมืองทั้งเมืองได้เลย

เคยมีคำกล่าวเอาไว้ว่า ที่เขาไทปิงนั้นเป็นสถานที่ของพระผู้เป็นเจ้าพระทานลงมา ที่นั่นจะเป็นจุดที่ติดต่อระหว่างสรรค์กับโลกมนุษย์ ซึ่งพระเจ้าได้ประทานพรให้มีทะเลโดยรอบอีกด้วย

มีแต่คนบอกว่าถ้าอยู่บนที่แห่งนั้น ชีวิตจะเต็มไปด้วยความโชคดี

"บ้านหลังนี้เคยเป็นของ CEO บริษัทแห่งหนึ่งในเซียงเจียงค่ะ หลังจากที่ตลาดอสังหาได้พังทลายลง ดูเหมือนว่าเขาจะได้รับผลกระทบจนต้องขายบ้านหลังนี้"

จางหม่านพูดต่ออย่างตื่นเต้น เธอรู้สึกดีใจมากที่ได้มาเจอกับบ้านหลังนี้

"อืม"

ซูข่านพูดต่อด้วยรอยิ้ม

"ไปคุยกับนายหน้าได้เลย ฉันอยากเห็นบ้านหลังนี้เหมือนกัน"

"ได้ค่ะเจ้านาย"

จางหม่านพยักหน้าก่อนจะถามด้วยความสงสัย

"เจ้านายอยากมาดูบ้านหลังนี้ด้วยไหม?"

ซูข่านมองไปที่ปฏิทินและตอบด้วยรอยยิ้ม

"เดี๋ยวฉันบอกอีกที"

ถ้าอีกฝ่ายเป็นต้องการขายจริงๆ หากว่าทำสัญญาซื้อขายสำเร็จ พวกเขาจะได้มีเวลาในการเตรียมตัวย้ายออก

จางหม่านหายใจเข้าลึกๆเพื่อระงับความตื่นเต้นภายในใจของเธอก่อนจะตอบซูข่าน

"ได้ค่ะเจ้านาย"

จากนั้นจางหม่านไม่ได้ทำการไปคุยกับนายหน้าขายบ้านอย่างที่ซูข่านได้บอก เนื่องจากเจ้าของบ้านรู้ว่ามีคนต้องการซื้อบ้านของเขา

เขาจึงติดต่อจางหม่านเป็นการส่วนตัวทันที

ในช่วงนี้ตลาดอสังหาฯในเซียงเจียงยังพังทลายอยู่ การที่สามารถขายบ้านได้นับว่าเป็นเรื่องโชคดีของเขาอย่างมาก