ตอนที่ 283

"มาเฟีย?"

หลู่เฉียนซานขมวดคิ้วและแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา

จะให้เอามาเฟียมาบริหารบริษัทอย่างงั้นเหรอ?

หลู่เฉียนซานพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

"จะให้บุคลที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานมาบริหารบริษัทอย่างงั้นเหรอคะ?"

เธอไม่รู้เลยว่าเจ้านายของเธอคิดอะไรอยู่

เจ้านายมองการบริหารบริษัทเป็นเรื่องเล็กๆรึเปล่านะ?

เขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?

จะให้คนที่ไม่มีประสบการณ์ในการทำงานมาบริหารบริษัทเนี่ยนะ?

เมื่อเห็นว่าจางหม่านกับหลู่เฉียนซานแสดงสีหน้าตกใจ มุมปากของซูข่านก็ยกขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นรอยยิ้มที่ดูชั่วร้ายก่อนจะพูดออกมา

"ถ้าให้ทางกลุ่มว่านเซี่ยงไปบริหาร ฉันคิดว่ามันน่าจะมีบางเรื่องที่ไม่สามารถจัดการได้ แต่ถ้าให้ต้าเฟยที่มีประสบการณ์ทางด้านนี้โดยตรง ฉันคิดว่าเขาน่าจะจัดการเรื่องบางอย่างได้โดยไม่มีปัญหานะ"

"เจ้านายหมายความว่ายังไงคะ?"

ดวงตาของจางหม่านเป็นประกายแต่ก็ถามด้วยความสงสัย

หลู่เฉียนซานครุ่นคิดอยู่แล้วก็เหมือนว่าเธอจะตามความคิดของซูข่านทันก่อนจะพูดขึ้นมา

"เอาไว้จัดการฮงจินหมิงกับพ่อของเขาโดยเฉพาะใช่ไหมคะ?"

"ใช่"

"คิดจะตัดเพชรก็ต้องใช้เพชร ต้าเฟยนี่แหละเหมาะสมที่สุดที่จะทำงานนี้แล้ว"

ซูข่านพูดจบก็หัวเราะออกมาเบาๆ

หากว่าต้าเฟยไปจัดการนั่งบริหาร เขาจะต้องจัดการตระกูลฮงและฮงจินหมิงไม่ให้ผุดให้เกิดได้แน่

เรื่องแบบนี้น่าจะเหมาะสมกับเขาที่สุดแล้ว

ถามว่าซูข่านได้สั่งให้ต้าเฟยได้ทำอะไรนอกเหนือจากนั้นไหม?

แน่นอนซูข่านไม่สั่งการเรื่องสกปรกอะไรพวกนี้อยู่แล้ว เขาไม่ต้องการให้มือของเขาต้องไปเปื้อนอะไรแบบนี้เลยสักนิด

แต่ต้าเฟยต้องรู้ตัวเองว่าควรทำอะไรไม่ควรทำอะไร เหมือนกับตอนที่ซงหมิงเจียงไปจัดการฮงจินหมิง

เท่านี้ตระกูลฮงและลูกชายคงไม่น่าจะมายุ่งเกี่ยวอะไรกับว่านเซี่ยงกรุ๊ปอีกตลอดกาล

"เข้าใจแล้วค่ะ"

จางหม่านพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมา

"เห็นด้วยค่ะ"

หลู่เฉียนซานก็พยักหน้าพร้อมกับยิ้มให้กับซูข่าน

ตั้งแต่รู้แผนการของเจ้านายทำให้เธอรู้สึกว่าเธอเองมองอะไรต่ออะไรได้สั้นยิ่งนัก เจ้านายได้มองข้ามพวกเธอไปไม่รู้ถึงไหนแล้ว

"งั้นเดี๋ยวฉันจะต้องรีบไปจัดการเรื่องซื้อหุ้นอีก 10% ที่เหลือให้เร็วที่สุด"

หลู่เฉียนซานพูดออกมาอย่างรวดเร็ว และดวงตาของเธอก็หรี่ลงเล็กน้อยเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย

ในสามวันต่อมาหลู่เฉียนซานได้เร่งการจัดการซื้อหุ้นที่เหลืออย่างรวดเร็วตามที่เธอว่า และในที่สุดเธอก็ได้หุ้นเพิ่มมาอีก 10% จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดของบริษัทอสังหาฯจงฮง

โดยชื่อผู้ถือหุ้นจะเป็นชื่อของว่านเซี่ยงกรุ๊ป เท่ากับว่าตอนนี้ทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปได้เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่แล้ว

ถัดจากนั้นอีกหนึ่งวันในตอนบ่าย

รถสัญชาติญี่ปุ่นคันหนึ่งได้ขับมา ณ ภูเขาไทปิง

ต้าเฟยที่อยู่ในรถคันนั้นก็ได้มองไปยังรอบๆด้วยความตื่นเต้น เขาขับไปเรื่อยๆจนมาถึงที่บ้านหลังหนึ่งซื่งถูกตกแต่งออกมาได้อย่างสวยงาม

ต้าเฟยมองไปยังรอบๆตัวบ้าน นี่เป็นบ้านที่สวยที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เขาเคยเห็นมา

ทันใดนั้นประตูรั๊วของบ้านก็ได้เปิดออกเขาเลยขับเข้าไปยังข้างใน หลังจาหที่ต้าเฟยจอดก็มีคนมาเปิดประตูรถให้เขา

ต้าเฟยค่อยๆลงจากรถและมองไปที่คนเปิดประตูให้ จากนั้นเขาก็ขยี้ตาตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา

"พี่สามรอคุณอยู่นานแล้ว"

ซงหมิงเจียงได้พูดกับต้าเฟยช้าๆ

"อึ้ก"

ต้าเฟยกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ลงในลำคออย่างยากลำบาก ก่อนจะตัวพูดด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย

"พระเจ้าช่วย!! ฉันจะโดนอะไรไหมเนี่ยที่มาสาย"

ต้าเฟยรู้ได้ทันทีว่าบ้านหลังนี้จะต้องเป็นของคุณซูไม่ผิดแน่

ความยิ่งใหญ่ของคุณซูนั้นยิ่งใหญ่มากๆ เขาสามารถซื้อบ้านบนภูเขาไทปิงที่ได้ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในเซียงเจียงได้

ระหว่างที่ต้าเฟยได้เดินเข้าไปในบ้านเขาก็สังเกตเห็นรถยุโปรสุดหรูจอดอยู่อย่างเช่น เบนท์ลีย์และเบนซ์

สายตาของเขามองไปยังรถด้วยความอิจฉา นี่เป็นรถในฝันของลูกผู้ชายทั่วโลกเลย

จากนั้นเขาก็เดินมาถึงตัวบ้านและได้เข้าไปในนั้น ทันทีที่ไปถึงห้องรับแขกเขาก็พบเจอกับใบหน้าของชายหนุ่มที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี

"อึ้ก"

ต้าเฟยกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบากอีกครั้งเมื่อเห็นหน้าของซูข่าน

ซูข่านที่นั่งอยู่ที่โซฟาก็ได้มองมาที่ต้าเฟย

อยู่ดีๆขนที่แขนของต้าเฟยก็ได้ตั้งชันขึ้นมา

ต้าเฟยรู้สึกถึงบรรยากาศในห้องที่เปลี่ยนไปทันทีหลังจากเขาเข้ามา

ความรู้สึกที่เคยเจอกับคุณซูครั้งก่อนมันไม่ใช่แบบนี้นิ เขาดูแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลย

"คุณซูครับ ผมขอโทษที่มาสายครับ"

ต้าเฟยรีบก้มหัวลงและพูดเสียงดัง

"ช่างเถอะ"

ซูข่านเห็นต้าเฟยสำนึกผิดก็ได้ส่ายหัวพร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้ม

"นั่งลงก่อน"

"ไม่เป็นไรครับคุณซู ให้ผมยืนเถอะครับ"

ต้าเฟยไม่กล้าที่จะนั่งเคียงข้างกับเจ้านายของเขา

"ได้..ถ้างั้นเดี๋ยวฉันจะพูดสั้นๆละกัน"

ซูข่านไม่สนใจและเอามือไปหยิบถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นมาจิบ

รสชาติชาของที่เซียงเจียงเทียบไม่ได้กับชาจากบ้านของตาเฒ่าเลย แต่มันก็ยังพอกินได้อยู่ ขนาดไม่ได้ใช้ชุดน้ำชาลายครามยังได้กลิ่นหอมขนาดนี้ ถ้าใช้ชุดน้ำชาลายครามต้มจะได้รสชาติที่ดีขนาดไหนกัน

"ขอบคุณที่เมตตาผมครับ"

ต้าเฟยก้มหัวอีกครั้งด้วยความเคารพ

ซูข่านเห็นก็ยิ้มออกมา นี่เป็นลักษณะของคนที่ยอมทำงานถวายชีวิตให้กับเจ้านายของเขา

"จำที่ฉันบอกนายเมื่อปีที่แล้วได้ไหม? เรื่องที่จะให้นายเป็นผู้บริหารของบริษัทอสังหาฯจงฮง นายยังอยากจะเป็นอยู่ไหม?"

ต้าเฟยตกตะลึง ทันใดนั้นความรู้สึกยินดีก็ได้แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของเขา เขารู้สึกได้เลยว่าเลือดในตัวกำลังเดือดพล่าน

"อยากครับคุณซู อยากเป็นอยู่ครับ"

ต้าเฟยพยักหน้าหลายต่อหลายครั้งอย่างรวดเร็ว

ซูข่านพูดต่อด้วยรอยยิ้ม

"พรุ่งนี้ตอนเช้านายไปที่บริษัทว่านเซี่ยง จางหม่านจะให้นายเซ็นเอกสารอะไรบางอย่าง จากนั้นนายก็จะเป็นผู้บริหารของบริษัทอสังหาฯแล้ว แล้วนายก็แค่ทำตามคำสั่งที่ได้รับจากว่านเซี่ยงกรุ๊ปเท่านั้น"

"ครับผม ได้ครับคุณซู"

ต้าเฟยรีบพูดขอบคุณอย่างรวดเร็ว

เขารอโอกาสนี้มานานแล้ว ในที่สุดเรื่องที่ซูข่านได้พูดกับเขาก็กำลังจะกลายเป็นจริง

คนที่ไม่มีอะไรเลยอย่างเขาอยู่ๆจะได้มาเป็นผู้บริหารของบริษัทอสังหาฯ นี่ต้องเป็นการเติบโตที่ก้าวกระโดดที่สุดในชีวิตของเขาแล้ว

ซึ่งทุกอย่างถูกมอบให้เขาโดยชายที่อยู่หน้าเขาตอนนี้

"ขอบคุณคุณซูมากครับ ขอบคุณที่ให้โอกาสนี้กับผม"

ต้าเฟยคุกเข่าอย่างแรงบนพื้นพร้อมกับก้มหัว

"จากนี้ไปผมจะเป็นมือเป็นเท้าให้กับคุณซูเอง ถ้าคุณซูบอกให้หันไปทางไหนหรือจะทำให้ผมทำอะไร ผมจะรีบทำมันทันทีเลยครับ"

ต้าเฟยพูดออกมาอย่างรวดเร็วด้วยความเคารพ