ตอนที่ 227

หลังจากได้เดินรอบๆคาร์ฟูร์ซูข่านก็พบว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ซู่เฟิงและหวงเสี่ยวเว่ยจัดการได้ดี ทุกอย่างๆในซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้เรียบร้อยอย่างที่มันควรจะเป็น

พนักงานที่นี่ก็มีการบริการที่ดี ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสพร้อมให้บริการกับลูกค้าเต็มที่

และแน่นอนค่าจ้างของพนักงานที่นี่ก็สูงกว่าค่าเฉลี่ยตัวไปของเงินเดือนทั่วไปอยู่แล้ว การที่เงินเดือนเยอะกว่าที่อื่น หมายความว่าพวกคุณจะต้องทำงานให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน

ที่นี่จะได้รับเงินเดือนสูง สวัสดิการที่ดี แถมยังได้โบนัสตามยอดขายที่ดีอีกด้วย ไม่มีงานไหนดีเท่ากับงานที่ทำกับซูข่านแล้ว

ในที่สุดซูข่านก็ได้พบกับทางออกของซุปเปอร์มาเก็ต

"พี่สามครับ พี่สาม"

ระหว่างที่ซูข่านกำลังจะเดินออกจากซุปเปอร์มาเก็ต เขาก็ได้ยินเสียงเขาดังมาจากข้างหลัง

ซูข่านหันไปมองตามเสียงเรียกก็เห็นซู่เฟิงและหวงเสี่ยวเว่ยที่เดินเข้ามา สีหน้าของพวกเขาดูเป็นกังวล

"พี่สามครับ คาร์ฟูร์เป็นยังไงบ้างครับ"

หวงเสี่ยวเว่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นใจ

"ทำได้ดี"

ซูข่านมองไปทั้งสองพร้อมตอบด้วยรอยยิ้ม

"มีคนมาเยอะมาก แห่กันมาเกือบทั้งหนานจิงเลยมั้ง"

หวงเสี่ยวเว่ยถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกและอธิบาย

"ผมได้ซื้อโฆษณากับทางทีวีและหนังสือพิมพ์ด้วยครับ เพราะฉะนั้นคนในหนานจิงจึงรู้การเปิดตัวของซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้"

"แล้วสินค้าเพียงพอกับพวกเขาไหม?"

ซูข่านถามด้วยความสัย

ซู่เฟิงรีบตอบอย่างรวดเร็ว

"มีสินค้าบางตัวที่ใกล้จะหมดแล้ว เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วผมได้โทรบอกให้พี่จางเฉียงเอาสินค้ามาเติมแล้วครับ"

ซูข่านพยักหน้าและพูดเสียงเข้ม

"จำเอาไว้เลยนะ ห้ามให้สินค้าหมดเด็ดขาด!!"

"ต้องทำให้ทุกคนที่มาคาร์ฟูร์รู้ว่าซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้มีอะไรขายบ้าง"

1-3 วันแรกในการเปิดร้านสำคัญมาก ตอนนี้จะเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หากว่าพวกเขาเข้ามาแล้วเจอชั้นวางของที่ว่างเปล่าจะเป็นยังไง

พวกเขาก็จะไม่รู้คาร์ฟูร์มีสินค้าอะไรขายบ้าง นั่นแหละก็จะเป็นหายนะสำหรับเรื่องนี้

พวกเขาทั้งหลายก็จะไปบอกต่อกันว่าสินค้าของคาร์ฟูร์มีเพียงหยิบมือเท่านั้น ของจากที่นี่ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากห้างของรัฐเลย จากนั้นชื่อเสียงของทางร้านจะติดลบไปเรื่อยๆ

ในทางกลับกันหากว่ามีสินค้าเติมตลอด และยังมีพนักงานบริหารที่ยิ้มแย้มแจ่มใส อนาคตของคาร์ฟูร์ก็สดใสไม่แพงกับที่เซียงเจียงเลย

"ครับผม"

ซู่เฟิงและหวงเสี่ยวเว่ยพยักหน้าและพูดพร้อมกัน

ซูข่านมองไปยังทั้งสองคนและพูดต่อว่า

"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันจะกลับบ้านก่อน พวกนายค่อยมาคุยกับฉันที่บ้านในอีก 2-3 วันละกัน"

"ครับพี่สาม"

ซู่เฟิงและหวงเสี่ยวเว่ยพยักหน้าด้วยความเคารพ

ซูข่านพาเฒ่าหลี่และคนอื่นๆออกจากคาร์ฟูร์ พวกเขาตรงดิ่งกลับบ้านของซูข่านทันที

ซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้เป็นเรื่องที่ใหม่มากสำหรับคนในยุคนี้ พวกเขาไม่เคยเห็นร้านค้าที่เป็นแบบนี้มาก่อน

การเปิดคาร์ฟูร์สาขาแรกที่นี่ ผู้คนในหนานจิงจะต้องเล่าขานถึงตำนานการเปิดเหมือนกับ KFC แน่ๆ

แต่สำหรับซูข่านแล้ว เขารู้สึกว่าคาร์ฟูร์ที่เปิดนี้มันธรรมดาเกินไป

เมื่อถึงบ้านซงหมิงเจียงเห็นว่ามันยังมีเวลาอยู่เขาเลยขอตัวไปพบกับจางเฉียงเพื่อจัดการงานที่ซูข่านได้มอบหมายให้

จากนั้นในตอนเที่ยง ซงหมิงเจียงกับหลี่เจียงเฝิงก็ได้กลับมา แต่พวกเขาไม่ได้กลับมาแค่สองคน พวกเขาได้พาจางเฉียงกลับมาด้วย

"พี่สามครับ"

ซงหมิงเจียงได้เดินเข้ามาหาซูข่านที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ที่มุมน้ำชาของเขา

ซูข่านหันหน้าไปมองช้าๆ เขาเห็นซงหมิงเจียงยืนอยู่ข้างหน้า ส่วนหลี่เจียงเฝิงยืนอยู่กับจางเฉียงข้างหลัง

"สวัสดีครับพี่สาม"

จางเฉียงได้พูดทักทายซูข่าน

ซูข่านได้พยักหน้าให้กับจางเฉียง จากนั้นเขาก็ได้หันหน้าไปมองซงหมิงเจียงและหลี่เจียงเฝิงก่อนจะถามว่า

"ใบขับขี่เรียบร้อยแล้วใช่ไหม?"

"ครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงพยักหน้า

"พี่จางเฉียงได้พาพวกเราไปทำใบขับขี่ครับ เรื่องรถอะไรทุกอย่างพี่จางเฉียงก็จัดการให้หมดแล้วครับ"

"อืม"

ซูข่านยิ้มกับซงหมิงเจียงก่อนจะหันไปคุยกับจางเฉียง

"เป็นยังไงบ้าง?"

จางเฉียงมองซูข่่านด้วยสายตาที่ประหลาดใจ เขาได้สูดหายใจเข้าลึกๆและพูดออกมาช้าๆ

"เอ่อ…คือ พี่สามครับ ผมมีเรื่องจะขอคำแนะนำจากพี่สามหน่อยครับ"

"งั้นมาคุยกัน"

ซูข่านมองไปที่จางเฉียง เหตุผลที่เขามาถึงที่นี่คงไม่ใช่เรื่องเล็กๆน้อยๆแน่ เรื่องแค่นั้นระดับจางเฉียงสามารถแก้ไขปัญหาได้เองอยู่แล้ว

ตอนนี้เขากำลังคุมสินค้าที่นำเข้ามาจากทางใต้ให้ส่งไปยังตอนเหนืออยู่ คนในภาคเหนือส่วนใหญ่ต่างรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของเขา

เคยมีคนที่แอบขโมยสินค้าของจางเฉียงไปขายเอง ไม่กี่วันต่อมาทั้งคนที่ขโมยได้หายไปจากโลกใบนี้ ด้วยอำนาจของจางเฉียง ทำให้ไม่มีใครกล้าทำอะไรแบบนี้กับเขาอีก

"ครับพี่สาม"

จางเฉียงก้มตัวของเขาลง ตัวของจางเฉียงตอนนี้เจียมเนื้อเจียมตัวมาก หากว่าลูกน้องของจางเฉียงมาเห็นเขาตอนนี้ พวกนั้นจะต้องอ้าปากค้างแน่

พี่จางเฉียงที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขา ต้องมาถ่อมตัวจนตัวแทบจะติดพื้นโลกอยู่แล้ว

แต่สำหรับจางเฉียงแล้ว เขาไม่สนใจฐานะที่ยิ่งใหญ่อะไรของเขาต่อหน้าชายที่ชื่อซูข่านคนนี้

"พี่สามครับ ของจากทางใต้ได้ส่งขึ้นมาเยอะขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้โกดังเก่าที่ผมเช่าอยู่เริ่มจะไม่พอแล้ว ผมว่าจะเช่าโกดังใหม่ใกล้ๆ แต่ดูเหมือนว่าสิ้นปีก็น่าจะเต็มเหมือนกัน"

"ผมได้ยินมาว่าในเขตชานเมืองมีพื้นที่โล่งและกว้างอยู่ ผมเลยวางแผนว่าจะซื้อที่ดินตรงนั้นและจะทำเป็นโกดังเก็บของขนาดใหญ่"

"ซื้อที่ดิน?"

ซูข่านได้ยิน ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างออกมา

เขตชานเมืองที่จางเฉียงกำลังพูดถึงอนาคตมันจะเป็นเขตชั้นรองที่มีคนอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก มูลค่าที่ดินของที่นั่นก็ไม่ได้น้อยไปกว่าในชั้นในของหนานจิงเลย ไร่หนึ่งของที่นั่นไม่สามารถประเมินมูลค่าได้

มันยิ่งกว่ามหาศาลซะอีก ที่สำคัญสถานที่ตรงนั้นสามารถซื้อได้ด้วยเงินเพียงหน่อยเดียวเท่านั้น

"พี่สามครับ?"

เมื่อเห็นว่าซูข่านไม่ได้พูดอะไรกับเขา จางเฉียงเองก็กลัวว่าเขาได้พูดอะไรที่ผิดออกมา

รึว่าพี่สามจะไม่เห็นด้วยความคิดของเรา ถ้าพี่สามไม่เห็นด้วยกับการที่ซื้อที่ดินตรงนั้น แสดงว่าพี่สามจะต้องมีวิธีแก้ปัญหาสินค้าล้นโกดังอย่างแน่นอน

"อืม"

หลังจากที่ซูข่านได้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

"ความคิดของนายดีนะ นายต้องการจะซื้อที่ดินแถวนั้นเท่าไหร่?"

"เท่าไหร่เหรอครับ?"

จางเฉียงก็ยิ้มออกมาด้วยความโล่งอก แสดงว่าความคิดของเขานั้นถูกต้องแล้ว จากนั้นจางเฉียงก็ได้นึกถึงที่ดินบริเวรตรงนั้น

ถ้าจำไม่ผิดที่ดินตรงนั้นจะมีเป็นร้อยๆไร่เลย

"ผมว่าจะซื้อประมาณ 25 ไร่ครับ"

"25 ไร่เองเหรอ?"

ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อย