ตอนที่ 311

หลังจากที่อยู่ที่เผิงเฉิงเป็นเวลา 2 วัน ซูข่านและคนอื่นๆก็ได้มุ่งหน้าสู่เซี่ยงไฮ้อย่างเป็นทางการ

รถไฟจากเผิงเฉิงสามารถนั่งไปที่เซี่ยงไฮ้ได้ทันที เรื่องนี้ก็เกี่ยวกับโครงการรถไฟที่ซูข่านได้บอกให้พ่อของเขาทำด้วย กว่าที่เศรษฐกิจภายในประเทศจะเข้มแข็ง อย่างแรกต้องปรับปรุงเรื่องคมนาคมก่อน

การขนส่งนั้นเป็นสิ่งที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ลองสักเกตเมืองที่มีสถานีรถไฟกับไม่มีดูสิ แตกต่างกันลิบลับเลย

เมื่อมาถึงที่สถานนีรถไฟแล้ว ลู่กั๋วเฉียงก็เป็นคนที่ไปจัดการเรื่องตั๋วรถไฟ ซูข่านต้องการจะนั่งรถไฟแบบตู้นอนเท่านั้น ซึ่งแน่นอนเงินมันไม่ได้สำคัญกับซูข่านอยู่แล้ว

บนตู้รถไฟนอกจากซูข่านแล้วในห้องยังมีซงหมิงเจียง ต้าเฟย เหลาหลี่ และคนที่พามาด้วยอีกสองคน ทั้งหมดนี่คือคนที่จะเดินทางสู่เมืองหลวงแห่งเวทมนตร์ เมืองเซี่ยงไฮ้

รถไฟได้ออกจากสถานีไปอย่างช้าๆ ด้วยความเร็วของรถไฟในยุคนี้กว่าจะถึงเซี่ยงไฮ้ก็ใช้เวลานานอยู่ ซูข่านมองไปยังทิวทัศน์ข้างนอก เขาอยากจะให้ถึงยุคที่มีรถไฟความเร็วสูงเหลือเกิน

แต่กว่าที่รถไฟความเร็วสูงจะมาก็กินเวลาอีกตั้งหลายปี ซูข่านคิดว่าเขาสามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องพวกนี้ได้ บางทีด้วยโครงการรถไฟที่พ่อทำ รถไฟความเร็วสูงอาจจะได้ใช้เร็วกว่าที่คิด

แววตาของซูข่านเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

สองวันต่อมา รถไฟก็ได้เดินทางมาถึงที่เซี่ยงไฮ้

ซูข่านเดินออกจากสถานีรถไฟก็เห็นรถหรูจอดอยู่ที่ลานจอดรถอยู่หลายคัน ดูแล้วน่าจะเป็นรถที่หรูหราที่สุดแล้วในเซี่ยงไฮ้

"สวัสดีครับคุณซู"

ซูข่านหันหน้าไปตามเสียงเรียก แน่นอนเขาเจอกับสูเจิ้งเหมาที่ล่วงหน้ามารอเขาอยู่แล้ว สูเจิ้งเหมาทักทายซูข่านด้วยรอยยิ้ม ที่ด้านหลังของเขาก็ยังมีต้าเฟยที่เดินทางมาจากเซียงเจียงด้วย

นับตั้งแต่ที่ต้าเฟยได้มานั่งตำแหน่งประธานบริษัทอสังหาฯจงฮง ต้าเฟยก็อยู่ในชุดสูทพอดีตัวเขาตลอด ผมของเขาก็เป็นสีดำเรียบร้อย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะทำงานเป็นมาเฟียมาก่อน

ซูข่านมองไปยังพวกเขาทั้งสองก่อนจะพยักหน้าให้และพูดเบาๆ

"รีบขึ้นรถกันเถอะ ดูเหมือนคนรอบๆจะมองมาที่พวกเราเยอะเกินไปแล้ว"

จากหางตาของซูข่าน ดูเหมือนว่าคนรอบๆและคนที่เพิ่งลงรถไฟก็เริ่มจ้องมองมายังพวกเขามากขึ้น แน่นอนว่ารถหรูที่จอดเรียงรายกันหลายคันแบบนี้ มันจะดึงดูดให้คนมองทั้งรถและเจ้าของของมัน

ทุกวันนี้รถยนต์ส่วนใหญแล้วจะเป็นรถญึ่ปุ่น น้อยมากที่จะได้เห็นรถจากยุโรปมากขนาดนี้

หากว่าเป็นยุคที่มีสมาร์ทโฟน บางมีอาจจะมีคนเอามือถือขึ้นมาถ่ายคลิปรถที่จอดอยู่ตรงนี้แน่ๆ พวกเขาคงไม่เคยเห็นรถหรูเยอะๆขนาดนี้มาก่อน

หลังจากที่ซูข่านพูดจบ สูเจิ้งเหมาก็หันไปส่งสัญญาณให้คนขับรถและเปิดประตูให้ซูข่านทันที

ภายในรถหรูที่ซูข่านนั่งมีขนาดใหญ่มาก มันสามารถยืดแขนและขาออกไปได้เต็มที่

ไม่นานรถก็ได้เริ่มออกตัวช้าๆ

"ไปที่ตึกที่กำลังจะสร้างก่อน"

ซูข่านหันไปพูดกับสูเจิ้งเหมา

เขารู้ดีว่าสูเจิ้งเหมาจะต้องจองโรงแรมให้เขาเรียบร้อยแล้ว และดูเหมือนว่าสูเจิ้งเหมาก็คิดว่าเขาจะไปที่โรงแรมเพื่อพักผ่อนหลังจากที่เดินทางด้วยรถไฟมาเป็นเวลานาน

แต่ซูข่านต้องการจะเห็นสถานที่ตรงนั้นมากกว่าการนอน ดังนั้นเขาจึงอยากจะไปที่ตรงนั้นมากกว่าการไปที่โรงแรม

ตึกที่เป็นการร่วมมือระหว่างซิงซีกรุ๊ปกับบริษัทอสังหาฯจงฮง นี่จะต้องเป็นตึกที่มีชื่อเสียงมากๆในอนาคต ถ้าหากว่าจะใช้ชื่อว่าตึกจงฮงเองก็ไม่น่าเสียหายอะไร

แต่ตึกนี้มันร่วมมือกันทั้งสองบริษัทไง ยังไงก็ต้องหาชื่อที่มันฟังดูทันสมัยและเป็นกลางสักหน่อย บริษัทใหญ่ๆที่สร้างตึกไว้ก็มักจะนำชื่อบริษัทมาตั้งเหมือนกัน อย่างเช่น ตึกเพนกวิน ตึกอาลี ตึกจงเหิงไถ ฯลฯ

เดี๋ยวต้องไปคิดสักหน่อยแล้ว ตอนนี้ก็เอาเป็นว่าชือตึกจงฮงไปก่อนละกัน

รถได้ขับไปอย่างช้าๆเนื่องจากถนนของบริเวณรอบๆสถานนีรถไฟนั้น ยังเป็นทางลูกรังอยู่กว่าจะที่เป็นถนนคอนกรีตหรือราดยางก็ในเขตเมือง

ตึกจงฮงถูกสร้างขึ้นในเขตผู่โถว สถานที่สร้างตึกซูข่านนั้นเป็นคนที่ได้เลือกเองเขารู้ดีว่าในอนาคตแถวนั้นจะเป็นยังไง เรียกได้ว่าเป็นทำเลทองคำเลยก็ว่าได้

ทองคำ 1 แท่งยังไม่สามารถซื้อที่ตรงนั้นได้สักตารางเมตรเลย

แต่ที่ดินรอบๆตรงนั้นยังรกร้างอยู่ ถนนแถวนั้นก็ไม่ได้ดีเท่ากับเขตในตัวเมือง

ตอนที่สูเจิ้งเหมาได้ติดต่อว่าจะซื้อที่ดินตรงนี้ ทางนายกเทศมนตรีของเมืองเซี่ยงไฮ้ก็ตกตะลึงและดีใจที่ขายที่ดินตรงนี้ออก

และนายกเทศมนตรียังตกใจรอบสองกับข่าวที่ซิงซีกรุ๊ปประกาศจะสร้างตึกสูดเฉียดฟ้าที่นี่

เขาไม่คิดเลยว่าซิงซีกรุ๊ปจะเลือกเอาที่ดินรกร้างตรงนั้นมาสร้างเป็นตึกสูง จริงๆทางไล้อ้อนกรุ๊ปที่ร่วมลงทุนด้วย พวกเขาไม่เห็นด้วยที่จะสร้างตึกที่บริเวณตรงนี้

พวกเขาอยากจะให้สร้างในเขตตัวเมืองหรือติดน้ำมากกว่า แต่เงื่อนไขที่พวกเขาได้ตกลงกับสูเจิ้งเหมาคือที่ไหนก็ได้ พวกเขาเลยต้องยอมสร้างตึกจงฮงที่ผู่โถว

อย่างน้อยพวกเขาก็คิดว่า เดี๋ยวความเจริญก็ตามตึกนี้มาเอง ที่ผู่โถวคงไม่มีตึกสูงเฉียดฟ้าตึกเดียวแน่ๆ

นายกเทศมนตรีของเมืองซาบซึ้งในตัวของสูเจิ้งเหมามาก นอกจากจะนำเงินมาลงทุนที่เมืองเซี่ยงไฮ้แล้ว ยังเลือกสถานที่ที่คนไม่ให้ความสำคัญอีก สมแล้วที่สูเจิ้งเหมาได้ชื่อว่าเป็นนักธุรกิจที่รักชาติอันดับหนึ่ง

เกือบทุกคนในเซี่ยงไฮ้ได้รู้ข่าวพวกนี้เนื่องจากสถานีโทรทัศน์ได้เผยแพร่ข่าวเป็นเวลาหลายวัน

"นักธุรกิจผู้รักชาติได้กลับมาร่วมลงทุนอีกครั้งในเซี่ยงไฮ้"

"โดยครั้งก่อนที่นักธุรกิจคนนี้ได้ทุ่มเงินกว่า 500 ล้านในการสร้างตึกซิงซีกลุ่มที่เมืองซิงซี แต่ดูเหมือนว่าความทะเยอทะยานของเขานั้นยังไม่หมดแค่นั้น"

"เขามีแผนที่จะสร้างตึกสูงเฉียดฟ้าอีกครั้งที่เมืองเซี่ยงไฮ้แห่งนี้ แถมตึกที่เขากำลังจะสร้างนั้นไม่ได้อยู่ในเขตตัวเมืองอีกด้วย"

"หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างใด ทางเราจะรีบรายงานให้เร็วที่สุด.."

หลังจากที่ข่าวนี้เผยแพร่ออกไป ชื่อเสียงของสูเจิ้งเหมาก็กลับมาโด่งดังอีกครั้งหนึ่ง ในรายละเอียดของข่าวแทบจะไม่มีการบอกถึงบริษัทอสังหาฯจงฮงหรือกลุ่มทุนอื่นๆเลย

ประวัติของสูเจิ้งเหมาจึงได้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาในช่วงเวลานี้ ผู้คนนับไม่ถ้วนในเซี่ยงไฮ้ต่างรู้ประวัติและชื่นชอบในตัวของสูเจิ้งเหมาขึ้นไปอีก

นอกจากการสร้างตึกสูงเฉียดฟ้าทั้งสองตึกแล้ว พวกชาวเซี่ยงไฮ้ยังรู้อีกว่าสูเจิ้งเหมาได้ให้ทุนสนับสนุนมหาวิทยาลัยอีกจำนวนมาก

ไหนจะยังเรื่องการประกวดออกแบบตึกที่ทำให้คณะสถาปัตย์ต้องคึกคักอีก

ไม่นานรถก็ได้จอดลงที่สถานที่หนึ่ง

สูเจิ้งเหมาเป็นคนมาเปิดประตูให้กับซูข่านด้วยตัวของเขาเอง

ซูข่านลงจากรถและมองไปรอบๆ สถานที่ตรงหน้าเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความแห้งแล้ง

ใครมันจะไปคิดว่าสถานที่ตรงนี้ในอนาคตจะกลายเป็นที่ดินที่มีมูลค่าเป็นล้านๆกัน

"ที่ดินแถวนี้ราคาเท่าไหร่?"

ซูข่านหันไปถามสูเจิ้งเหมาช้าๆ

ทุกวันนี้ที่ดินในเซี่ยงไฮ้เองราคาก็ไม่ได้หนีไปจากหนานจิงมาก เต็มที่เลยก็แพงกว่าหนานจิงสักหน่อย

แต่ที่ดินบริเวณรกล้างแบบนี้ บางทีอาจจะถูกกว่ากะหล่ำปลีหัวหนึ่งอีกก็ได้

ส่วนใหญแล้วเขตที่คนไม่ได้ใช้งานหรือที่ถูกทิ้งไว้ให้รกล้างมักจะมีราคาถูกแบบนี้แหละ

ไม่แปลกที่จางเฉียงจะสามารถซื้อที่ดินทำโกดังสินค้าได้โดยใช้เงินแค่ไม่หมื่นหยวนเท่านั้น และได้โกดังที่ใหญ่เป็นไร่ๆเลย