แม้ว่าซงหมิงเจียงจะไม่ได้อยู่ที่บ้านของซูข่าน แต่การรักษาความปลอดภัยนั้นยังคงมีอยู่ตลอด และยังคงมีประสิทธิภาพเช่นเดิม ซึ่งกั๋วเฟ่ยเป็นผู้รับผิดชอบหน้าที่นี้
นอกกั๋วเฟ่ยแล้ว ก็ยังมีคนของซงหมิงเจียงที่ได้เดินทางไปฝึกที่เซียงเจียงมาแล้วด้วย
หลี่เจียงเฝิงก็ต้องเดินทางไปกับเฒ่าหลี่ ซงหมิงเจียงก็พักร้อนแต่งงาน ดังนั้นจำนวนคนที่เปลี่ยนเวรจึงน้อยลง กั๋วเฟ่ยจึงต้องสลับวันหยุดของตัวเองและคนที่เหลือให้ดี
ณ ห้องลับในบ้านของซูข่าน
ซูข่านนั้งมองดูไข่มุกราตรีในมือสลับกับของเก่าที่อยู่ในห้องไปมา ของทุกอย่างภายในห้องนั้นถูกวางไว้จนแทบไม่มีที่จะเดิน
"ดูเหมือนว่าห้องลับนี่จะเล็กเกินไปจริงๆสินะ"
ซูข่านส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
ไม่กี่ปีก่อนห้องลับนี้เป็นเพียงห้องที่มีฝุ่นเกาะอยู่เท่านั้น ตอนนี้มันเต็มไปด้วยวัตถุโบราณจำนวนมาก นี่ขนาดยังไม่ได้เอาที่เป็นพวกเฟอร์นิเจอร์ลงมาเก็บด้วยนะ
ของพวกเขานั้นยังคงกองอยู่ที่สวนหลังบ้าน
เมื่อมองดูของพวกนี้แล้ว ซูข่านก็ได้คิดถึงบ้านอีกหลังของเขาที่เซียงเจียง
บ้านหลังนั้นมีห้องใต้ดินสำหรับเก็บไวน์อยู่ หากว่าปรับเปลี่ยนสักเล็กน้อย ที่นั่นก็สามารถใช้เก็บของเก่าพวกนี้ได้
แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ซูข่านก็ไม่ได้มีแผนที่จะขนย้ายของเก่าจำนวนมากขนาดนี้ไปเก็บที่นั่นเหมือนกัน มันจะดีกว่าถ้าหากของพวกนี้อยู่ในหนานจิง
หากเป็นเวลาอีกสัก 10-20 ปีข้างหน้า บางทีการเปิดพิพิธภัณฑ์ของเก่าก็ดูไม่แย่เลยทีเดียว ไข่มุกราตรีรวมไปถึงเครื่องปั้นดินเผาต่างๆ ทุกอย่างจะถูกนำมาแสดงที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้
แต่ตอนนี้ยังมันเร็วเกินไปที่จะทำแบบนั้น การนำของมีค่ามากขนาดนี้มาเผยแพร่ให้คนอื่นรู้ มันจะเป็นการเรียกโจรมากกว่าเรียกนักท่องเที่ยวซะอีก
ทุกอย่างต้องดำเนินการไปอย่างใจเย็นๆ ยังไงซะมันก็เป็นของเขาอยู่แล้ว
ซูข่านมองดูของเก่ารอบๆห้องอีกครั้ง
ไม่ว่ายังไงก็จะต้องเก็บรวบรวมของเก่าพวกนี้มาอยู่ดี ไม่อย่างงั้นเดี๋ยวของพวกนี้จะตกไปอยู่ในมือของต่างชาติได้
นี่คือสิ่งที่ซูข่านไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้น
จริงๆตอนนี้ซูข่านสามารถประกาศหาคนที่จะเดินทางไปต่างประเทศทั่วโลก สำหรับสะสมของเก่าและวัตถุโบราณต่างๆได้
ความคลั่งไคล้ในการสะสมของเก่ายังไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่ในผู้คนสมัยนี้ ดังนั้นของเก่าหรือวัตถุโบราณที่ขายกันทั่วไปในต่างประเทศ
ราคาของมันก็ไม่ได้สูงกว่าที่ประเทศสักเท่าไหร่ เต็มที่เลยก็อาจจะ 1-10 ดอลล่าห์เท่านั้น
แล้วลองคิดดูเงินที่ 1-10 ดอลล่าห์จะกลายเป็น 100 ดอลล่าห์ดูสิ
รู้ไหมว่าเครื่องปั้นดินเผาสมัยโรมันโบราณซื้อ-ขายกันอยู่ที่เท่าไหร่ในปีหลัง 2000
ของบางอย่างมีราคาสูงกว่าสมาร์ทโฟนเครื่องหนึ่งซะอีก
"เกือบลืมไปเลย"
ดวงตาของซูข่านเป็นประกายขึ้นมา
นอกจากของเก่าเหล่านั้นแล้ว ซูข่านได้นึกถึงของเก่าชุดหนึ่งนั่นก็คือ หัวของนักษัตรทั้งสิบสองที่สูญหายไปในต่างประเทศ
หัวนักษัตรนี้นับเป็นสมบัติระดับประเทศเลยทีเดียว
หัวใจของซูข่านเต้นผิดจังหวะเล็กน้อย เขาจำได้ว่าหนึ่งในหัวนักษัตรทั้งสิบสองนี้ มีบางส่วนอยู่อยู่กับนักสะสมคนหนึ่ง และราคามันยังไม่ได้สูงมากด้วย
"ยังมีโอกาสอยู่…"
ซูข่านรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย แต่แล้วเขาก็รู้สึกปวดที่ขมับแทนมากกว่า
ไม่ใช่ว่าซูข่านจะไม่สามารถหานักสะสมคนนั้นหรือไม่มีเงินที่จะซื้อ แต่มันไม่มีที่วางต่างหากล่ะ!!
ห้องลับนี่ก็เต็มไปด้วยของจำนวนมากแล้ว หากว่าเอาหัวนักษัตรมาอีก คงจะต้องย้ายบางส่วนออกไปข้างนอก ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ซูข่านไม่อยากจะทำ
ซูข่านคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็นำไข่มุกราตรีไปเก็บยังที่เดิม จากนั้นซูข่านก็เดินออกจากห้องลับก่อนจะเดินเข้าไปในตัวบ้าน
เมื่อผ่านสวนหลังบ้านเข้ามาซูข่านก็เห็นกั๋วเฟ่ยยืนอยู่
"พี่สามครับ"
กั๋วเฟ่ยพูดด้วยความเคารพ
"พี่จางเฉียงกับพี่หวางเอ๋อมาหาพี่สามครับ ทั้งสองคนรออยู่ที่ห้องรับแขก"
"สองคนเลยงั้นเหรอ?"
ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อย
หวางเอ๋อก็เพิ่งมาเจอกับเขาได้ไม่นานเกี่ยวกับเรื่อง KFC แล้วทำไมตอนนี้หวางเอ๋อต้องมาพร้อมกับจางเฉียงอีกด้วย
จากนั้นซูข่านก็เดินไปยังห้องรับแขก
ที่ห้องรับแขกนั้นจางเฉียงกับหวางเอ๋อได้นั่งรออยู่ แต่หวางเอ๋อกลับมีท่าทีที่แปลกๆไป เขาดูมองซ้ายมองขวาเป็นระยะๆ
ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งสองจะมาที่นี่สักพักหนึ่งแล้ว
นอกจากเฒ่าหลี่แล้ว คนอื่นๆไม่มีใครมีสิทธิที่จะเดินไปยังสวนหลังบ้านของซูข่าน เต็มที่ก็ได้แต่อยู่ในบ้านและตะโกนเรียก
โดยธรรมดาแล้ว ทุกคนต่างรู้ธรรมเนียมปฏิบัติของบ้านซูข่านเป็นอย่างดี ไม่มีใครที่จะกล้าไปกระทั่งส่วนของหลังบ้านด้วยซ้ำ มีแต่เสี่ยวผิงที่มักจะไปตะโกนเรียกเฒ่าหลี่กินข้าวเสมอ
เมื่อซูข่านเดินเข้ามาที่ห้องรับแขกแล้ว ทั้งหวางเอ๋อและจางเฉียงก็รีบมีสีหน้าที่ความสุขพร้อมทั้งลุกขึ้นยืน
"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงได้มาพร้อมกัน"
ซูข่านมองทั้งสองคนที่ยืนอยู่ จากนั้นซูข่านก็เดินมานั่งก่อนที่ทั้งสองคนจะนั่งตาม
"ก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอกครับ"
หวางเอ๋อพูดด้วยรอยยิ้ม
"เผอิญผมได้ที่ดินใกล้กับเฟิงเหออั่วมาครับ ผมเลยวางแผนจะสร้างบ้านที่นั่นสัก 2-3 หลัง แต่ก่อนจะสร้างผมเลยอยากจะลองคุยกับพี่สามดูก่อนครับ"
"เฟิงเหออั่ว?"
ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น สถานที่ตรงนั้นมันอยู่ใกล้กับตัวเมืองชั้นในอย่างมาก มูลค่าที่ดินบริเวณนั้นก็สูงกว่าที่อื่นตั้งหลายเท่า
"ดำเนินการเสร็จหมดรึยัง? พร้อมสร้างบ้านเลยไหม?"
ซูข่านถามกับหวางเอ๋อ
"เสร็จหมดทุกอย่างแล้วครับ พร้อมสร้างบ้านได้เลยครับ"
หวางเอ๋อรีบตอบอย่างรวดเร็ว
"ที่ดินตรงนั้นเจ้าของประกาศขายด้วยตัวเอ หากว่าสร้างบ้านหรือทำอะไรก็สามารถทำได้เลยอย่างถูกกฏหมายงครับ"
ดวงตาของซูข่านเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้ยิน
ทำไมทุกอย่างถึงได้มาในเวลาที่เหมาะสมแบบนี้ กำลังคิดเรื่องแก้ปัญหาเรื่องที่เก็บของวัตถุโบราณกับของเก่าอยู่ดีเลย
ปกติแล้วหวางเอ๋อกับจางเฉียงจะซื้อที่ดินและนำโฉนดมาให้กับซูข่านเฉยๆ แต่ไม่รู้ว่าอะไรดลบรรดาลให้ครั้งนี้หวางเอ่อกับจางเฉียงถึงได้มาปรึกษากับซูข่าน
ราวกับว่าที่ดินตรงนั้นกำลังร้องเรียกซูข่านอยู่เลย
บอกได้เลยว่าทองคำ 10 แท่งยังไม่สามารถซื้อ 1 ตารางเมตรตรงนั้นได้เลย
"เอาล่ะ เดี่ยวฉันจะให้สูเจิ้งเหมาบอกนักออกแบบให้เขียนพิมพ์เขียวสำหรับบ้านมา สถานที่ตรงนั้นจะสร้างบ้านแบบเรียบร้อย ภายนอกจะไม่ดูหรูหราจนเกินไป พวกนายเข้าใจใช่ไหม?"
"ครับพี่สาม"
หวางเอ๋อกับจางเฉียงมองหน้ากันแล้วก็พยักหน้าลงอย่างรวดเร็ว
บ้านหลังใหญ่ขนาดนั้นยังไงก็ต้องมีห้องใต้ดินสำหรับเก็บไวท์อยู่แล้ว ขนาดที่ใหญ่พอจะสร้างถึง 3 หลังได้จะมีห้องกว้างขนาดไหนกัน
เท่านี้ก็แก้ปัญหาที่เก็บของได้ล่ะ ไม่อย่างงั้นซูข่านคงจะปวดหัวกับเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย แถมตึกจงฮงเองก็ยังไม่เสร็จในเร็วๆนี้อีกด้วย
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved