ตอนที่ 135

บทที่ 135 วุ่นวาย

"ฉันจะบอกอะไรนายซักหน่อย ถ้ามีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น พวกนายต้องรีบหลบเข้ามาในนี้โดยเร็วที่สุด" หยางป๋อไม่กล้าการันตีว่ายานของฮุยจิ่นจะอยู่ในหลุมยุบนี้หรือเปล่า แต่ก็ต้องระวังไว้ก่อน

"ได้" หวงเหลาซานยังอยากถามอะไรอีกหน่อย แต่เห็นท่าทีหยางป๋อไม่ได้จะพูดต่อ

"พวกนายเตรียมคนมากี่คน?"

"ไม่น้อย มีกำลังพลเพียงพอ แล้วก็ถ้าลงมือจริง นี่มันดาวของพวกเรามนุษย์กลายพันธุ์นะ" หวงเหลาซานก็ไม่ได้พูดความจริง

"น้องชาย ตอนแบ่งพื้นที่กัน มีคนเยอะๆก็ไม่ค่อยดีหรอก" หวงเหลาซานเริ่มคิดถึงการแบ่งพื้นที่แล้ว

"ไม่ต้องห่วง ฉันแค่อยากได้ 2 แสน 5 หมื่นตารางกิโลเมตรก็พอ ไม่สร้างเมือง ไม่ทำการค้า แค่ต้องการทรัพยากรในพื้นที่นี้ ทั้งบนดินและใต้ดิน" นี่คือพื้นที่ที่หยางป๋อขอให้เทียหนิว

"ได้ เวลานั้นนายค่อยเลือกก่อน" หวงเหลาซานได้ฟังดังนั้นก็พยักหน้า รู้สึกโล่งใจ พื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสห้าร้อยกิโลเมตร ไม่ใหญ่เลย จริงๆนะ ไม่ใหญ่เลย

หวงเหลาซานกลับมาบอกเรื่องนี้กับพรรคพวกสองสามคน แล้วทุกคนก็เข้าใจแล้ว

งานจับคู่แลกเปลี่ยนเริ่มต้นขึ้น หัวรุ่งไม่นาน หัวหน้ามนุษย์กลายพันธุ์ก็ออกมาตั้งแผงพร้อมสาปแช่ง ไม่พอใจที่ฮุยจิ่นไม่ให้สัญญาอะไรเลย ส่วนมนุษย์กลายพันธุ์หลายคนก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิด อยู่ที่นี่เสียเวลามากเกินไปแล้ว พวกนี้ไม่ได้รับความเสียหายในเหตุการณ์ครั้งนี้ เลยไม่อยากจะเสียเวลาอยู่ที่นี่ต่อ

หัวหน้าฮุยจิ่นก็ออกมาเช่นกัน รวมถึงคนจากองค์กรและสถาบันใหญ่ๆ มีคนมาที่นี่เยอะมาก นี่มันสวัสดิการชั้นดีเลย ของพวกนี้ถ้าเอากลับไป มูลค่าจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยเท่า

ในห้องน้ำลึกเข้าไปในฐานฮุยจิ่น มีชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดเกราะรบเดินออกมา หน้าตาธรรมดา เขาปิดประตูแล้วประตูห้องน้ำก็ล็อคจากด้านใน หมายความว่าถ้าคนอื่นมาเข้าห้องน้ำ ก็จะคิดว่ามีคนอยู่ข้างใน อีกอย่างตอนนี้คนส่วนใหญ่ไปช้อปปิ้งกันหมดแล้ว

หนุ่มน้อยไม่ได้ใส่หมวกกันน็อค ทหารยามมองเขาแวบเดียวก็ไม่สนใจต่อ

หนุ่มน้อยยื่นมือไปเปิดประตูอีกบานที่ล็อคด้วยกลไกแบบโบราณ ประตูมีเสียงดังกึกก้อง

ภายในมีทางเดินสลับซับซ้อน หนุ่มน้อยมาถึงที่แห่งหนึ่ง ตรงนี้คือป้อมปืน มีชายหนุ่มสวมชุดเกราะสองคนกำลังคุยเล่นอยู่

"ป๋อปี้ นายมาทำอะไร?" สองหนุ่มมองคนที่เดินเข้ามาพลางถาม

"รอเลิกงานจะไปช้อปปิ้ง ไม่รู้ว่าจะมีของดีๆ เหลือให้พวกเราบ้างไหมนะ?" หนุ่มน้อยที่เพิ่งเข้ามาพิงอุปกรณ์ด้านข้างไว้ มองสองคนแล้วถาม

"ให้ตายสิ"

"เชี่ย!"

"พวกเราโชคร้ายจริงๆ ขอให้ไอ้พวกมนุษย์กลายพันธุ์เจอเรื่องวุ่นวายระหว่างทาง แล้วก็เสียเวลาไปเถอะ" สองคนในป้อมปืนได้ยินดังนั้นก็ตะโกนด่าทันที

"ใช่ เดี๋ยวเราไปด้วยกัน" ป๋อปี้พูดต่อ

"แน่นอน"

ป๋อปี้เดินเล่นไปทุกป้อมปืน นัดทุกคนว่าเลิกงานไปช้อปกันที่ฝั่งมนุษย์กลายพันธุ์ จริงๆแล้วตอนที่หยางป๋อพิงอุปกรณ์ไว้นั้น เขาได้ใช้การควบคุมโลหะทำให้ชิ้นส่วนเล็กๆบางชิ้นบิดเบี้ยวหรือหลอมรวมกันแล้ว ปืนเลเซอร์นี่เป็นอุปกรณ์ที่ต้องเที่ยงตรง ชิ้นส่วนเล็กๆสักชิ้นพังก็พอจะทำให้ใช้งานไม่ได้แล้ว

นี่ยังไม่นับที่หยางป๋อทำมากกว่าหนึ่งชิ้น ป๋อปี้ออกจากป้อมปืนไปเดินเล่นรอบๆ ทหารยามมองหยางป๋อด้วยความเบื่อหน่าย

เขามาที่คลังก่อน ที่นี่มีลิฟต์หลายชั้น ป๋อปี้ทำลายมันก่อน แล้วตรงออกไปที่ประตู ล็อคจากด้านในซะเลย ถ้าไม่ใช้กำลังพังประตู ก็เปิดไม่ได้หรอก

"เฮ้ย ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่นายควรมานะ" หยางป๋อมาถึงห้องควบคุมพลังงานหลัก พวกทหารยามที่นี่มองเขา แล้วตะโกนด่าหยางป๋อ

หยางป๋อชูนิ้วกลางใส่ทั้งสองคน ทหารยามทั้งสองโมโหจัด คนหนึ่งขับหุ่นยนต์เข้าหาหยางป๋อ

วินาทีถัดมา หุ่นยนต์เจนเนอเรชั่น 9 ปรากฏ แล้วฝ่ายตรงข้ามก็พุ่งเข้าใส่มันทันที

การขับหุ่นยนต์ +8!

สองหุ่นยนต์ไม่ได้เปิดระบบอาวุธหรือระบบป้องกันพลังงานอะไรทั้งนั้น หุ่นยนต์ของฝ่ายตรงข้ามที่จะเล่นงานหยางป๋อถูกหมัดหุ่นยนต์ของเขาทะลวงห้องนักบิน

อีกหุ่นหนึ่งถูกแรงกระแทกมหาศาลกระแทกเข้ากับผนัง วินาทีถัดมา อาวุธพลังงานของหุ่นยนต์ยาว 5 เมตรแทงทะลุห้องนักบิน

การขับหุ่นยนต์ +8!

นักบินในห้องนักบินเห็นหุ่นยนต์รูปร่างประหลาดค่อยๆกลายมามีรูปร่างเหมือนหุ่นยนต์ของตัวเอง ก่อนจะตกอยู่ในความมืด

กระโดดลงจากหุ่นยนต์ ไม่ถึง 5 วินาทีก็เปิดประตูใหญ่ห้องพลังงานหลักได้แล้ว เป็นแบบกลไกล้วนๆก็มีข้อดีอยู่ หยางป๋อลากสองหุ่นยนต์เข้าห้องพลังงาน คิดในใจ ค้อนกระดูกสีดำขนาดยักษ์ก็ปรากฏขึ้นในมือหุ่นยนต์

ตูม!

ห้องปฏิกรณ์พลังงานขนาดยักษ์กลางห้องพลังงานหลักยุบลงครึ่งเมตร

"ฮ่าๆ ช่างทรงพลัง!" หยางป๋อคิดไม่ถึงว่าค้อนที่มีการเสริมแรงโน้มถ่วงจะมีพลังร้ายกาจขนาดนี้ เมื่อครู่ตอนหุ่นยนต์ชูค้อนขึ้น ตอนค้อนหล่น เขาเปิดสนามแรงโน้มถ่วงเต็มที่ ทั้งด้านล่างและบนต่างก็ดึงลง นั่นหมายความว่ามีแรงสองแรงมหาศาลกำลังฉุดดึงค้อนอยู่

รวมถึงค้อนเองก็เสริมแรงโน้มถ่วงในตัวอยู่แล้ว

สัญญาณเตือนภัยดังสนั่นทั่วทั้งฐาน ไฟส่วนใหญ่ดับวูบ มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินจำนวนหนึ่งที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่...

ตูม! หยางป๋อทุบอีกที แล้วก็ควบคุมหุ่นยนต์ออกจากห้องควบคุมหลัก จากนั้นใช้การควบคุมโลหะล็อคประตู นอกจากจะพังประตูด้วยกำลัง ไม่งั้นก็เปิดไม่ได้แน่

หยางป๋อเปลี่ยนหุ่นยนต์ให้กลายเป็นหุ่นยนต์ชีวภาพ เก็บหุ่นยนต์เรียบร้อย ความสามารถที่จะหยิบหุ่นยนต์ออกมาได้จากความว่างเปล่าแบบนี้ต้องเก็บเป็นความลับ

ภายในฐานมีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังแหลมเสียด เสียงเตือนภัยพวกนี้ใช้พลังงานฉุกเฉินที่มากับระบบแจ้งเตือนโดยเฉพาะ

แบบนี้ก็เหมือนกับไฟฉุกเฉินของระบบดับเพลิงบนโลกนั่นแหละ มีแบตเตอรี่แยกต่างหาก ถ้าไม่ทำลายทีละจุด มันก็จะดังต่อไปเรื่อยๆ

หยางป๋อรีบวิ่งตามคนในฐานออกไปข้างนอก ตอนนี้ไฟในฐานดับหมดแล้ว

ระบบพลังงานหลักเสียหาย ส่วนระบบสำรองดูเหมือนจะใช้ไม่ได้ด้วย

หยางป๋อมาถึงห้องโถงใกล้ทางออก แต่ไม่ได้วิ่งออกไปทันที กลับยืนรออยู่ด้านข้าง

เพราะเขาไม่แน่ใจว่าทางหนีของฝ่ายตรงข้ามอยู่ตรงไหน ถ้าอยู่ในฐาน หัวหน้าของพวกมันต้องเข้ามาแน่ๆ ถ้าไม่ได้อยู่ในฐาน ก็ยิ่งจัดการได้ง่าย!

ด้านนอกหวงเหลาซานและพวกเลือกตำแหน่งแลกเปลี่ยนไว้ใกล้ๆทางเข้าออกโลกใต้ดิน พอได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยจากภายในฐานฮุยจิ่น พวกเขาก็หันหลังเข้าอุโมงค์ใต้ดินทันที ทิ้งของไว้เลย

มนุษย์กลายพันธุ์ที่เหลือเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งหนี ส่วนคนของฮุยจิ่นยังงงๆอยู่ มีเรื่องเกิดขึ้นกับฐานงั้นเหรอ?

แล้วก็วิ่งกลับไปอย่างบ้าคลั่ง ยังไงก็ไม่กล้าเผชิญหน้ามนุษย์กลายพันธุ์หรอก

หวงเหลาซานและพวกมองมนุษย์สหภาพวิ่งเข้าฐานอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่คนในฐานก็วิ่งกรูกันออกมา

ในตอนที่หวงเหลาซานและพวกกำลังซ่อนตัวสงสัยอยู่ในใจตรงทางเข้าโลกใต้ดิน จู่ๆก็มีลำแสงเลเซอร์หนาแน่นยิงมาจากท้องฟ้า พวกมนุษย์กลายพันธุ์ที่หนีไม่ทันในหลุมยุบถูกยิงแตกกระจาย

ยานสีเงินลำหนึ่งลอยลงมาจากฟ้า มีเสียงดังก้องกังวาน "คนสหภาพทุกคน ขึ้นยาน ขึ้นยาน"

"เ**!" หวงเหลาซานและพวกเห็นยานแล้วก็ด่าไม่เลิก พากันรีบหลบลงใต้ดิน

"พี่น้อง เตรียมพร้อมให้ดี พอถึงเวลาจะได้จัดการไอ้พวกนั้นอย่างไม่มียั้ง" หวงเหลาซานและสมุนที่รู้เรื่องเบื้องหลังเริ่มเหงื่อแตก ถ้าไม่ได้รับการเตือนล่วงหน้า คราวนี้ต้องเละแน่ๆ

(จบบท)