บทที่ 79 ความสามารถที่ผิดปกติ
หยางป๋อสวมชุดเกราะพลังงาน สิ่งนี้ไม่ใช่ของที่จะหาได้ง่ายๆ ตามปกติแล้วในหมู่ผู้กลายพันธุ์ ชุดเกราะพลังงานจะเป็นสิ่งที่เสียหายได้ง่ายที่สุดระหว่างการต่อสู้ อัตราการพังทลายสูงที่สุด เพราะเมื่อถูกโจมตีโดยหุ่นยนต์หรืออาวุธอื่นๆ ชุดเกราะจะโดนก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนอาวุธพลังงานจะมีโอกาสรอดมากกว่า
เมื่อคิดในใจ ชุดเกราะพลังงานก็แนบสนิทไปกับตัว หลังจากมีชุดเกราะแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องสวมชุดควบคุมแรงโน้มถ่วงหรืออะไรทำนองนั้นอีก สามารถเดินไปมาบนยานได้อย่างอิสระ
หยางป๋อควบคุมให้ชุดเกราะพลังงานเปลี่ยนรูปร่าง จนเหมือนกับชุดเกราะของพวกโจรสลัดที่อยู่ข้างนอกอย่างกับแกะ แถมยังใช้อาวุธพลังงานแปลงโฉมอีก ทำให้ดูเหมือนโจรสลัดอีกคนเลยทีเดียว
หยางป๋อเคยคิดหาวิธีรับมือกับโจรสลัดพวกนี้ แต่พวกมันมีหุ่นยนต์หลายสิบตัว และยังมีคนอีกหลายสิบคน จะทำอย่างไรดี?
พวกนี้เป็นมืออาชีพที่ทำแบบนี้โดยเฉพาะ ความสามารถแน่นอนว่าต้องไม่ธรรมดา ส่วนหยางป๋อเองก็มีสองทักษะพิเศษคือการอำพรางและการล่องหน
แต่ถ้าหากความสามารถทั้งสองนี้ถูกเปิดเผย และข่าวรั่วไหลออกไปแล้วล่ะก็ คนทั้งหมดบนยานคงต้องถูกตรวจสอบทีละคน และอาจจะถูกกักตัวไว้ที่ไหนสักแห่งด้วย
หยางป๋อจะไม่ยอมเปิดเผยสองทักษะนี้เด็ดขาด ที่เมื่อครู่ต้องย้อนกลับไปจัดการคนซ่อมบำรุงคนนั้น ก็เพราะกลัวว่าความสามารถในการอำพรางของตัวเองจะถูกเปิดโปง ถ้าสองทักษะนี้ถูกเปิดเผยออกไป หยางป๋อคงได้กลายเป็นคนเร่ร่อนในอวกาศไปเลย
อีกทั้งในบรรดาผู้โดยสารมากมายนี้ แน่นอนว่าต้องมีคนที่เก่งกาจแฝงตัวอยู่ รวมถึงผู้ใช้พลังผ่าท้องฟ้าด้วย พวกเขาต่างก็มีแผนการของตัวเองอย่างแน่นอน จะไม่พูดอะไรลอยๆโดยไม่คิด แล้วปล่อยให้คนจำนวนมากต้องตกอยู่ในอันตราย
พูดตรงๆนะ ถึงคนพวกนี้จะตายไปจริงๆ ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหยางป๋อมากนัก ที่สำคัญที่สุดคือต้องปกป้องตัวเองให้ได้
และไม่ว่าอย่างไร ถึงจะสุดท้ายถูกโจรสลัดจับตัวไปบนยานรบ ก็ยังคิดหาวิธีรับมือได้อยู่ ตราบใดที่ตัวเองมีหุ่นยนต์ การมีชีวิตรอดก็ไม่ใช่เรื่องยาก
หยางป๋อมองดูอาวุธพลังงานจำนวนมากมายในตู้คอนเทนเนอร์นี้แล้วคิดอะไรบางอย่างในใจ
"เร็วเข้า! อยู่ข้างหน้านั่นแหละ ข้างในมีอาวุธพลังงานเป็นพันกว่าชิ้น แล้วยังมีชุดเกราะพลังงานด้วย เป็นของดีทั้งนั้น"
"พี่ใหญ่นี่ก็แปลกดี ไม่หาของดีในตู้คอนเทนเนอร์ก่อน พรรคพวกตัวประกันพวกนั้นพาไปก็ลำบาก แถมยังไม่มีค่าอะไรมากด้วย" ขณะนั้นเองก็มีเสียงพูดคุยดังขึ้น
"โอ๊ย!" หยางป๋อถึงกับเซ็ง รู้สึกว่าตัวเองมันร่างกายแห่งดาวภัยพิบัติจริงๆ ทำไมถึงได้เจออะไรแบบนี้นะ เมื่อกี้ตัวเองก็แค่มาเสียเวลาอยู่ตรงนี้แป๊บเดียว ก็เจอโจรสลัดอีกแล้ว
"ไม่ดีแล้ว มีคนมาถึงก่อนเรา!" เสียงร้องตกใจดังขึ้น ตามมาด้วยชายในชุดเกราะสีเงินปรากฏกายขึ้นที่หน้าประตูตู้คอนเทนเนอร์ ชุดเกราะพลังงานของชายคนนี้ชัดเจนว่าเหนือกว่าของพวกโจรสลัดที่อยู่โดยรอบ
ตามหลังชุดเกราะสีเงินมาคือคนอีกสามคน ทั้งสี่คนมองไม่ออกเลยว่าหน้าตาเป็นอย่างไร เพราะทุกคนสวมชุดเกราะพลังงานที่ปิดมิดชิด
"ชุดเกราะขาดไปหนึ่งชุด!" คนในชุดเกราะสีเงินพินิจพิเคราะห์แล้วเอ่ยขึ้น
"ซานกุ๊ย แค่ชุดเกราะหนึ่งชุดเอง ไม่เป็นไรหรอก พวกเราขนของพวกนี้ไปก่อนเถอะ"
"ใช่แล้วซานกุ๊ย! ของพวกนี้มีค่ามากเลยนะ แม้แต่ขายในตลาดมืด ยังได้ราคาเป็นล้านต่อชิ้นเลย"
"ซานกุ๊ย! เอาเถอะ ถ้าพี่ใหญ่ไม่ชอบ พวกเราทำเองก็แล้วกัน"
"จริงด้วย! เราห่อของพวกนี้ให้ดีๆ แล้วยัดมันใส่แคปซูลหนีภัยแล้วโยนทิ้งไป พี่น้องด้านนอกต้องดักจับแคปซูลได้แน่ๆ ถึงตอนนั้นพวกเราก็แบ่งเงินกันได้เลย"
หยางป๋อหลบซ่อนอยู่ในมุมห้อง เมื่อได้ยินบทสนทนาของคนทั้งหลายแล้วจึงรู้ว่า คนพวกนี้แอบมาหาเงินที่นี่ลับหลังหัวหน้าโจรสลัด ได้ยินว่าอาวุธพลังงานพวกนี้ ขายได้แค่หนึ่งล้านต่อชิ้นในตลาดมืด หยางป๋อก็แอบงงในใจ ตัวเองซื้อมาในราคาสิบล้านเชียวนะ
แต่ก็ไม่มีทางเลือก ได้ยินว่าบริษัทรีไซเคิลซันมู่มีความเกี่ยวพันกับกองทัพ ไม่งั้นจะเก็บรวบรวมอาวุธพลังงานได้มากขนาดนี้ได้ยังไง ทุกครั้งที่มีการเก็บกวาดสนามรบ บริษัทนี้จะไปเป็นที่แรกเสมอ
"ระวังหน่อย ใครบางคนเอาชุดเกราะพลังงานไปแล้ว งั้นเขาต้องมีอาวุธพลังงานแน่ๆ เราบอกให้พี่ใหญ่ชิ่งไปก่อนดีกว่า ธุรกิจครั้งนี้เราไม่เอาแล้ว แต่เขายืนกรานที่จะจับกุมผู้คน!" ชายในชุดเกราะสีเงินกล่าวขึ้น
"ซานกุ๊ย พี่ใหญ่ก็มีเหตุผลนะ พวกกบฏต่อต้านรัฐบาลน่ะมันไร้เหตุผลจริงๆ จริงๆแล้วพวกเราไม่ควรจะมาทำธุรกิจกับพวกมันเลย ไปทำธุรกิจกับบรรษัทใหญ่ๆในสหภาพน่าจะดีกว่า แม้ราคาจะถูกหน่อยแต่ก็ไม่มีเรื่องวุ่นวายแบบนี้" ลูกน้องทั้งสามคนเริ่มขนย้ายอาวุธพลังงาน นำไปใส่ในกล่องบรรจุพิเศษ
ชายในชุดเกราะสีเงินส่ายหน้า "พี่ใหญ่ต้องมีความคิดเห็นของเขาเอง ตอนนี้ทำงานก่อนเถอะ บนเรือลำนี้ยังมีคนที่ใช้พลังผ่าท้องฟ้าอยู่ด้วย ทุกคนระวังตัวกันหน่อยนะ"
"ซานกุ๊ย ข้าว่าคนที่ใช้พลังผ่าท้องฟ้าน่ะ ไอ้เด็กคนนั้นไม่ได้มีพลังอะไรมากมายหรอก ถ้าจริงๆแล้วเป็นผู้พิทักษ์ดาวเคราะห์ ซึ่งมีพลังแข็งแกร่งขนาดนั้น พวกเราคงโดนฟันไปตั้งนานแล้ว!" ชายอีกคนหนึ่งพูดไปด้วย หยิบอาวุธพลังงานไปด้วย
"พลังผ่าท้องฟ้านี่แม้จะดีก็จริง แต่ก็มีข้อจำกัดในการใช้งานเยอะมากเหมือนกัน อย่างแรกเลยก็คือต้องการฮาร์ดแวร์หลายอย่าง ถ้้าเป็นบนดาวที่มีระบบสื่อสารเสริม ก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่บนยานขนส่งนี่ เงื่อนไขการใช้ผ่าท้องฟ้าก็จำกัดอยู่ และที่สำคัญที่สุดคือต้องดูที่ตัวผู้ใช้เอง ผู้กลายพันธุ์ระดับ C กับผู้กลายพันธุ์ระดับ A ใช้ผ่าท้องฟ้าออกมา ได้ผลต่างกันลิบลับเลยล่ะ!"
"ซานกุ๊ย หุ่นยนต์ที่จะเชื่อมต่อกับยานรบข้างนอกจะทำสำเร็จรึเปล่า? ถ้าทำได้จริงๆ พวกเราก็จะขนของได้เยอะแยะเลยนะ ใช้แคปซูลหนีภัยขนของมันยุ่งยากเกินไป"
"คงไม่มีปัญหาหรอก ในเมื่อพี่ใหญ่ก็ยังทำขนาดนี้..."
หยางป๋อซุกซ่อนอยู่ในมุมห้อง พอได้ยินแบบนี้ รู้สึกหวั่นใจขึ้นมาทันที ถ้ายานรบเชื่อมต่อกับยานนี้สำเร็จล่ะก็ ปัญหาจะใหญ่แน่ๆ เพราะบนยานรบต้องมีพวกโจรสลัดหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดแน่นอน
"พวกหมาเอ๊ย!" หยางป๋อสบถด่าในใจ
สามคนทำงานรวดเร็วมาก อาวุธพลังงานกว่าพันชิ้นรวมถึงชุดเกราะพลังงานในตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดถูกยัดลงกล่องทีละใบ แต่เนื่องจากเครื่องจักรอุปกรณ์ต่างๆใช้งานอัตโนมัติไม่ได้ ก็เลยต้องควบคุมเครื่องด้วยมือเอง ขนย้ายกล่องไปหลายสิบใบ
ไม่ใช่ว่าหยางป๋อไม่คิดจะลงมือ แต่ก็เพราะมีไอ้ชุดเกราะสีเงินนั่นคอยระแวดระวังสำรวจรอบๆตัวอยู่ตลอด บนชุดเกราะยังส่องแสงวาววับ นั่นเป็นสัญญาณแสดงว่าชุดเกราะกำลังชาร์จพลังงานอยู่ ยืนยันได้ว่าคนคนนี้ระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
หยางป๋อถึงแม้จะสามารถโจมตีได้จากสถานะล่องหน แต่ถ้าในสี่คนหนีรอดไปได้ซักคน ข่าวที่ว่าเขาสามารถล่องหนได้ก็ต้องแพร่งพรายออกไปแน่นอน!
หยางป๋อย้อนกลับไปที่ช่องทางซ่อมบำรุงอีกครั้ง พอมีชุดเกราะแล้ว ก็สั่งให้ชุดเกราะพลังงานไม่มีแรงโน้มถ่วงอีกต่อไป ส่งผลให้ตัวเขาลอยอยู่ในช่องทางซ่อมบำรุงได้ในสภาวะไร้น้ำหนัก จากนั้นก็บินขึ้นไปเรื่อยๆ
มาถึงตำแหน่งทางออกของยานขนส่งแล้ว หยางป๋อหายใจเข้าลึกๆ การที่เขามาที่นี่ก็เพื่อทำการทดลองสำคัญมากอย่างหนึ่ง
เขาเดินเข้าไปในห้องปิดผนึก และปิดประตูช่องทางซ่อมบำรุงลง
จากนั้นหยางป๋อก็เปลี่ยนผิวหนังของตัวเองให้เป็นโลหะ
แล้วสูดหายใจเข้าลึกๆอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆเปิดประตูห้องด้านนอกออก
"ฮ่าๆๆ!" ไม่กี่วินาทีต่อมา หยางป๋อก็หัวเราะออกมาเกือบจะลั่น ตอนนี้ห้องปิดผนึกนี้ก็เหมือนอยู่ในสภาวะสุญญากาศแล้ว แต่เขาไม่รู้สึกอึดอัดแม้แต่นิดเดียว การหายใจไม่ออกนั้นไม่มีอยู่จริง!
จริงๆแล้วหยางป๋อคิดมานานแล้วว่า หลังจากที่เขาเปลี่ยนผิวหนังเป็นโลหะแล้ว ตัวเองก็ไม่น่าจะถือเป็นมนุษย์จริงๆอีกต่อไป ตราบใดที่ยังมีพลังงานอยู่ในร่างกาย การอยู่ในสุญญากาศก็ไม่ใช่ปัญหาแน่นอน
"ยังเหลือการทดลองสำคัญอีกอย่างหนึ่ง!" หยางป๋อหายใจเข้าลึกๆ
(จบบท)
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved