ตอนที่ 268 คนสำนักเพลิงมาเยือน

ความเข้าใจของเฉินเฟยในปัจจุบันดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน แม้เดิมทีจะไม่มีวิธีฝึกสยบร่างกายสยบมังกรคชสารได้อย่างอิสระเนื่องจากปัญหาพลังหยวน

แต่ในเวลานั้นเฉินเฟยยังไม่เข้าใจสยบร่างกายสยบมังกรคชสาร หากไม่เข้าใจแม้กระทั่งวิชา การฝึกฝนย่อมเป็นไปไม่ได้

ตอนนี้เฉินเฟยไม่เพียงแต่เข้าใจสยบจิตสยบมังกรคชสาร ในขณะที่กำลังฝึกฝน เฉินเฟยยังเข้าสู่สภาวะคลุมเครือ

พลังจิตวิญญาณในทะเลจิตสำนักสั่นเทา มันจมลงสู่ร่างกายและเชื่อมโยงกับสยบมังกรคชสาร

พลังจิตวิญญาณหล่อเลี้ยงร่างกาย เลือดในร่างกายหล่อเลี้ยงพลังจิตวิญญาณ!

ร่างกายและพลังจิตวิญญาณเป็นของสองส่วนภายในร่างกาย ด้วยการโคจรสยบมังกรคชสาร เฉินเฟยจึงสัมผัสได้ถึงความเชื่อมโยงระหว่างทั้งสองอย่างชัดเจน

ในอดีตมันเคยเชื่อมโยงกันมาก่อน สุดท้ายแล้วสองอย่างนี้ก็อยู่ภายในร่างกาย แต่ตอนนี้รับรู้ได้ว่าพวกมันผสานเป็นหนึ่งเดียวกัน

แน่นอนว่าระดับผสานในขณะนี้ค่อนข้างต่ำ แต่เฉินเฟยรับรู้ได้ถึงศักยภาพมหาศาลจากภายในนั้น

ตราบใดที่พลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยแข็งแกร่งขึ้น ร่างกายจะสามารถพัฒนาต่อไป

ด้วยการใช้พลังจิตวิญญาณเป็นพลังขับเคลื่อน ร่างกายที่เหนือกว่าระดับขัดเกลาทวารอยู่แล้วจึงเหนือล้ำไปอีกขั้น

เฉินเฟยนึกถึงนักพรตหลงเซี่ยง แม้เขาจะตายนานแล้วแต่ร่างกายยังไม่เน่าเปื่อย เห็นได้ชัดว่าเขาพัฒนาร่างกายจนถึงระดับน่าเหลือเชื่อ

ทั้งคืนไม่มีการพูดจา เฉินเฟยจมอยู่กับการฝึกสยบมังกรคชสารโดนสมบูรณ์ การฝึกวิชาระดับเริ่มต้นเป็นช่วงที่ง่ายที่สุด ตอนนี้ความเข้าใจของเฉินเฟยไม่แย่นัก การฝึกฝนในคืนนี้จึงทำให้เฉินเฟยเพลิดเพลินจนลืมตัว

ส่วนใหญ่เป็นเพราะความรู้สึกร่างกายกับจิตวิญญาณเป็นหนึ่งเดียวที่ทำให้เฉินเฟยเพลิดเพลินโดยไม่รู้ตัว กระบี่จ้งหยวนกับเดินหนีสวรรค์ไม่สามารถให้ความรู้สึกนี้กับเฉินเฟยได้

ไม่ได้บอกว่ากระบี่จ้งหยวนทั้งสองไม่ดี แต่ระดับของสยบมังกรคชสารสูงกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย

เช้าวันรุ่งขึ้น เฉินเฟยหลอมสมุนไพรที่ฉือเต๋อเฟิงนำมาให้เป็นโอสถทะยานเนินซึ่งเพิ่มความชำนาญสูตรโอสถหลิงเสวี่ย

จากนั้นเฉินเฟยพาฉือเต๋อเฟงไปที่เมืองเซียนเมฆา

“จากนี้ข้าจะอยู่ในเมืองเซียนเมฆา” ในลานบ้านของเมืองเซียนเมฆา เฉินเฟยมองฉือเต๋อเฟิงแล้วพูด

ช่วงนี้สมาคมนักหลอมโอสถมีภารกิจมากมาย เฉินเฟยต้องไปทุกวันอยู่แล้ว แทนที่จะปล่อยให้ฉือเต๋อเฟิงวิ่งไปมา การอยู่ในเมืองเซียนเมฆาเพื่อประหยัดเวลาคงจะดีกว่า

สำหรับความเข้มข้นของปราณหยวนในห้องลับของสำนัก ดูแล้วไม่ค่อยสำคัญนัก

เวลากินหอยเป๋าฮื้อกับอาหารทะเล จะนึกถึงโจ๊กกับผักดองไม่ได้

แน่นอนว่าในด้านความปลอดภัย การฝึกฝนในสำนักปลอดภัยกว่า แต่ท้ายที่สุดเฉินเฟยเป็นระดับขัดเกลาทวารและไม่ได้อยู่ในช่วงเก็บตัวหรืออยู่ในช่วงสำคัญอย่างทะลวงระดับ ข้อกำหนดเรื่องสภาพแวดล้อมจึงไม่สูงนัก

“ข้าหวังว่าเจ้าจะอยู่ที่นี่สักหลายวัน!”

ฉือเต๋อเฟิงพูดด้วยรอยยิ้ม ช่วงนี้ผู้คนในเมืองเซียนเมฆาเกิดความตื่นตระหนก เฉินเฟยยินดีอยู่ที่นี่พักหนึ่ง นั่นเป็นสิ่งที่ฉือเต๋อเฟิงปราถนา

ไม่ต้องเดินทางไปมาระหว่างสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวกับเมืองเซียนเมฆาทุกวัน อันตรายที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนนจึงน้อยลง ฉือเต๋อเฟิงยังได้ยินมาว่าช่วงนี้เกิดเรื่องมากมายนอกเมืองเซียนเมฆา

เฉินเฟยพยักหน้าเล็กน้อยแล้วกลับเข้าไปในบ้าน

ฉือเต๋อเฟิงมองประตูด้วยรอยยิ้ม ใครจะคิดว่าในสถานที่เช่นอำเภอผิงหยิน คนที่ต้องเข้าตลาดมืดเพื่อซื้อวิชาพื้นฐานจากตัวเองจะเติบโตมาถึงจุดนี้

ฉือเต๋อเฟิงส่ายหัวเมื่อนึกถึงภาพตอนขายตำราวิชา ในเวลานั้นเขาทำเงินได้ไม่น้อยเลย

เฉินเฟยมาที่สมาคมนักหลอมโอสถและเริ่มภารกิจหลอมโอสถของวันนี้

หลังจากฝึกฝนมาทั้งคืน ไม่เพียงเฉินเฟยจะไม่เหนื่อยล้า จิงชี่เสินของเขายังสูงขึ้น การใช้พลังจิตวิญญาณเมื่อวานนี้เหมือนเมฆที่ผ่านมาแล้วหายไป

ฉินจิ้งหลันมอบกล่องหยก เหลือบมองเฉินเฟยและค่อยๆออกจากห้องหลอมโอสถด้วยรอยยิ้ม

เฉินเฟยนั่งขัดสมาธิ เปิดกล่องหยกตรวจสอบสมุนไพรวิญญาณและไม่พบสิ่งผิดปกติ

วันนี้เป็นการทำเงินอีกวันหนึ่ง

เมื่อคืนเฉินเฟยได้รับประสบการณ์จากสยบจิตสยบมังกรคชสารเพียงเล็กน้อย

แม้ความเร็วในการเข้าใจจะไม่ช้า แต่เมื่อเวลาผ่านไปสถานการณ์เดียวกันกับเดินหนีสวรรค์จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือความเร็วในการเข้าใจช้าลงและอาจติดขัดจนไปต่อไม่ได้ ต้องอาศัยเวลาในการขัดเกลา

หากโชคร้ายจะไม่สามารถขัดเกลาได้ตลอดชีวิต มันถือเป็นเรื่องปกติสำหรับนักยุทธ์ส่วนใหญ่เช่นกัน

เฉินเฟยไม่อยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ดังนั้นเขาต้องได้รับศิลาหยวนให้เพียงพอโดยเร็วที่สุด การทำให้สยบจิตสยบมังกรคชสารเป็นแบบง่ายกลายเป็นงานสำคัญที่สุดของเฉินเฟย

ตราบใดที่ฝึกสยบมังกรคชสารได้ พลังต่อสู้ของเฉินเฟยจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก สุดท้ายแล้วส่วนสำคัญในความแข็งแกร่งเฉินเฟยคือสยบมังกรคชสาร

ด้วยข้อจำกัดของการบ่มเพาะ เฉินเฟยจึงเสียเปรียบเมื่อเทียบกับนักยุทธ์ขัดเกลาทวารที่เปิดจุดทวารมากกว่าสิบ และสำหรับนักยุทธ์เหล่านั้นที่เปิดจุดทวารมากมาย ไม่ว่าความชำนาญวิชาจะอ่อนด้อยเพียงไหน อย่างน้อยต้องเหนือกว่าระดับเชี่ยวชาญ

ดังนั้นตอนนี้เฉินเฟยจึงไม่มีข้อได้เปรียบในด้านการบ่มเพาะและความชำนาญวิชา มีเพียงร่างกายเท่านั้นที่เหนือกว่านักยุทธ์ระดับเดียวกัน เฉินเฟยจึงต้องเสริมแกร่งมันต่อไปเพื่อให้มีข้อได้เปรียบ

แน่นอนว่าเฉินเฟยไม่ได้จะหย่อนยานการฝึกกระบี่จ้งหยวนกับเดินหนีสวรรค์ เขาจะฝึกวิชาทั้งหมดอย่างหนัก เพียงแค่การทำให้สยบมังกรคชสารเป็นแบบง่ายสามารถเพิ่มพลังของเฉินเฟยได้อย่างรวดเร็ว

ในเมืองเซียนเมฆาเกิดความโกลาหลขึ้น ตอนนี้สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวยังไม่ข้องเกี่ยวด้วย แต่ในอนาคตไม่อาจถอยห่างจากเรื่องนี้ได้แน่นอน เว้นแต่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะย้ายออกไปจากเมืองเซียนเมฆาซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่าย

ก่อไฟตั้งเตาหลอมและใส่สมุนไพรวิญญาณ เพียงครู่เดียวกลิ่นหอมสมุนไพรตลบอบอวลไปทั่วห้องหลอมโอสถ พลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางยาในเตาหลอม สีหน้าเขายังคงนิ่งสงบ

ครึ่งชั่วยามผ่านไปอย่างรวดเร็ว เสียงเปิดฝาเตาดังจึ้น โอสถหลิงเสวี่ยเตาแรกถูกหลอมเสร็จสรรพ เฉินเฟยเทโอสถในเตาหลอมลงจานหยก โอสถหลิงเสวี่ยสี่เม็ดกลิ้งออกมา

ใบหน้าเฉินเฟยปรากฏรอยยิ้ม วันนี้ยังคงเริ่มต้นได้ดี

เก็บโอสถหนึ่งเม็ดเข้าอ้อมแขน เฉินเฟยกดปุ่ม ประตูห้องหลอมโอสถเปิดออกและฉินจิ้งหลันเดินเข้ามา

ฉินจิ้งหลันอดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นโอสถหลิงเสวี่ยสามเม็ดบนจานหยก

การหลอมโอสถยังคงดำเนินต่อไปตั้งแต่เช้าจรดเย็น เฉินเฟยไม่ได้กินอาหารกลางวันด้วยซ้ำ

ผลลัพธ์ของวันนี้ยังน่าประทับใจเช่นเคย ห้าในหกเตาหลอมโอสถหลิงเสวี่ยได้สี่เม็ด วันนี้เฉินเฟยเก็บโอสถหลิงเสวี่ยเข้าอ้อมแขนห้าเม็ด

ผลลัพธ์แบบนี้น่าตกตะลึง หากใครในสมาคมนักหลอมโอสถรู้เรื่องนี้คงเกิดความปั่นป่วน โชคดีที่ไม่มีใครเชื่อว่าจำนวนโอสถที่เฉินเฟยหลอมได้จะมากขนาดนั้น

เพียงคิดว่าความอดทนและความมั่นคงของเฉินเฟยน่าทึ่ง เขาสามารถทำภารกิจจนสำเร็จและได้รับค่าผลงานจำนวนมาก

เป็นเวลาสิบห้าวันแล้วที่เฉินเฟยมาหลอมโอสถหลิงเสวี่ยในสมาคม มีตั้งแต่หกเจ็ดเตาไปจนถึงหนึ่งหรือสองเตา

เฉินเฟยจะเปลี่ยนตัวตนในการขายโอสถหลิงเสวี่ยทุกวัน ขายหนึ่งถึงสองเม็ดให้ร้านค้าในเมืองเซียนเมฆาโดยแลกเป็นศิลาหยวน

ร้านค้าในเมืองเซียนเมฆากระตือรือร้นกับการซื้อโอสถอย่างยิ่งโดยเฉพาะมีราคาเพียงศิลาหยวนหนึ่งก้อนทั้งหมด

สำหรับการซื้อ ศิลาหยวนหนึ่งก้อนไม่สามารถซื้อโอสถหลิงเสวี่ยได้แล้ว พูดอีกอย่างคือราคาโอสถหลิงเสวี่ยเพิ่มขึ้น ไม่เพียงราคาโอสถหลิงเสวี่ยที่เพิ่มขึ้น แต่รวมถึงโอสถทั้งหมดที่ช่วยในการฝึกฝนของระดับขัดเกลาทวาร

เมื่อสงครามมาถึง สิ่งที่สามารถเปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่งได้จะกลายเป็นของแพง

สิบห้าวันต่อมา ในแผงระบบจัดเก็บศิลาหยวนไว้ห้าสิบก้อน เฉินเฟยใช้มันทำสยบมังกรคชสารเป็นแบบง่ายโดยไม่ลังเล

“สยบจิตสยบมังกรคชสาร...ทำให้เป็นแบบง่ายสำเร็จ...สยบจิตสยบมังกรคชสาร → สยบร่างกายสยบมังกรคชสาร!”

ในลานบ้าน เฉินเฟยมองผลการทำเป็นแบบง่ายด้วยรอยยิ้ม ได้รับศิลาหยวนห้าสิบก้อนภายในสิบห้าวันเป็นเรื่องคาดไม่ถึง

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน เฉินเฟยอาจเก็บเกี่ยวขนแกะได้อีกนาน สำหรับโอสถหลิงเสวี่ยที่จะได้รับในอนาคตเฉินเฟยจะเก็บไว้กินเอง ท้ายที่สุดการบ่มเพาะคือรากฐาน

ด้วยความเร็วนี้เฉินเฟยจะเปิดจุดทวารได้อย่างรวดเร็ว

ในระดับขัดเกลาทวาร นอกจากเวลาในการสะสมปราณหยวนซึ่งยับยั้งนักยุทธ์ในการเปิดจุดทวาร สิ่งสำคัญอีกอย่างคือพลังจิตวิญญาณควบคุมจุดทวารได้หรือไม่

ตอนทะลวงผ่านครั้งแรก พลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยเทียบเท่ากับนักยุทธ์ที่มีสิบจุดทวาร ดังนั้นในเวลาอันสั้นนี้เฉินเฟยจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการควบคุมจุดทวาร

ตราบเท่าที่มีโอสถเพียงพอ เฉินเฟยจะบ่มเพาะเร็วขึ้น!

ผ่านไปสิบวันในพริบตา

“แกรกแกรกแกรก!”

กระบี่เฉียนหยวนลอยอยู่ตรงหน้าเฉินเฟย หลังดูดซับทองศิลาสวรรค์จนหมด ในที่สุดกระบี่เฉียนหยวนก็เริ่มเปลี่ยนแปลง

“วิ้งวิ้งวิ้ง!”

ระลอกคลื่นจากกระบี่เฉียนหยวนแผ่ออกไปโดยรอบ ความหนักหน่วงลึกล้ำปรากฏในกระบี่เฉียนหยวน

“ชิ้ง!”

ปราณกระบี่พุ่งขึ้นฟ้า แสงแวววับปรากฏจากด้านกระบี่ไหลไปถึงปลายกระบี่ จากนั้นแสงแวววับก็รวมเข้ากับตัวกระบี่โดยสมบูรณ์

กระบี่เฉียนหยวนพัฒนาเป็นกระบี่วิญญาณ!

เฉินเฟยถือกระบี่เฉียนหยวนไว้ในมือ รับรู้ถึงความผันผวนวิญญาณจากตัวกระบี่แล้วอดยิ้มไม่ได้

เฉินเฟยก้าวหน้าขึ้นทุกวันและเก็บงำความแข็งแกร่งเอาไว้ ด้วยความก้าวหน้าแบบนี้ ในมุมมองนักยุทธ์ระดับขัดเกลาทวารซึ่งเป็นระดับเดียวัน มันน่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง

ในเวลาเดียวกัน นอกสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมีร่างหนึ่งมาที่ประตูเขา เป็นคนสวมหมวกไผ่ ลมปราณดูลึกลับเยือกเย็น

“ใครเป็นผู้มาเยือน!”

ศิษย์คนหนึ่งที่ลาดตระเวนบังเอิญผ่านมาและเห็นร่างที่หน้าประตูเขาจึงเอ่ยถาม

“อู๋หงเหวินจากสำนักเพลิงเทพมาพบสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว!” ร่างนั้นเงยหน้าขึ้นแล้วพูด

เดิมทีเสียงแหลมเล็กน้อยและไม่ดัง แต่เพียงครู่เดียวเสียงนั้นก็ผ่านประตูเขากระจายเข้าไปในสำนัก

สีหน้าศิษย์ลาดตระเวนเปลี่ยนไป เขารีบเข้าไปแจ้งเรื่องนี้อย่างตื่นตระหนก