ตอนที่ 133 โลกหัวใจประหลาด

“ได้ พาข้าไป”

เฉินเฟยพยักหน้า ใช้มือลูบใบหน้าเปลี่ยนรูปลักษณ์ทันที ในขณะเดียวกันกระดูกก็ส่งเสียงแตกหัก ร่างกายสูงขึ้นหนึ่งชุ่นและผอมลง

เนื่องด้วยสยบมังกรคชสารเฉินเฟยจึงควบคุมร่างกายได้อย่างละเอียด และทักษะปลอมตัวยังก้าวหน้าไปอีกขั้น

ตอนนี้แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญในการปลอมตัวยังบอกได้ยากว่ารูปลักษณ์เฉินเฟยเป็นของจริงหรือของปลอม

ซืออี้หนานตกใจเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของเฉินเฟย แต่นางก็พยักหน้าอย่างมีความสุขและเดินไปพร้อมกับเฉินเฟย

หลังเลี้ยวผ่านตรอกคดเคี้ยวซืออี้หนานก็หยุดที่หน้าบ้าน เมื่อเทียบกับบ้านเช่าก่อนหน้านี้ สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างไกลและทรุดโทรมกว่ามาก

“ท่านปู่อยู่ด้านใน” ซืออี้หนานเปิดประตูและเชิญเฉินเฟยเข้ามา

เฉินเฟยมองบ้านตรงหน้า สูดดมเล็กน้อยและได้กลิ่นสมุนไพร

ซืออี้หนานเปิดห้อง เฉินเฟยเห็นคนนอนอยู่บนเตียง ดูจากรูปร่างแล้วไม่เหมือนซือหยวนไห่

“เรากลัวศัตรูจะมาหาจึงซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ท่านปู่ใช้วิชาลับในการปลอมตัวเองกับข้าให้เป็นอย่างที่เห็น” ซืออี้หนานเดินไปข้างเตียง มองซือหยวนไห่ที่หมดสติและร้องไห้อีกครั้ง

“ใครตามล่าพวกเจ้าอยู่?”

เฉินเฟยเดินไปและมองซือหยวนไห่ ใบหน้าเขาซีดเซียว หากหน้าอกเขาไม่กระเพื่อมขึ้นลงเล็กน้อยคงถูกเข้าใจผิดว่าตายแล้ว

“ข้าไม่รู้ ท่านปู่บอกว่าเป็นศัตรูเก่า” ซืออี้หนานส่ายหัว

เฉินเฟยขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าซือหยวนไห่ไม่ได้บอกหลานสาวอย่างละเอียด แต่มันเป็นเรื่องปกติเช่นกัน อย่างไรแล้วซืออี้หนานก็อายุเพียงสิบปีเท่านั้นซึ่งนางยังเป็นเด็กอยู่

เพียงแต่เด็กคนนี้เกิดมาพร้อมพละกำลังมหาศาล เกรงว่านี่จะเป็นเหตุผลว่าทำไมซือหยวนไห่พาซืออี้หนานอยู่ใกล้กับตัวเอง เมื่อเทียบกับสมาชิกคนอื่นในครอบครัว หากซืออี้หนานอยู่กับพวกเขานางคงถูกลักพาตัวไป

“ท่านตามข้ามาแล้ว มีวิธีช่วยท่านปู่หรือไม่?”

สถานการณ์ของซือหยวนไห่ทำให้เฉินเฟยไม่รู้จะตอบอย่างไร เฉินเฟยเป็นนักหลอมโอสถและรู้วิชาแพทย์เล็กน้อย แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ใช่หมอ เมื่อเผชิญกับคนบาดเจ็บสาหัสกำลังจะตายแบบนี้เฉินเฟยก็ไม่มีวิธีที่ดีเลย

“มี”

ซืออี้หนานพยักหน้าอย่างรวดเร็วแล้วหันไปพูดกับเฉินเฟย “ร่างกายท่านปู่ไม่ได้บาดเจ็บจริง แต่จิตใจท่านปู่ติดอยู่ในโลกหัวใจประหลาดและไม่สามารถออกมาได้ร่างกายจึงทรุดโทรมลงทุกวัน หากดึงท่านปู่ออกมาจากโลกหัวใจประหลาดไม่ได้ท่านปู่คงไม่ตื่นอีกแล้ว”

พอพูดจบซืออี้หนานก็ร้องไห้เสียงต่ำ

ซืออี้หนานมีความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดกับปู่ตั้งแต่เด็ก นางนึกภาพไม่ออกเลยว่าหากไม่มีท่านปู่แล้วจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร

“โลกหัวใจประหลาด?”

เฉินเฟยขมวดคิ้ว ทำไมชื่อนี้ถึงคุ้นนัก ครั้งที่แล้วในดินแดนประหลาดหลวงจีนบอกว่าเขาอยู่ในโลกจิตใจ สองสิ่งนี้มีบางอย่างเกี่ยวข้องกันหรือไม่?

“มันเป็นสถานที่อันตรายมาก มีเพียงจิตใจเท่านั้นที่ก้าวเข้าไปได้ ท่านปู่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงถูกสิ่งแปลกประหลาดที่ควบคุมอยู่ลากเข้าสู่โลกหัวใจประหลาด ข้าเข้าไปพยายามพาคุณท่านปู่กลับมาสองครั้งแต่ก็ล้มเหลว ในเวลาอันสั้นนี้เหลทอโอกาสอีกแค่ครั้งเดียวเท่านั้น” ซืออี้หนานพูดทั้งน้ำตา

“เจ้าอยากให้เข้าเข้าโลกหัวใจประหลาดกับเจ้าหรือ? โลกหัวใจประหลาดเป็นสถานที่แบบใด?”

เฉินเฟยไม่ปฏิเสธ ซือหยวนไห่ทั้งสองเป็นเคยช่วยเขาไว้ เฉินเฟยจะไม่มีวันลืมความเมตตานี้แน่นอน แต่ดูจากชื่อโลกหัวใจประหลาดแล้วมันคงไม่ใช่สถานที่ที่ดีนัก

ซือหยวนไห่ถูกสิ่งแปลกประหลาดที่เขาควบคุมลากเข้าไปในนั้น ในโลกหัวใจประหลาดเต็มไปด้วยสิ่งแปลกประหลาดหรือไม่?

“ข้าอธิบายไม่ถูกเช่นกัน ท่านปู่บอกว่าพวกเรานักควบคุมความประหลาด ความสำเร็จอยู่และความล้มเหลวอยู่ในโลกหัวใจประหลาด เมื่อก่อนท่านปู่พาข้าเข้าไปอยู่หลายครั้ง แต่ไม่ได้เข้าไปลึกเพียงแค่เข้าไปสัมผัสสถานที่” ซืออี้หนานส่ายหัว

เฉินเฟยขมวดคิ้ว ตราบใดที่จิตใจก้าวเข้าไปโลกหัวใจประหลาดซึ่งอาจเต็มไปด้วยสิ่งแปลกประหลาด สิ่งสำคัญสำหรับนักยุทธ์อย่างเลือดลมจะกลายเป็นของตกแต่ง

แต่เนื่องจากไม่มีเลือดลมแหล่งที่มาของการดึงดูดสิ่งแปลกประหลาดเลยหายไป มันกลายเป็นความสมดุลอีกแบบหนึ่ง

“พี่ใหญ่เฉิน นี่คือเทียนจิต หลังจุดและใช้วิชาลับจะสามารถเข้าโลกหัวใจประหลาดได้ ในโลกหัวใจประหลาดจะมีเทียนนี้อยู่ มันสามารถปกป้องพวกเราจากการดึงดูกสิ่งแปลกประหลาด แต่ทุกครั้งใช้ได้เพียงเล่มเดียวเท่านั้น”

ซืออี้หนานหยิบเทียนขาวออกมาจากอ้อมแขน มันค่อนข้างคล้ายกับเทียนขาวที่ดึงดูดสิ่งแปลประหลาดแต่ต่างกันเล็กน้อย อย่างน้อยมันไม่มีกลิ่นแปลกๆแบบนั้น

“ในโลกหัวใจประหลาดมีข้อห้ามอันใดหรือไม่?” เฉินเฟยถาม

“ใช่ ท่านปู่บอกว่าในโลกหัวใจประหลาดห้ามพูดถึงชื่อคนและอย่าพูดถึงอดีตของคนอื่น จะดีที่สุดหากไม่พูด อย่าอยากรู้อยากเห็น ไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดปัญหาโดยไม่จำเป็น” ซืออี้หนานพูดเสียงเบา

“แล้วถ้าร่างกายตกอยู่ในอันตรายจะต้องทำอยางไร?” เฉินเฟยมองไปรอบด้าน แม้สถานที่แห่งนี้จะห่างไกลแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่พบอันตราย

โดยเฉพาะกับซืออี้หนานที่มีศัตรู หากพวกมันบังเอิญพบที่แห่งนี้แล้วจะทำเป็นมองไม่เห็นหรือ?

“ก่อนเข้าไปจะตั้งค่ายกลแจ้งเตือนทั่วบ้าน ตราบใดที่มีคนหรือการโจมตีเข้ามา ค่ายกลนั้นจะปลุกเราโดยตรง ในเวลานั้นไม่ว่าจิตใจของเราจะอยู่ที่ไหนในโลกหัวใจประหลาดก็สามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัย”

ซืออี้หนานอธิบาย “นอกจากค่ายกลแล้วยังมีจี้หยกคุ้มกันซึ่งช่วยเราป้องกันการโจมตีได้"

เฉินเฟยพยักหน้า ดูเหมือนนักควบคุมความประหลาด จะเตรียมแผนการสำหรับเรื่องนี้ไว้แล้ว แต่นี่เป็นเรื่องปกติ หากไม่มั่นใจความปลอดภัยของร่างกายก่อนแล้วจะปล่อยจิตใจออกไปได้อย่างไร

เฉินเฟยเดินไปตรวจสอบสถานการณ์ซือหยวนไห่อย่างรอบคอบ สภาพนี้ไม่ดีเลยจริงๆ หากไม่เข้าไปแทรกแซงเกรงว่าอาจตายภายในวันสองวัน

“ให้เวลาข้าสักหน่อย ข้าจะตามเจ้าเข้าไปในโลกหัวใจประหลาดด้วย!”

เคล็ดสงบต้นกำเนิดห่างจากระดับรู้แจ้งเล็กน้อย ในเมื่อต้องใช้จิตใจเข้าโลกหัวใจประหลาด พลังจิตใจย่อมเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

“ได้ พี่ใหญ่เฉิน ท่านไปพักที่ห้องถัดไปได้นะ” แม้ซืออี้หนานจะกังวลมาก แต่นางรู้ว่าเฉินเฟยอาจต้องเตรียมการบางอย่าง

เฉินเฟยมาที่ห้องถัดไป นั่งสมาธิบนเตียงและเริ่มฝึกเคล็ดสงบต้นกำเนิด

ผ่านมานานแล้วตั้งแต่ที่ได้รับเคล็ดใจต้นกำเนิดจนไปถึงการผสานเป็นเคล็ดสงบต้นกำเนิด เฉินเฟยฝึกฝนอย่างหนักทุกวัน จนในที่สุดวันนี้เขาก็ฝึกมันถึงระดับรู้แจ้ง

หนึ่งชั่วยามสองชั่วยาม เฉินเฟยลืมตาขึ้นทันใด ในดวงตาเฉินเฟยเหมือนมีแสงประกายแวบผ่าน

“ได้คุณสมบัติพิเศษมาอีกอย่าง คุ้มกับค่าผลงานที่ใช้แลกมาแล้ว”

เฉินเฟยยิ้มมุมปากในขณะที่รับรู้ถึงเคล็ดสงบต้นกำเนิดระดับรู้แจ้ง

หลังเคล็ดสงบต้นกำเนิดถึงระดับรู้แจ้งก็มีคุณสมบัติพิเศษกระสุนเวลาเพิ่มเข้ามา มันช่วยให้เฉินเฟยสามารถเข้าใจสถานการณ์โดยรอบทั้งหมดได้ในทันที

ตอนนี้เคล็ดสงบต้นกำเนิดถึงระดับรู้แจ้ง ขณะที่กระสุนเวลายังคงอยู่ก็มีคุณสมบัติพิเศษช่วงเวลานิรันดร์อีกอย่างหนึ่ง นอกจากการเสริมพลังให้กับกระสุนเวลาแล้ว เฉินเฟยยังสามารถดึงศัตรูเข้าไปในโลกที่เกือบหยุดนิ่งได้

ในเวลานั้นความคิดเฉินเฟยจะทำงานได้ตามปกติ ส่วนความคิดของศัตรูจะหยุดนิ่งชั่วขณะหนึ่งราวกับมันกระจัดกระจาย

แน่นอนว่าความสามารถในการโจมตีจิตใจนี้ไม่เพียงขึ้นอยู่กับพลังพลังจิตของเฉินเฟยเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับระดับพลังจิตใจอีกฝ่ายด้วย

ถ้าอีกฝ่ายเหนือว่าเฉินเฟยมากอย่างเช่นเป็นผู้แข็งแกร่งขอบเชตชัดเกลาทวาร หากเฉินเฟยกล้าใช้ช่วงเวลานิรันดร์ เกรงว่าพลังจิตใจของเฉินเฟยคงระเบิดก่อนที่อีกฝ่ายจะได้ลงมือ

สำหรับเฉินเฟยแล้วท่าโจมตีจิตใจเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ เฉินเฟยกางมือขวาออก เศษชิ้นส่วนบางอย่างปรากฏขึ้นในมือเฉินเฟย

มันเป็นเศษที่เหลือหลังจากลูกปัดจิตใจแตก เฉินเฟยไม่รู้ว่าสิ่งนี้มีประโยชน์หรือสามารถนำเข้าโลกหัวใจประหลาดได้หรือไม่ แต่การพกติดตัวเอาไว้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย

หลังจากปรับตัวสักพักเฉินเฟยก็มาที่ห้องซือหยวนไห่

“พี่ใหญ่เฉิน?”

ซืออี้หนานเงยหน้ามองเฉินเฟย สีหน้านางเปลี่ยนไป เพียงไม่เห็นเฉินเฟยพักหนึ่งแต่ความรู้สึกที่เฉินเฟยมอบให้เหมือนจะเปลี่ยนเล็กน้อย

แต่ซืออี้หนานอธิบายไม่ถูกว่ามันคืออะไรกันแน่

“ได้เวลาเข้าโลกหัวใจประหลาดแล้ว” เฉินเฟยพูดเสียงทุ้มลึก

“ขอบคุณพี่ใหญ่เฉิน!”

ใบหน้าซืออี้หนานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและโค้งคำนับเฉินเฟยจากใจ เฉินเฟยถอนหายใจ สิ่งที่เกิดขึ้รกับซือหยวนไห่ทำให้เด็กซุกซนคนนี้เติบโตขึ้นมาก

ไม่ได้ต้องอะไรมาก ก่อนหน้านี้ที่ซืออี้หนานเจอเฉินเฟยนางไม่ได้เรียกเขาว่าพี่ใหญ่และตะโกนว่า‘เฮ้’อย่างเป็นกันเอง

ซืออี้หนานหยิบจี้หยกออกจากแขนเสื้อและจุดเทียนจิต กลิ่นหอมจางลอยออกมาทำให้ผู้คนรู้สึกง่วงหลังจากสูดดม

ซืออี้หนานหันไปมองเฉินเฟย เมื่อเห็นเฉินเฟยพยักหน้าซืออี้หนานก็ใช้มือทั้งสองข้างทำท่าผนึก

วงกลมระลอกคลื่นลอยออกมาจากมือซืออี้หนาน ระลอกคลื่นกระจายไปยังบริเวณโดยรอบ ทันใดนั้นจี้หยกก็ลอยขึ้นและปล่อยแสงจางออกมาปกคลุมเฉินเฟยทั้งสองคน

ทันใดนั้นเกิดความรู้สึกง่วงนอนอย่างรุนแรง แต่เฉินเฟยไม่ต้านทานความรู้สึกนี้และค่อยๆหลับตาลง

ครู่ต่อมาเฉินเฟยรู้สึกว่าจิตใจอยู่ในภวังค์ ทันใดนั้นเฉินเฟยลืมตาขึ้น

ไม่มีบ้าน ไม่มีซือหยวนไห่ มีเพียงซืออี้หนานที่ยืนอยู่ด้านข้าง แต่ซืออี้หนานกลับมามีรูปร่างหน้าตาเป็นเด็กอายุสิบปีเหมือนก่อนห้านี้ ไม่ใช่รูปลักษณ์ของเด็กสาวคนก่อน

เฉินเฟยมองไปรอบด้าน ตอนนี้พวกเขากำลังยืนอยู่บนที่ราบขนาดใหญ่ เมืองเซียนเมฆาหายและมีภูเขาสองสามลูกปรากฏขึ้นในระยะไกลซึ่งสอดคล้องกับโครงร่างภูเขานอกเมืองเซียนเมฆา

เฉินเฟยก้มหน้ามองตัวเอง เสื้อผ้ายังคงเหมือนเดิมแต่กลับขาวขึ้นมากและสูญเสียสีเดิมไป ไม่ใช่แค่เสื้อผ้าเท่านั้น เฉินเฟยมองไปรอบด้านเห็นเป็นสีขาวดำหมด ในโลกนี้ไม่มีสีใดๆ

ซืออี้หนานแตะมือเฉินเฟย ชี้ไปด้านหน้าและส่งสัญญาณให้เฉินเฟยไป

เฉินเฟยมองมือของซืออี้หนาน นอกจากเทียนจิตแล้วยังมีปานจื่อ[1]มรกตเก่าบนนิ้ว เฉินเฟยจำได้ว่านี่เป็นสิ่งที่ซือหยวนไห่พกติดตัวโดยตลอด

อาศัยสิ่งนี้หาตำแหน่งจิตใจของซือหยวนไห่หรือ?

[1]ปานจื่อ แหวนขนาดใหญ่เอาไว้ใส่ตรงนิ้วโป้ง